รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 100 ปี | ทันข่าว Today
27 มิถุนายน 2565
386

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 100 ปี

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 100 ปี
Highlight

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี หลังจากพ้นเส้นตายกำหนดการจ่าย 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,550 ล้านบาท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. แม้ว่าจะมีเงินจ่ายก็ตาม โดยรัสเซียโอนเงินไปยังธนาคารยูโรเคลียร์ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ซึ่งปกติจะโอนจ่ายให้กับเจ้าหนี้ แต่ปรากฏว่าครั้งนี้ เงินไปติดค้างอยู่ที่ธนาคาร ไปไม่ถึงเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน จึงถือว่าผิดนัดชำระหนี้ ส่วนทางธนาคารยูโรเคลียร์ไม่ระบุว่า ถูกขัดขวางหรือไม่ แจ้งเพียงว่าทำตามมาตรการแซงก์ชั่นทั้งหมด ซึ่งเป็นผลจากความมือชาติตะวันตกกดดันรัสเซียในทุกทาง


รัสเซียผิดนัดชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ศตวรรษ หรือนับตั้งแต่ปี 2461 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ชาติตะวันตกประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการปิดช่องทางการชำระหนี้ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ เพื่อตอบโต้รัสเซียที่ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน

ทั้งนี้ รัสเซียมีกำหนดชำระอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. และนับจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชำระอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่า รัสเซียได้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้รัฐบาลรัสเซียชำระหนี้ให้กับผู้ถือพันธบัตรผ่านทางธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐ ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลให้รัสเซียมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ และถือเป็นการคว่ำบาตรครั้งล่าสุดที่สหรัฐประกาศใช้เพื่อตอบโต้รัสเซียที่ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะบริหารของปธน.ไบเดนได้อนุญาตให้ยกเว้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารกลางรัสเซียเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสามารถชำระหนี้ให้กับผู้ถือพันธบัตรผ่านทางธนาคารสหรัฐและธนาคารทั่วโลกได้ แต่แถลงการณ์ชื่อ Notice on Russian Harmful Foreign Activities Sanctions General License 9C ที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ข้อยกเว้นดังกล่าวได้หมดอายุลงในวันที่ 25 พ.ค.ตามเวลาสหรัฐ

นายทิโมธี แอช นักยุทศาสตร์ด้านการลงทุนของบริษัทบลูเรย์ แอสเซท แมเนจเมนท์กล่าวว่า สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างชาติ (OFAC) ในสังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจและการค้านั้น สามารถสั่งระงับไม่ให้รัสเซียชำระหนี้พันธบัตรผ่านทางสถาบันการเงินในฝั่งตะวันตกได้ทุกเวลา ซึ่งจะทำให้รัสเซียกลายเป็นประเทศที่ผิดนัดชำระหนี้ได้ทุกเวลาเช่นกัน

ทางด้านนายฮัสซัน มาลิค นักวิเคราะห์จากบริษัทลูมิส เซย์เลส แอนด์ คอมพานี กล่าวว่า “การผิดนัดชำระหนี้ของรัสเซียถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยากมาก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากถูกรัฐบาลต่างชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อบีบให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้”

มีเงินแต่จ่ายไม่ได้ รัสเซียผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ ครั้งแรกในรอบศตวรรษ

รัสเซียผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี หลังจากพ้นเส้นตายกำหนดการจ่าย 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,550 ล้านบาท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิ.ย. แม้ว่าจะมีเงินจ่ายก็ตาม

วันที่ 27 มิถุนายน 2565 บีบีซี รายงานว่า รัสเซียผิดนัดชำระหนี้ระหว่างประเทศรั้งแรกนับจากปี ค.ศ.1918 (พ.ศ. 2461) ในยุคกบฏบอลเชวิกปฏิวัติ ตอนนั้นนายวลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำคอมมิวนิสต์ปฏิเสธที่จะจ่ายหนี้ให้กับจักรวรรดิรัสเซีย

ส่วนการผิดนัดชำระหนี้ครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อปี 1998 (พ.ศ.2541) ช่วงเกิดวิกฤตค่าเงินรูเบิล สมัยนายบอริส เยลต์ซิน เป็นผู้นำ ตอนนั้นรัฐบาลไม่สามารถจ่ายหนี้ในประเทศได้ แต่จัดการไม่ให้ผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ แม้รัสเซียพยายามจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ เพราะไม่ต้องการให้กระทบชื่อเสียงเกียรติยศของประเทศ

และตอนนี้รัสเซียมีเงินสำหรับจ่ายหนี้ แต่สถานการณ์ที่ถูกชาติตะวันตกแซงก์ชั่นทุกทิศทางจากสงครามยูเครน ทำให้ไม่อาจจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ต่างประเทศได้ รัสเซียระบุว่าต้องการจ่ายหนี้ทั้งหมดให้ทันเวลา แต่จนถึงขณะนี้ทำสำเร็จโดยจ่ายเป็นเงินดอลลาร์และยูโรไป 40,000 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้รัสเซียส่งเงิน 100 ล้านดอลลาร์ไปยังธนาคารยูโรเคลียร์ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ซึ่งปกติจะโอนจ่ายให้กับเจ้าหนี้ แต่ปรากฏว่าครั้งนี้ เงินไปติดค้างอยู่ที่ธนาคาร ไปไม่ถึงเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน จึงถือว่าผิดนัดชำระหนี้ ส่วนทางธนาคารยูโรเคลียร์ไม่ระบุว่า ถูกขัดขวางหรือไม่ แจ้งเพียงว่าทำตามมาตรการแซงก์ชั่นทั้งหมด

