กทม. ปักหมุด นำร่อง 5 โครงการ เชื่อมย่านสำคัญต่างๆ เริ่มเปิดบริการปลาย ธ.ค.นี้ | ทันข่าว Today

กทม. ปักหมุด นำร่อง 5 โครงการ เชื่อมย่านสำคัญต่างๆ เริ่มเปิดบริการปลาย ธ.ค.นี้

กทม. ปักหมุด นำร่อง 5 โครงการ เชื่อมย่านสำคัญต่างๆ เริ่มเปิดบริการปลาย ธ.ค.นี้
Highlight

กรุงเทพมหานครเปิดงาน “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” (Regenerative Bangkok) ตามแนวคิดฟื้นเมืองเชื่อมย่านสำคัญต่างๆ เข้าด้วยกัน ผ่าน 5 โครงการนำร่อง เพื่อฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ประกอบด้วย โครงการ “ผืนน้ำ”  2 โครงการ,  โครงการ “ผืนดิน” 2 โครงการ, และโครงการ “ผืนป่า” 1 โครงการ โดยทั้ง 5 โครงการได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะทยอยเปิดใช้ได้ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 64 เพื่อต้อนรับปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ


พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดงาน “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” (Regenerative Bangkok) ตามแนวคิดฟื้นเมืองเชื่อมย่านสำคัญต่างๆ เข้าด้วยกัน ผ่าน 5 โครงการนำร่อง เพื่อฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว

แนวคิด “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” เป็นแนวคิดในการพัฒนาเมืองในมิติใหม่ของกรุงเทพมหานครทั้งระบบ โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักการฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ให้เป็นตัวเชื่อมโยงย่านต่างๆ อย่างบูรณาการ เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน นำร่องพัฒนา 5 โครงการ ประกอบด้วย

20211029-a-01.jpeg

ประกอบด้วย โครงการ “ผืนน้ำ”  5 โครงการ คือ

  • โครงการสวนสาธารณะคลองช่องนนทรีเชื่อมคลองสาทร 
  • โครงการฟื้นฟูคลองผดุงกรุงเกษม
  • โครงการ “ผืนดิน” 2 โครงการ คือ 
  • โครงการ ปรับปรุงถนนพระรามที่ 1 
  • โครงการปรับปรุงถนนสีลม
  • โครงการ “ผืนป่า” 1 โครงการ คือ
  • โครงการสวนลุมพินี 100 ปี

โดยทั้ง 5 โครงการได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะทยอยเปิดใช้ได้ตั้งแต่ปลายเดือนธ.ค. 64 เพื่อต้อนรับปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาต่อยอดไปสู่ 5 ย่านในอนาคต คือ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ, ย่านเมืองเก่า, ย่านธนบุรี, ย่านเมืองใหม่ และย่านพาณิชยกรรมและศูนย์การแพทย์ ซึ่งได้อยู่ในแผนโครงการนำร่องที่จะพัฒนาเป็นลำดับต่อไป

20211029-a-04.jpeg

สำหรับโครงการแรกที่จะเริ่มเปิดใช้ได้ก่อน คือ โครงการสวนสาธารณะคลองช่องนนทรี ซึ่งเป็นการพัฒนาคลองในรูปแบบของสวนเลียบคลอง หรือ Linear Park มีแนวคิดสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1. “เขียว” สื่อถึงพื้นที่สีเขียวที่จะถูกพัฒนาขึ้นตลอดแนวริมคลองทั้งสองฝั่ง

2. “คลอง” สื่อถึงความผูกพันระหว่างกรุงเทพมหานครกับสายน้ำที่มีมาแต่โบราณ โดยในอดีตนอกจากบรรพบุรุษจะใช้คลองเป็นปราการสำคัญในการป้องกันเมืองแล้ว ยังใช้เป็นเส้นทางสำหรับการสัญจร และการค้าขายอีกด้วย

3. “คน” สื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่ 3 เขตได้แก่ บางรัก สาทร และยานนาวา ตลอดเส้นทางที่คลองช่องนนทรีทอดตัวไหลผ่าน จากถนนสุรวงศ์ ถนนสีลม ถนนสาทร ถนนจันทน์ ถนนรัชดาภิเษก ไปจนถึงถนนพระรามที่ 3 รวมระยะทางทั้งสิ้น 4.5 กิโลเมตร

4. “ความรู้” คือการวางเป้าหมายให้สวนสาธารณะคลองช่องนนทรีแห่งนี้ เป็นพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์และการเรียนรู้ของประชาชน รองรับวิถีชีวิตยุคใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง พัฒนาทางสาธารณะ ปรับปรุงคุณภาพน้ำในคลองช่องนนทรี รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อน เส้นทางออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง เดิน และปั่นจักรยาน ตลอดจนเป็นเส้นทางเชื่อมต่อการสัญจรด้วยการเดินเท้า เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง

20211029-a-02.jpeg

โครงการสวนสาธารณะคลองช่องนนทรี แบ่งการดำเนินการออกเป็น 5 ช่วง ประกอบด้วย

ช่วงที่ 1 ถนนสุรวงศ์ – ถนนสาทร
ช่วงที่ 2 ถนนสาทร – ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7
ช่วงที่ 3 นราธิวาสราชนครินทร์ 7 – ถนนจันทน์
ช่วงที่ 4 ถนนจันทน์ – ถนนรัชดาภิเษก
ช่วงที่ 5 ถนนรัชดาภิเษก – ถนนพระราม 3

ปัจจุบัน สำนักการโยธา กทม. ได้เริ่มก่อสร้างในช่วงที่ 2 จากถนนสาทร – ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ระยะทาง 200 เมตร ประกอบด้วย งานปรับปรุงทางเท้า, งานก่อสร้างลานกิจกรรม, งานก่อสร้างสวนสาธารณะ, งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง, งานตอกเสาเข็ม และโครงสร้างทางเดินเลียบคลอง โดยบูรณาการร่วมกับสำนักการระบายน้ำ วางแผนการบริหารจัดการน้ำภายในคลองช่องนนทรี ซึ่งในช่วงที่ 2 นี้กำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลวันคริตส์มาส 25 ธ.ค. 64 เพื่อต้อนรับปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ

20211029-a-03.jpeg

ทั้งนี้ โครงการสวนสาธารณะคลองช่องนนทรี ระยะทางรวม 2 ฝั่ง 9 กิโลเมตร จะเป็น “สวนสาธารณะคลอง” แห่งแรกของไทย กำหนดแล้วเสร็จทั้งโครงการในเดือนส.ค. 65 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ในระยะยาว ตลอดจนเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่ดี บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง