เล่าจากประสบการณ์จริง ! ผู้บริหาร “เครือซันไชน์ฯ” มองท่องเที่ยวพัทยา หลังเปิดประเทศ | ทันข่าว Today
29 กันยายน 2564
391

เล่าจากประสบการณ์จริง ! ผู้บริหาร “เครือซันไชน์ฯ” มองท่องเที่ยวพัทยา หลังเปิดประเทศ

เล่าจากประสบการณ์จริง ! ผู้บริหาร “เครือซันไชน์ฯ” มองท่องเที่ยวพัทยา หลังเปิดประเทศ
Highlight
  • พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก เป็นแบรนด์ที่แข็งแรง เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ นักท่องเที่ยวมีทุกระดับราคา ทุกรูปแบบ  มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
  • พัทยาสร้างรายได้การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เป็นห่วงโซ่บริการที่กว้างและลึก หลังโควิดเสน่ห์ของเมืองพัทยาก็ยังไม่เสื่อม คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเช่นเคย
  • ผลพวงของการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม EEC และสนามบินอู่ตะเภท จะส่งผลให้พัทยาเป็นที่พักชั่วคราวของนักลงทุน ผู้บริหารระดับสูงได้เป็นอย่างดีในอนาคต


พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ครบเครื่องสำหรับนักท่องเที่ยว และใกล้กรุงเทพฯเพียงนิดเดียว โควิดส่งผลให้ “เมืองที่ไม่เคยหลับ” กลายเป็น “เมืองร้าง” หากเปิดประเทศโฉมหน้าจะเป็นอย่างไร

"ทันข่าว Today" คอลัมน์ "CEO Talk" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษคุณธเนศ ศุภรสหัสรังสี กรรมการบริหารโรงแรมในเครือซันไชน์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมที่เชี่ยวชาญให้บริการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและโดยรอบ เพื่อชวนคุยว่าพร้อมแล้วหรือยังที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ เมื่อเปิดประเทศ

20210929-a-01.jpeg

เครือซันไชน์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีที่มาอย่างไร

“กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทซันไชน์” เป็นโรงแรมท้องถิ่นของพัทยา เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 45 ปี โดยเริ่มต้นครั้งแรกจากห้องพักราคาประหยัด หรือระดับ 3 ดาว เพียง 27 ห้อง รองรับแท็กซี่หรือคนขับรถท่องเที่ยวเพื่อมาส่งลูกค้าพักผ่อนในเมืองพัทยา แรก ๆ ลูกค้าที่มาพักจึงเป็นคนไทย  ต่อมามีนักธุรกิจชาวเยอรมันสนใจเห็นศักยภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา จึงมาคุยกับทางโรงแรมเพื่อร่วมทำธุุรกิจ โดยให้ดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่ต่ำมาก ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเสียอีกคือประมาณ 4% เพื่อให้ทางเรานำมาปรับปรุงโรงแรม ก่อสร้างห้องพักให้บริการเพิ่ม โดยทางนักลงทุนชาวเยอรมันจะเป็นคนป้อนนักท่องเที่ยวเยอรมันมาพักกับทางโรงแรม  

การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดี ต่อจากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทซันไชน์ เปิดให้บริการลูกค้ารวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่ 2-5 ดาว แต่ละโรงแรมแตกต่างกัน “เรียกว่าเราจับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มที่ย่างกรายเข้าสู่พัทยา ไม่มีใครรู้จักพัทยาเท่าเรา”

