สงครามยืดเยื้อ IIF คาดเศรษฐกิจรัสเซียหดตัว 15% ในปีนี้ เงินเฟ้อ วิกฤตอาหารพุ่งต่อเนื่อง | ทันข่าว Today
09 มิถุนายน 2565
201

สงครามยืดเยื้อ IIF คาดเศรษฐกิจรัสเซียหดตัว 15% ในปีนี้ เงินเฟ้อ วิกฤตอาหารพุ่งต่อเนื่อง

สงครามยืดเยื้อ IIF คาดเศรษฐกิจรัสเซียหดตัว 15% ในปีนี้  เงินเฟ้อ วิกฤตอาหารพุ่งต่อเนื่อง
Highlight

แม้จะถูกสหรัฐและชาติยุโรปกดดันทุกด้าน แต่รัสเซียประกาศทำสงครามสู้รบกับยูเครนจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้ว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจมากเพียงใดก็ตาม ล่าสุด สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจรัสเซียจะหดตัวลง 15% และผลกระทบจากสงครามทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ผลักดันเงินเฟ้อสูงขึ้นทั่วโลก สภาอุตสาหกรรมไทยวอนรัฐช่วยเหลือ SME จัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ทดแทน เปิดการท่องเที่ยวให้เร็วยิ่งขึ้น และดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท


สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจรัสเซียจะหดตัวลง 15% ในปีนี้ และหดตัวลง 3% ในปีหน้า เนื่องจากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรที่ชาติตะวันตกบังคับใช้กับรัสเซีย รวมทั้งการที่บริษัทต่างชาติพากันถอนธุรกิจออกจากรัสเซีย, ปัญหาบุคลากรคุณภาพแห่ออกนอกประเทศ และการส่งออกทรุดตัวลง โดยจะลบล้างการเติบโตตลอด 15 ปีของรัสเซียจนหมดสิ้น

IIF เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรัสเซียหลังจากที่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย IIF คาดว่า รัสเซียและยูเครนจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งคาดว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้นและรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

เอลินา ไรบาโควา รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IIF ให้สัมภาษณ์เมื่อ 8 มิ.ย. ว่า "มาตรการคว่ำบาตรที่ชาติตะวันตกบังคับใช้หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครนนั้น ได้ส่งผลให้การลงทุนตลอดระยะเวลา 30 ปีในรัสเซียล่มสลายลงอย่างเต็มรูปแบบ และยังลบล้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่รัสเซียทำไว้ในช่วง 15 ปีจนหมดสิ้น"

ไรบาโควากล่าวว่า ในขณะที่เศรษฐกิจรัสเซียชะลอตัวลงอย่างรุนแรงและอำนาจการใช้จ่ายของประชาชนรัสเซียถดถอยลงนั้น ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งขึ้นได้ส่งผลให้รัสเซียมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ไรบาโควากล่าวว่า ผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรจะรุนแรงมากขึ้นอีก หากยุโรปตัดสินใจลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียลงอย่างมาก แม้การดำเนินการดังกล่าวอาจจะใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีก็ตาม

ทั้งนี้ IIF คาดการณ์ว่า การสะสมทุนถาวรเบื้องต้น (Gross Fixed Capital Formation: GFCF) ของรัสเซียจะทรุดตัวลง 25% ในปี 2565 ขณะที่การนำเข้าจะลดลง 28% และการส่งออกจะลดลง 25%

สถานการณ์สู้รบ ไม่มีใครถอย ต่างมุ่งเป้าชัยชนะ

สถานการณ์ทางตันกับรัสเซีย "ไม่ใช่ทางเลือก" ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ของอังกฤษในวันอังคาร (7 มิ.ย.) เน้นย้ำคำวิงวอนขอต่างประเทศช่วยเหลือในการทำสงครามกับมอสโก

ความพยายามต้านทานอย่างดุเดือดของยูเครน ต่อการโจมตีเต็มรูปแบบของรัสเซีย นำมาซึ่งสถานการณ์ทางตันในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งต่อมากองกำลังของมอสโกได้กลับไปมุ่งเน้นรุกคืบเพื่อยึดครองภาคตะวันออกของยูเครน

"ชัยชนะต้องบรรลุในสนามรบ" เขากล่าว ขณะที่เน้นย้ำเสียงเรียกร้องขอแรงสนับสนุนทางทหารจากตะวันตก "เราด้อยกว่าในแง่ของอาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถรุกคืบได้" เขาให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทม์ส "เรากำลังสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ และประชาชนคือความสำคัญลำดับหนึ่งของผม"

เมื่อถามว่าอะไรที่ยูเครนจะพิจารณาว่าตนเองเป็นฝ่ายชนะ ในเรื่องนี้ เซเลนสกี ตอบว่าการกอบกู้ดินแดนต่างๆ ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนก่อนรัสเซียเปิดฉากรุกรานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จะเป็น "เป็นชัยชนะชั่วคราวอย่างแท้จริง"

แต่เขาบอกว่าเป้าหมายในขั้นท้ายที่สุดก็คือ "ยึดคืนดินแดนของเราทั้งหมดโดยสมบูรณ์"

รัสเซียผนวกแหลมไครเมียของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนในปี 2014 ตามด้วยความขัดแย้งระหว่างเคียฟกับกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียที่ให้การสนับสนุน ซึ่งยึดครองพื้นที่อันกว้างขวางทางภาคตะวันออกของยูเครน

