ไทยร่วมเสียงข้างมาก UN” เรียกร้องรัสเซียหยุดบุกยูเครน! | ทันข่าว Today
03 มีนาคม 2565
517

ไทยร่วมเสียงข้างมาก UN” เรียกร้องรัสเซียหยุดบุกยูเครน!

ไทยร่วมเสียงข้างมาก UN” เรียกร้องรัสเซียหยุดบุกยูเครน!
Highlight

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ลงคะแนนท่วมท้นให้กับมติประณามการบุกรุกยูเครนของรัสเซีย และเรียกร้องให้รัสเซียถอนกองกำลังออกจากยูเครนทั้งหมดโดยทันที โดย “ไทย” ร่วมโหวตกับเสียงข้างมากของยูเอ็น ในขณะที่ 35 ประเทศนำโดย  จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ และเวียดนาม งดออกเสียง และมี 4 ประเทศสนับสนุนรัสเซีย  ไทยห่วงผลกระทบสงครามผนวกโควิดทำเศรษฐกิจไม่ฟื้น


ประเทศสมาชิกยูเอ็น 141 ประเทศ รวมทั้ง ไทย จากทั้งหมด 181 ประเทศที่เข้าร่วมลงคะแนนครั้งนี้ สนับสนุนมติประณามรัสเซีย โดยมีเพียงรัสเซียและประเทศพันธมิตรรัสเซีย ประกอบด้วยเบลารุส ซีเรีย เกาหลีเหนือและเอริเทรีย ที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว 

และมีอีก 35 ประเทศที่งดออกเสียง นำโดย จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ และเวียดนาม แต่ก็ไม่ส่งผลต่อคะแนนเสียงอย่างน้อยสองในสามที่ต้องการเพื่อผ่านมติ

มติดังกล่าวได้รับการร่วมอุปถัมภ์จากประเทศสมาชิกเกือบ 100 ประเทศ ซึ่งคล้ายกับมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC ที่รัสเซียยับยั้งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ทำให้ร่างมติมาอยู่ในที่ประชุม UNGA

20220303-a-01.jpg

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามติดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่แสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาและความเห็นของชาติสมาชิกยูเอ็นส่วนใหญ่ที่ร่วมประณามรัสเซีย กรณีกระทำการก้าวร้าวรุนแรงต่อยูเครนด้วยท่าทีที่หนักแน่นที่สุด เห็นได้จากข้อเรียกร้องให้รัสเซียถอนกองทัพทั้งหมดออกจากยูเครนโดยทันที

แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า สารจาก UNGA ครั้งนี้ชัดเจนว่า จะต้องยุติความใช้ความรุนแรงในยูเครนและเปิดทางให้มีการเจรจาและการทูตตอนนี้

สหภาพยุโรป หรือ อียู ทำงานอย่างหนักเพื่อรวมเสียงประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ รวมทั้งโน้มน้าวประเทศอื่นๆ เพื่อลงคะแนนต่อต้านรัสเซีย โดยโอลาฟ สคูก ทูตอียูประจำสหประชาชาติ ระบุว่า รัฐบาลรัสเซียถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทั่วโลกต้องการให้รัสเซียยุติการคุกคาม ถอนกองกำลัง และปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ทวีตข้อความยินดีต่อมติดังกล่าว โดยเขาขอบคุณประเทศที่ลงคะแนนสนับสนุนยูเครน และกล่าวว่า ประเทศเหล่านี้ “เลือกข้างที่ถูกต้องในประวัติศาสตร์”

ทางด้านลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ ทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น กล่าวก่อนการลงคะแนนว่า สหประชาชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน ประณาม และยุติสงคราม และสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นการท้าทายสหประชาชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

มติดังกล่าวประณามการประกาศทำ “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ในยูเครนของรัสเซียเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และคัดค้านการที่รัสเซียละเมิดมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ ที่ระบุว่า ประเทศสมาชิกต้องงด “การคุกคามหรือใช้กำลังต่อบูรณภาพเหนือดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ”

เซอร์กีย์ คีสลีตสยา ทูตยูเครนประจำยูเอ็น กล่าวในที่ประชุมว่า ยูเครนกำลังต่อสู้สุดชีวิตต่อกองทัพรัสเซีย และรัสเซียไม่ได้บุกรุกเพื่อเปลี่ยนแปลงยูเครนเท่านั้น แต่บุกรุกเพื่อพรากความเป็นรัฐออกจากยูเครนด้วย

