4 ประเภทรถไฟฟ้า ที่ต้องรู้จัก | ทันข่าว Today
23 กุมภาพันธ์ 2564
19,994

4 ประเภทรถไฟฟ้า ที่ต้องรู้จัก

4 ประเภทรถไฟฟ้า ที่ต้องรู้จัก

Written by ทันข่าวToday

Highlight

กลายเป็นกระแสหลักของโลกไปแล้ว สำหรับ “รถยนต์ไฟฟ้า EV” (Electric Vehicle)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเริ่มคึกคักอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายแบรนด์ต่างเข้ามาตีตลาดทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น มีรถยนต์ไฟฟ้าวางจำหน่ายในบ้านเราจำนวนไม่น้อย

หลายคนให้ความสนใจกับยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยแท้จริงแถมยังประหยัดค่าเชื้อเพลิงรถได้มากกว่า 3 เท่า  

แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในระยะยาว รถยนต์ไฟฟ้านับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

4 ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า บนโลกใบนี้

1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle, HEV) 
2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Vehicle, PHEV)
3. รถยนต์ไฟฟ้าเซลเชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle, FCEV)
4. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle, BEV)

1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle, HEV)

ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Hybrid ที่มีการวางจำหน่ายในไทย
▪️ Toyota Camry Hybrid, Toyota C-HR Hybrid, Toyota Alphard Hybrid, Toyota CHR Hybrid Toyota Prius, Toyota Altis Hybrid
▪️ Honda Accord Hybrid
▪️ Nissan X-Trail Hybrid

เป็นรถยนต์ที่มีการใช้เครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนทำงานร่วมกัน โดยในขณะที่รถยนต์ประเภทนี้มีการเบรค มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็น Generator และเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับคืนเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้อีกด้วย เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Regenerative braking จากกระบวนการออกแบบและการทำงานของรถยนต์ Hybrid ทำให้รถประเภทนี้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียวค่อนข้างมาก

2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Vehicle, PHEV)

ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่มีการวางจำหน่ายในไทย
▪️ กลุ่ม Mercedes plug-in hybrid
▪️ BMW plug-in hybrid
▪️ Audi plug-in hybrid เป็นต้น 

รถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV นั้นมีความคล้ายคลึงกับรถยนต์ไฮบริด (Hybrid, HEV) แต่จะแตกต่างกันตรงที่รถยนต์ประเภทนี้ สามารถที่จะชาร์จไฟฟ้าจากภายนอกได้ ซึ่งก็อาจจะใช้เป็น EV Charger หรือ สายชาร์จที่แถมมากับตัวรถก็ได้ ในการใช้งาน จึงทำให้รถยนต์ประเภทนี้สามารถที่จะขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมันแต่จะสามารถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ในระยะทางสั้นๆเท่านั้น ในด้านสมรรถนะในการขับขี่ มอเตอร์ไฟฟ้านั้นช่วยทำให้รถประเภทนี้นั้นออกตัวได้เร็วกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

3. รถยนต์ไฟฟ้าเซลเชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle, FCEV)

ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Fuel Cell Electric Vehicle ที่มีการวางจำหน่ายในไทย
▪️ Toyota Mirai
▪️ Hyundai Nexo
▪️ Honda Clarity Fuel Cell

รถยนต์ประเภทเซลเชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle, FCEV) มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน เพียงแต่แหล่งพลังงานนั้นมาจากพลังงานของก๊าซไฮโดรเจน โดยก๊าซไฮโดรเจนจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศที่เซลเชื้อเพลิงทำให้ได้พลังงานส่งกำลังให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าใช้ในการขับเคลื่อน โดยรถประเภทนี้จะต้องมีการเติมพลังงานไฮโดรเจน ที่สถานีให้บริการ

4. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle, BEV)

ตัวอย่าง รุ่นรถยนต์ Battery Electric Vehicle ที่มีการวางจำหน่ายในไทย
▪️ Tesla 
▪️ Nissan Leaf, MG ZS EV
▪️ Hyundai IONIQ EV, 
▪️ BMW i3, Kia Soul EV, BYD E6, Audi e-tron  เป็นต้น 


รถยนต์ประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle, BEV) นั้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว จึงส่งผลให้รถประเภทนี้จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่มากกว่ารถประเภทอื่นๆที่กล่าวมา

ผู้ใช้งานรถประเภทนี้สามารถชาร์จไฟฟ้าด้วย EV Charger

1. ที่ติดตั้งตามบ้านพักอาศัย
2. ชาร์จโดย EV Station ที่เป็นแบบ Quick Charge กรณีที่เดินทางไกล 

รถประเภทนี้จะมีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 เป็นศูนย์ หรือพูดได้ว่าไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศเลยก็ว่าได้ 

รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ก็ยังถือได้ว่าช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ดีกว่ารถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงแน่นอน ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาในการผลิตกระแสไฟฟ้าของแต่ละประเทศด้วยเช่นกัน

และหากคุณจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ก็สามารถทำประกันได้ตามปกติไม่มีปัญหาด้วยเช่นกัน