พอถามถึงการเจรจากับรัสเซีย ที่ระงับไปนานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เซเลนสกีบอกว่าเขาไม่เปลี่ยนจุดยืนและบอกว่าควรจบสงครามบนโต๊ะเจรจา

เซเลนสกีบอกว่าเขาพร้อมเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พร้อมระบุว่า "ไม่มีใครที่อยากคุยด้วย" ยกเว้นแต่ประธานาธิบดีรัสเซีย

รัสเซียเปิดท่าเรือยูเครนที่ยึดไว้ได้ ประกาศพร้อมส่งออกอาหารแล้ว

เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) รัสเซียเปิดเผยว่า ท่าเรือสำคัญ 2 แห่งของยูเครนในทะเลอาซอฟที่กองกำลังรัสเซียยึดไว้ได้ ขณะนี้พร้อมที่จะดำเนินการส่งออกธัญพืชหรือสินค้าด้านอาหารแล้ว แต่ยูเครนจำเป็นต้องปลดระเบิดที่ติดตั้งไว้ตามแนวชายฝั่งและเส้นทางเดินเรือ เพื่อให้การส่งออกเป็นไปได้

ที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดท่าเรือและชายฝั่งส่วนใหญ่ของยูเครนไว้ได้ ประกอบกับมีเรือรบรัสเซียประจำการควบคุมทะเลดำและทะเลอาซอฟอยู่ ทำให้การส่งออกสินค้าประเภทธัญพืชและอาหารของยูเครนหยุดชะงักลง จนราคาอาหารโลกพุ่งสูงขึ้น

ยูเครนแลกศพทหารกับรัสเซีย นักรบมาริอูโปล 160 ร่างถึงเคียฟแล้ว

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ศพของทหารยูเครนบางส่วนที่ปักหลักต่อสู้กับกองทัพรัสเซียเพื่อปกป้องเมืองมาริอูโปล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ถูกส่งกลับถึงกรุงเคียฟแล้ว ตามแผนการแลกศพทหารกับรัสเซีย ซึ่งแต่ละฝ่ายจะได้ร่างของทหาร 160 รายกลับไป

รัฐบาลรัสเซียไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแลกศพทหารดังกล่าว แต่ครอบครัวผู้เสียชีวิตฝ่ายยูเครนเปิดเผยผ่านแอปเทเลแกรมในวันอังคารที่ 7 มิ.ย. 2565 ว่า ศพที่ถูกส่งกลับถึงกรุงเคียฟมากกว่า 50 ร่างเป็นของนักรบกลุ่มติดอาวุธอะซอฟ และตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการระบุตัวตนของศพ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

นอกจากนั้น หลายครอบครัวบอกด้วยว่า กำลังมีการเจรจากับรัสเซียเพื่อแลกเปลี่ยนตัวนักโทษที่ถูกจับตัวเอาไว้

ทั้งนี้ การต่อสู้ที่เมืองมาริอูโปลจบลงเมื่อเดือนพฤษภาคมหลังจาก ทหารและนักรบติดอาวุธฝ่ายยูเครนมากกว่า 2,500 คน ปักหลักในโรงงานเหล็ก ‘อะซอฟสตาล’ ต่อสู้กับทหารรัสเซียนานหลายสัปดาห์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย กระทั้งนักรบกลุ่มสุดท้ายได้รับคำสั่งให้ยอมจำนวน เนื่องจากบรรลุเป้าหมายในการถ่วงกองทัพรัสเซียไม่ให้ส่งกำลังไปยังสมรภูมิสำคัญอื่นๆ

ยูเครนยอมรับสูญเสียดินแดน 20% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

ประธานาธิบดีโวโรดีมีร์ เซเลนสกี บอกว่า พื้นที่ได้ 20% ที่รัสเซียยึดครองไว้ได้แล้วคิดเป็นเกือบ 125,000 ตร.กม. ซึ่งรวมถึงไครเมียที่รัสเซียผนวกไปเป็นดินแดนของตัวเองเมื่อปี 2014 ซึ่งคิดเป็น 7% ของพื้นที่ทั้งหมด

นอกจากนี้ รัสเซียยังยึดครองเมืองเซเวโรโดเนตสก์ ไว้ได้เกือบทั้งหมด โดยถ้ายึดเมืองนี้ได้ก็เท่ากับยึดภูมิภาคลูฮันสก์ไว้ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแผนยึดดอนบาส

สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War) บอกว่า หากกองทัพยูเครนจะถอนทัพออกจากเซเวโรโดเนตสก์ ก็ถือเป็นแผนทางยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะการเสียเมืองนี้ไปจะเป็นการสูญเสียเชิงสัญลักษณ์เสียมากกว่า

สงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ-ราคาน้ำมันพุ่ง ส.อ.ท.แนะรัฐส่งเสริมวัตถุดิบในประเทศ เปิดท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ
 
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม 2565 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 84.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 86.2
 
ในเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันปัจจัยที่ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกรวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาวัตถุดิบต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้น จึงเสนอต่อภาครัฐ 4 ข้อ 

1. เสนอให้ภาครัฐช่วยเจรจาหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่มีศักยภาพมาทดแทน โดยเฉพาะปุ๋ย อาหารสัตว์ สารเคมี เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศและเพื่อความมั่นคงระยะยาว

2. ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เช่น เงินอุดหนุนรักษาการจ้างงาน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

3. เสนอภาครัฐเปิดการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ และออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และ 

4. ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

อ้างอิง : บีบีซีนิวส์ เอเอฟพี bangkokbiznews

ติดต่อโฆษณา!