20210929-a-02.jpeg

แต่ละโรงแรมมีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนี้โรงแรมเครือซันไชน์มี 7 แห่ง 7 สไตล์ ให้นักท่องเที่ยวเลือกโรงแรมที่ใช่ สัมผัสบรรยากาศที่ชอบได้อย่างตามใจ เป็นโรงแรมและรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมและมีประสบการณ์ด้านธุรกิจโรงแรมมากที่สุดอีกหนึ่งแห่งในพัทยา เป็นเครือโรงแรมที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งและมีความสะดวกสบายในราคาสุดคุ้ม เริ่มจากโรงแรมราวินทรา ห้องพักระดับ 5 ดาว เพื่อรองรับสำหรับการสนทนาทางธุรกิจ มีจุดเด่นใกล้ริมชายหาด / Sunshine Garden และ The Green Park รีสอร์ทสไตล์คลาสิค บรรยากาศสุดร่มรื่นรายล้อมด้วยธรรมชาติและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ / Sunshine Hip โรงแรมน้องใหม่สุดฮิป ตกแต่งด้วยผนังลายกราฟิตี้ เน้นความสวย เก๋ เท่ด้วยโทนสีแดงดำ/ Sunshine Hotel & Residences Soi 8 โรงแรมที่เหมาะสำหรับนักผจญภัยยามราตรี ใจกลางพัทยาใกล้แหล่งช็อปปิ้ง ชายหาด และสถานบันเทิงยามค่ำคืน / Sunshine Vista โรงแรมสีสันสดใส ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้แหล่งช็อปปิ้งและชายหาด/ The Sun Xclusive โรงแรมสุดโมเดิร์นใกล้ชายหาดและสถานบันเทิงยามค่ำคืนสุดฮิต Walking Street Pattaya

20210929-a-03.jpg

ศักยภาพของพัทยาสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว การปรับตัวสู่ตลาดอนาคตคเป็นอย่างไร

ความมีชื่อเสียงของพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองไทย เป็นแบรนด์ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพัทยาเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล นักท่องเที่ยวที่มามีทุกระดับราคา และทุกรูปแบบ  มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ มากันเป็นคณะเพื่อการประชุม สัมมนา มากันเป็นครอบครัว คู่รัก  ล้วนสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง นอกเหนือจากกิจกรรมโรงแรม การท่องเที่ยวของพัทยาเป็นห่วงโซ่บริการที่กว้างและลึก และเชื่อว่าหลังโควิด-19 คลี่คลายลงเสน่ห์ของเมืองพัทยาก็ยังไม่เสื่อม คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเช่นเคย 

ในอนาคตคาดว่าพัทยาจะเป็นสถานที่ตากอากาศที่ปรับไปจากอดีต ผลพวงมาจากการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม EEC ซึ่งโซนตะวันออกจะได้อานิสงส์ทั้งภูมิภาค นอกจากนี้แรงหนุนจากสนามบินอู่ตะเภาที่เข้ามารองรับความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ ตอบสนองต่อการเดินทางของนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญที่จะต้องเดินทางเข้าออก EEC พัทยาจึงเป็นที่พักชั่วคราวได้เป็นอย่างดี อีกตลาดที่น่าสนใจคือการให้บริการอบรมสัมมนาที่เคยเป็นหนึ่งในจุดขายของพัทยาก็จะฟื้นกลับมาจากแรงส่งของกิจกรรมใน EEC แต่ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 4-5 ปี รอให้สนามบินสร้างเสร็จ โครงข่ายอุตสาหกรรมใน EEC เข้มแข็งกว่านี้ ประโยชน์ของการลงทุน EEC ไม่ได้มีเฉพาะเมืองพัทยาเท่านั้น แต่จะแพร่ขยายโอกาสและการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังเมืองบริวาลด้วย

20210929-a-04.jpeg

ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิดเพียงใด ทำอย่างไรให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้

ธุรกิจท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่ได้รับผลกระทบ เรียกได้ว่าชีพจรท่องเที่ยวเมืองพัทยาแทบไม่ได้เคลื่อนไหวก็ว่าได้ ทุกโรงแรม ทุกกิจกรรมต้องปรับตัว บางรายปรับตัวไม่ได้ก็เลิกไป บางรายปรับได้ก็ไม่เหมือนเดิม หลายแห่งแค่ประคับประคอง เช่นเดียวกับ เครือซันไชน์ฯ ช่วงล็อกดาวน์เข้ม ๆ เรียกได้ว่าไม่มีลูกค้าเลยก็ว่าได้ ทางเราพยายามรักษาพนักงานให้มากที่สุด เพราะหัวใจของธุรกิจบริการโรงแรมคือทักษะการให้บริการลูกค้าที่ทำให้กิจการสามารถขับเคลื่อนไปได้ การระบาดของโรคเมื่อผ่านไปแล้ว กิจการต้องเดินหน้าได้ทันที เราแก้ปัญหาด้วยการนำจุดเด่นของโรงแรมที่ทำปาท่องโก๋อร่อยออกมาทำการตลาดอย่างจริงจัง ภายใต้แบรนด์ "ปาท่องโก๋ราวินทรา" ซึ่งนำชื่อโรงแรมระดับ 5 ดาวมาตั้งเป็นชื่อ ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทั้งออน์ไลน์ ออฟไลน์ รีวิว มีทั้งทอดสำเร็จและพัฒนาเป็นแช่แข็งแล้วให้ลูกค้าไปปรุง ด้วยจุดเด่นของสินค้าทำให้ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาทางโรงแรมสามารถประคับประคองไปได้ และนับเป็นการสร้างสายธุรกิจใหม่ ซึ่งสามารถดำเนินต่อได้แม้พ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว

