ชาติยุโรปจับมือสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียระยะยาว | ทันข่าว Today
05 มิถุนายน 2565
355

ชาติยุโรปจับมือสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียระยะยาว

ชาติยุโรปจับมือสร้างฟาร์มกังหันลมผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซียระยะยาว
Highlight

การคว่ำบาตรรัสเซียของยุโรป โดยการหยุดนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นับเป็นมาตรการที่ทำให้ตนเองเดือดร้อนไปด้วยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย  จนต้องจับมือกันสร้างฟาร์มกังหันลมขึ้นมา เพื่อทดแทนน้ำมันรัสเซียในระยะยาว ในขณะที่ซาอุฯ กลับลำพร้อมผลิตน้ำมันเพิ่ม หากพบว่ารัสเซียผลิตลดลง ด้านรัสเซียยังลุยรบยูเครนเต็มสูบ ใกล้ยึดเมืองสำคัญ “ดอนบาส” ได้แล้ว


หลายประเทศในยุโรปให้คำมั่นว่า จะสร้างฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย หลังรุกรานยูเครนอย่างหนัก

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวระหว่างการเดินทางเยือนท่าเรืออีสบีแยร์ (Esbjerg) ของเดนมาร์กว่า “ยิ่งยุโรปพึ่งพาซึ่งกันและกันมากเท่าใด เรายิ่งเป็นอิสระจากรัสเซียมากขึ้นเท่านั้น” และเสริมว่า “เราทุกคนต่างรู้กันดีว่าการผลิตพลังงานสะอาดนั้นเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ถ้าจะต้องใช้จริง ๆ ก็ต้องมีระบบส่งและแจกจ่ายไฟฟ้า และเพื่อการนั้นเราจึงต้องเริ่มลงมือ”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนพลังงานสะอาดปริมาณมหาศาลข้ามพรมแดนอย่างไรโดยไม่ต้องผ่านระบบส่งและแจกจ่ายไฟฟ้าทางบก หรือพาดสายเคเบิลที่ยุ่งเหยิงที่ก้นทะเล

ทั้งนี้ แนวคิดที่กำลังเป็นที่จับตาอยู่ในขณะนี้คือ การทำโครงข่ายนอกชายฝั่งโดยมีฟาร์มกังหันลมแห่งใหม่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางหรือเกาะพลังงาน และประสานกันด้วยสายเคเบิลที่เชื่อมตลาดยุโรปเข้าด้วยกัน แทนที่จะส่งต่อพลังงานกันเพียงตลาดเดียว

ซาอุฯเล็งเพิ่มการผลิตน้ำมัน หากรัสเซียลดผลิตจากผลกระทบคว่ำบาตร

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ซาอุดีอาระเบียเตรียมความพร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน หากการผลิตของรัสเซียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากการถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้หารือกันเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการประกาศเรื่องดังกล่าวในการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัสเมื่อ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของกลุ่มโอเปก ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ต้องการให้กลุ่มโอเปกพลัสซึ่งมีรัสเซียเป็นสมาชิกด้วยนั้น ปรับเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าในระดับปัจจุบัน เพื่อสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนในวันที่ 24 ก.พ.

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า สมาชิกบางรายของกลุ่มโอเปกพลัสกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการตัดรัสเซียออกจากการทำข้อตกลงผลิตน้ำมันของโอเปกพลัส ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตน้ำมันของรัสเซีย

ทั้งนี้ การนำรัสเซียออกจากระบบโควตาการผลิตน้ำมันรายเดือนของโอเปกพลัสจะเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งสมาชิกรายอื่น ๆ สามารถเพิ่มการผลิตน้ำมันได้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลิตของโอเปกพลัส และเพื่อชดเชยกำลังการผลิตของรัสเซียที่ขาดหายไป

สถานการณ์สู้รบ -รัสเซียใกล้ยึดดอนบาสได้สำเร็จแล้ว 

กองกำลังรัสเซียพยายามรวบรวมกำลังพลเพิ่มเติม เพื่อยึดครองเมืองซีวีโรโดเนสก์ (Sievierodonetsk) ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมของยูเครน ขณะที่ปฎิบัติการบุกจู่โจมเพื่อยึดครองภูมิดอนบาสใกล้สำเร็จทุกขณะ

ทางด้านสหรัฐได้ประกาศงบช่วยเหลือยูเครนก้อนใหม่ และจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน ซึ่งรวมถึงระบบยิงจรวดหลายลำกล้องที่ล้ำสมัย สามารถโจมตีเป้าหมายระยะไกลได้ประมาณ 80 กิโลเมตร เพื่อสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย

ขณะที่รัสเซียออกมาประณามการกระทำดังกล่าวของสหรัฐว่าเป็นการ “ราดน้ำมันบนกองไฟ” โดยนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียระบุว่า การสนับสนุนเครื่องยิงจรวดในครั้งนี้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่ “ประเทศที่สาม” จะถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ยูเครนรับประกันว่าจะไม่ใช้ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องเหล่านี้ในการยิงเข้าไปยังเขตแดนของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐหวังว่าการเพิ่มอาวุธให้ยูเครนจะช่วยกดดันให้รัสเซียยอมเจรจายุติสงคราม ซึ่งขณะนี้ดำเนินมาถึงเดือนที่สี่แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หลังจากการสู้รับกันอย่างหนักหน่วงอยู่หลายวัน บริเวณรอบเมืองซีวีโรโดเนสก์ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นดินแดนรกร้างจากการทิ้งระเบิดของรัสเซีย กองทหารรัสเซียก็ได้รุกคืบเคลื่อนพลผ่านถนนภายในเมือง ซึ่งฝ่ายยูเครนกล่าวว่า ขณะนี้รัสเซียได้เข้าควบคุมพื้นที่กว่า 70% ของเมืองเอาไว้แล้ว โดยมีกองทหารรัสเซียอยู่ใจกลางเมือง

อ้างอิง : รอยเตอร์, ไฟแนนเชียล ไทม์, infoquest

ติดต่อโฆษณา!