รัสเซียยังเร่งเครื่องบุกรุกยูเครน

อย่างไรก็ตาม การประณามจากนานาชาติอาจไม่ส่งผลต่อการกระทำของรัสเซียมากนัก โดยในวันพุธ รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีขณะที่ชาวยูเครนยังคงหนีออกมาทางชายแดน โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประมาณการว่า มีผู้ลี้ภัยกว่า 874,000 คนหนีออกจากยูเครนในสัปดาห์นี้ และได้เตรียมแผนรองรับผู้ลี้ภัยสูงสุด 4 ล้านคน

วาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำยูเอ็น อ้างเหตุผลว่า ปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียอยู่บนพื้นฐานของมาตราที่ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และย้ำว่ารัสเซียไม่ได้โจมตีอาคารของพลเรือนหรือตัวพลเรือน และขอให้ประเทศต่างๆ อย่าเชื่อข่าวเท็จในอินเตอร์เน็ต

นานาชาติแสดงจุดยืน

ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้าประชุม UNGA ในสัปดาห์นี้ สนับสนุนอธิปไตย บูรณภาพเหนือดินแดน และเอกราชของยูเครน หลายประเทศเรียกร้องให้มีการยกเลิกการรับรองเอกราชของเขตปกครองสองแห่งในยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน รวมถึงแสดงความไม่พอใจที่ผู้นำรัสเซียสั่งการให้กองกำลังนิวเคลียร์ของตนเตรียมพร้อม

ประเทศขนาดเล็กต่างออกมาสนับสนุนมติในครั้งนี้เช่นกัน เช่น แอนติกาและบาร์บูดา ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเกาะขนาดเล็กเช่นตน รับรองมติดังกล่าวเพื่อปกป้องหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ หรือไมโครนีเซียที่ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย

ทางด้านเมียนมา ที่มีทูตประจำยูเอ็นมาจากรัฐบาลพลเรือนก่อนเกิดรัฐประหาร ก็แสดงจุดยืนสนับสนุนยูเครน โดยจอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำยูเอ็น ระบุว่า ชาวเมียนมาต้องทนทุกข์กับ “การกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ความโหดร้าย อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยกองทัพเมียนมา” คล้ายกับที่ชาวยูเครนกำลังเผชิญ ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศที่ส่งอาวุธให้กองทัพเมียนมา

รัสเซียแทบไม่มีประเทศสนับสนุน

รัสเซียแทบไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนแม้แต่จากประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุด เช่น เซอร์เบีย ซึ่งลงคะแนนรับมติประณามรัสเซียครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ประเทศอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย เช่น จีน อิหร่าน นิการากัว คิวบา และปากีสถาน เลือกงดออกเสียง

อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังมีประเทศที่สนับสนุน เช่น เบลารุส ที่อนุญาตให้กองทัพรัสเซียตั้งฐานทัพในดินแดนของตนได้ และยิงขีปนาวุธ รวมถึงเดินหน้ากองกำลังจากดินแดนของตนไปยังทางตอนเหนือของยูเครนได้

วาเลนทีน รีบาคอฟ ทูตเบลารุสประจำยูเอ็น กล่าวว่า เบลารุสปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า เบลารุสมีส่วนร่วมกับ “การใช้กำลังอย่างผิดกฎหมาย” ต่อยูเครน โดยผู้นำเบลารุสพยายามอย่างยิ่งเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันได้ ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซียรอบที่สองจะมีขึ้นที่เมืองชายแดนของเบลารุส

ทางด้านทูตซีเรียประจำยูเอ็นกล่าวว่า ร่างมติฉบับนี้เป็น “การเสแสร้งอันฉาวโฉ่ทางการเมือง” ทั้งนี้ รัสเซียให้การสนับสนุนทางทหารแก่รัฐบาลซีเรียและการทำสงครามกลางเมือง มาตั้งแต่ปีค.ศ. 2015

ทางด้านเกาหลีเหนือกล่าวว่า สหรัฐฯ เป็นสาเหตุของความขัดแย้งในยูเครน โดยรัสเซียได้พยายามผ่อนคลายและยกเลิกมาตรการลงโทษจากนานาชาติต่อโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

มติ “ปรองดองเพื่อสันติภาพ”

การประชุม UNGA ในสัปดาห์นี้ เป็นการประชุมเพื่อมติ “ปรองดองเพื่อสันติภาพ” (Uniting for Peace) โดยการประชุมลักษณะนี้เป็นการประชุมพิเศษระหว่างประเทศสมาชิกทั้งหมดหาก UNSC ไม่สามารถหาข้อสรุปและเดินหน้าเพื่อรักษาหรือฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศได้ โดยในกรณีนี้ รัสเซียได้ยับยั้งร่างมติในลักษณะเดียวกันระหว่างการประชุมของ UNSC เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