20210929-a-05.jpeg

การท่องเที่ยวหลังยุค New Normal เป็นอย่างไร ผู้ประกอบการควรวางแผนปรับตัวอย่างไรจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจ

ในสายตาผม ทุกธุรกิจต้องปรับตัว เราควรยอมรับว่าโควิด-19 จะอยู่กับเราตลอดไป ต้องปรับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้อยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้ เช่น ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยขั้นสูงสุด สร้างมาตรฐานที่จะอยู่ร่วมกัน การเว้นระยะห่าง ร้านอาหาร ห้องอาหาร ก็ต้องลดปริมาณโต๊ะบริการลง เน้นให้อากาศถ่ายเท การทำห้องประชุมสัมมนาก็จัดคนในห้องประชุมให้น้อยลง เชื่อว่าในยุค New Normal ตลาดประชุมสัมมนาแรก ๆ คงยังไม่ฟื้นตัวมากนัก เพราะยังไม่มั่นใจ ก็จะใช้ประชุมออนไลน์อยู่ แต่เมื่อระยะยาวไปแล้ว การฉีดวัคซีนทั่วถึง การประชุมที่พบหน้ากัน มาพูดเจรจาธุรกิจที่เห็นตัวตนก็ยังจำเป็นอยู่

ส่วนในกลุ่มท่องเที่ยว ถ้าสร้างมาตรฐานด้านการสุขอนามัยที่ดีแล้ว ลูกค้าก็พร้อมจะมา เพราะการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนสำหรับคนยุคใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของความจำเป็นในชีวิต เชื่อว่าหากรัฐบาลคลายล็อก เปิดประเทศ นักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศพร้อมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นยุโรป รัสเซีย อินเดีย จีน ต่างมีประสบการณ์ที่ดีกับการท่องเที่ยวไทย

20210929-a-06.jpg

คิดว่าการบริหารโรงแรมที่ประสบความสำเร็จมีองค์ประกอบอะไร อนาคตของเครือซันไชน์ฯ จะไปทางไหน

การบริหารธุรกิจโรงแรมเป็นงานบริการ คนนับเป็นหัวใจสำคัญ การเลือกพนักงานจะดูที่ทัศนคติการให้บริการ แม้ว่าความรู้ในเนื้องานไม่ดี สิ่งเหล่านี้สามารถมาฝึกได้ แต่ทัศนคติพร้อมให้บริการเป็นสิ่งที่ฝึกยาก กิจการโรงแรมจะประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ตรงนี้ “คน 100 คน ความต้องการก็ 100 อย่าง หากเราสามารถบริการลูกค้าเสมือนหนึ่ง Tailor Made ก็จะได้ลูกค้าประจำในระยะยาว ใช้เงินที่เหลือทำตลาดใหม่ดีกว่า”

อนาคตของเครือซันไชน์ฯ ในระยะอันใกล้นี้ขอเป็นการซ่อมสร้างบริการโรงแรมในเครือที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 จากประสบการณ์ของการทำธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนี้มีฤดูกาล มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ง่าย เช่น พอไข้หวัดนกก็กระทบ สึนามิก็กระทบ ที่ผ่านมาเป็นผลกระทบชั่วคราว ไม่นานก็คลี่คลาย แต่สำหรับการระบาดของโควิด-19 ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคิดว่าเติบโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคงดีกว่า ช่วงนี้ก็เน้นการปรับปรุงโรงแรมในเครือ และก่อสร้างโรงแรมราวินทราในเฟส 2 อีก 350 ห้องก่อน เพื่อรองรับคลื่นการท่องเที่ยวระลอกใหม่ที่จะพัดผ่านเข้ามา