นายแอนตอน ซิลูอานอฟ รมว.คลังรัสเซีย กล่าวยอมรับว่าเจ้าหนี้ต่างประเทศไม่อาจได้รับการจ่ายคืนหนี้ เพราะระบบธนาคารถูกห้ามให้เชื่อมต่อกับรัสเซีย และทางฝ่ายเจ้าหนี้ต่างประเทศต่างถูกกันไม่ให้รับเงิน ทั้งที่รัสเซียต้องการจ่าย

“ทุกคนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด แต่สถานการณ์ทั้งหมดเหมือนเป็นเรื่องตลกสิ้นดี” รมว.คลังรัสเซียกล่าว

กลุ่ม G7 กดดันรัสเซียเพิ่มประกาศห้ามนำเข้า "ทองคำรัสเซีย" มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่

สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ยืนยันว่าผู้นำของกลุ่มประเทศ G7 ประกาศห้ามนำเข้าทองคำของรัสเซีย นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจากการบุกยูเครนของรัสเซียโดยปราศจากการยั่วยุ

เมื่อผู้นำต่างๆ ได้พบกันในมิวนิก ประเทศเยอรมนี สำหรับการประชุมสุดยอด G7 ครั้งล่าสุด ไบเดนได้ใช้ Twitter เพื่อยืนยันรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยกล่าวว่า “สหรัฐได้กำหนดค่าใช้จ่ายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนให้กับปูติน เพื่อปฏิเสธรายได้ที่เขาต้องการ เพื่อใช้เป็นทุนในการทำสงครามกับยูเครน ... G7 จะประกาศว่าจะห้ามการนำเข้าทองคำรัสเซีย ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่ทำรายได้ให้กับรัสเซียหลายหมื่นล้านดอลลาร์”

การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเพิ่มบทลงโทษเชิงลงโทษที่ตะวันตกกำหนดต่อรัสเซีย นับตั้งแต่การโจมตียูเครนเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อบดขยี้เศรษฐกิจรัสเซีย รวมถึงการสั่งห้ามหรือจำกัดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ และการค้าขายกับธนาคารและบุคคลในรัสเซีย อันที่จริงสหรัฐ แคนาดา และพันธมิตรในยุโรปตกลงกันในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถอดธนาคารรัสเซียที่สำคัญออกจากระบบส่งข้อความระหว่างธนาคาร (SWIFT) ซึ่งแยกประเทศออกจากระบบการเงินส่วนใหญ่ของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรในวันอาทิตย์ยังยืนยันการเคลื่อนไหวที่จะห้ามการนำเข้าทองคำของรัสเซีย โดยกล่าวว่าจะใช้กับทองคำที่ขุดใหม่และทองคำบริสุทธิ์ ยกเว้นทองคำที่อาจมาจากรัสเซียแต่ได้ส่งออกไปแล้ว 

ทั้งนี้รัสเซียเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ตามข้อมูลล่าสุดจากสภาทองคำโลกโดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของการส่งออกทั่วโลก สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่เข้ายึดครองไครเมียอย่างผิดกฎหมายในปี พ.ศ.2104 และสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญสำหรับธนาคารกลางของรัสเซีย ซึ่งได้ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดอย่างรุนแรงแล้ว

IMF หั่นจีดีพีสหรัฐเหลือ 2.9% ปีนี้ 

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยคาดการณ์ในวันศุกร์ (24 มิ.ย.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐจะขยายตัว 2.9% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ครั้งล่าสุดในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาว่าจะขยายตัว 3.7%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้อุปสงค์ชะลอตัวลง แต่ก็คาดว่า สหรัฐจะหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างเฉียดฉิว
ส่วนในปี 2566 นั้น IMF คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 1.7% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3% และคาดว่า จีดีพีปี 2567 จะขยายตัวเพียง 0.8%

ในเดือนต.ค.ปีที่แล้วนั้น IMF คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 5.2% ในปีนี้ แต่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่และภาวะชะงักงันด้านห่วงโซ่อุปทานทำให้เศรษฐกิจชะลอการฟื้นตัว

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นอย่างมากของราคาเชื้อเพลิงและอาหารซึ่งเป็นผลจากการที่รัสเซียทำสงครามในยูเครนนั้น ได้ทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี

ผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์และผู้จัดการกองทุนมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อพุ่ง (Stagflation) มากที่สุดภายใน 12 เดือนข้างหน้า พร้อมระบุว่า ภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่น่าพึงพอใจ (Stagnation) เป็นความเสี่ยงระยะยาวของสหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวนำเสนอรายงานของซีเอ็นบีซีที่อ้างอิงข้อมูลแบบสำรวจจากสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน ซึ่งระบุว่า 80% ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำแบบสำรวจเชื่อว่า ภาวะ stagnation เป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อสหรัฐมากยิ่งกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอย

รายงานยังระบุว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนทั่วโลกของแบงก์ออฟอเมริกา (BOA) ล่าสุดยังเผยถึงความกังวลเรื่องภาวะ Stagflation ซึ่งเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2551”

ทั้งนี้ Stagflation เป็นคำที่คิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 โดยหมายถึง ภาวะที่อัตราการว่างงานสูง แต่เงินเฟ้อก็สูงด้วย

ขณะเดียวกัน ช่องรายการโทรทัศน์ฟ็อกซ์ บิสซิเนส รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเดิมพันว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ฟ็อกซ์ บิสซิเนส รายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มนักกลยุทธ์จาก BOA โกลบอลรีเสิร์ช ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่จะเกิดเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2566 ขึ้นเป็น 40% โดย GDP จะชะลอตัวลงเกือบแตะระดับศูนย์ภายในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า

อ้างอิง : https://www.cnbc.com/2022/06/26/g-7-nations-to-announce-import-ban-on-russian-gold.html
Prachachart, Money & Bankin

ติดต่อโฆษณา!