รายงานของ UNSC ระบุว่า การประชุมในลักษณะนี้ถูกใช้มาไม่ถึง 12 ครั้งนับตั้งแต่ถูกกำหนดครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1950 โดยครั้งสุดท้ายที่มีการประชุมเพื่อออกมติ “ปรองดองเพื่อสันติภาพ” คือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ในปีค.ศ. 1982 โดยเป็นมติที่เกี่ยวกับอิสราเอล

ไทย ขอให้เหตุการณ์สงบ เหตุบอบช้ำจากโควิดมากพอแล้ว

ก่อนหน้านี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และมาตรการรองรับในด้านต่าง ๆ ของไทย ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า  

ในส่วนของกระทรวงต่างประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางยุโรปย่อมกระทบทุกมุมโลก โดยเฉพาะถ้ายืดเยื้อไป ที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปหลายอย่าง แต่อาจะไม่ได้ออกมาพูด เพราะที่พูดกันในสื่อ นักวิชาการ โดยใครต่อใครมีความรู้ดี ได้ให้ข้อมูลกับประชาชนในระดับที่เหมาะสมแล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลทำหลายเรื่องต้องมองอีกมุมหนึ่งว่า เราทำอะไรไปบ้าง ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองแค่ไหน เพราะเป้าหมายเราอยู่ตรงนั้น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อประชาชน ทั้งระยะปัจจุบันและระยะยาว

ผลกระทบมาจากความยืดเยื้อทั้งหลาย และไม่ใช่แค่คนไทย แต่ทุกชาติได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะหากสถานการณ์บานปลาย รับรู้กันอยู่ ท่าทีของเราที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในสหประชาชาติหรือในแต่ละประเทศที่เราต้องดีลด้วย เราพยายามขอให้พูดจากัน หารือกันเพื่อหาทางออก

“ฟังดูแล้วอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นความปกติที่จำเป็น ที่ต้องมาเริ่ม เมื่อมีการทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล ดีที่สุด คือ หันหน้ามาพูดกัน ซึ่งสิ่งที่ไทยดำเนินการ คือ มีแถลงการณ์ของประเทศไทยและมีแถลงการณ์ร่วมกับอาเซียน รวมถึงการคุยกับนานาประเทศ ตลอดจนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความยืดเยื้อไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย” นายดอนกล่าว

นายดอนกล่าวว่า หากสงครามยืดเยื้อจำเป็นต้องมีแผนรองรับและต้องมองไปข้างหน้าให้ได้ว่า อะไรเป็นอะไร 

นายดอนกล่าวว่า ขณะที่แผนอพยพคนไทยมีอยู่แล้ว ซึ่งในวันที่ 1-2 มีนาคม 2565 จะมา 99 คน ผ่านมาทางวอซอร์ มาทางบูเคเรส และจะตามมาอีก แต่มีจำนวนหนึ่งที่ไม่พร้อมที่จะออกมาเพราะมีครอบครัวอยู่ที่ยูเครน ทุกมุม คนไทยก็ดี ด้านประโยชน์ของคนไทยก็ดี ในระยะยาว ในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ล้วนแล้วแต่อยู่ในสถานะถูกกระทบได้

“เราไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ว่าจะที่ไหนในโลกนี้ เพราะเราต้องการความสงบ เพราะความสงบเท่านั้นที่ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาตัวเองได้ เราโดนเรื่องของโควิด-19 มา 2 ปีกว่าแล้ว ระหว่างที่โดนโควิดเราก็บอบช้ำทางเศรษฐกิจไปทั่ว

ลองจินตนาการ ถ้ามีโควิดแล้วยังมีเรื่องของการเมือง ความขัดแย้งมากระทบ มันซ้ำสอง มันทวีคูณ แทนที่เราจะสามารถฟื้น โดยหวังว่าโควิดจะเบาบางลงไปเราจะฟื้นตัว พัฒนาบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการค้าที่เพิ่มพูน เรื่องการลงทุนที่หวังว่าจะมีเกิดขึ้น หรือ นักท่องเที่ยวที่จะมากันจำนวนมาก ๆ มันก็ย่อมถูกกระทบเหตุการณ์เหล่านี้” นายดอนกล่าว

ที่มา : VOA , Prachachart

ติดต่อโฆษณา!