17 พฤษภาคม 2565
1,051

ครม.ไฟเขียวขยายลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 5 บาท/ลิตร ถึง 20 ก.ค.

ครม.ไฟเขียวขยายลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 5 บาท/ลิตร ถึง 20 ก.ค.
Highlight

ราคาน้ำมันพุ่งตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยอุปสงค์อุปทาน และสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเข้มข้น รวมถึงสถานการณ์ชาติยุโรป สวีเดน และฟินแลนด์เข้าร่วมนาโต ทำให้สถานการณ์การเมืองยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบยังคงยืนอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยให้ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้น การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอีก ลิตรละ 5 บาท ไปอีก 2 เดือนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอีก ลิตรละ 5 บาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.65 – 20 ก.ค. 65 เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำมันดีเซลราคาแพง ซึ่งถือเป็นต้นทุนค่าขนส่งสินค้าต่างๆ หลังจากที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในรอบแรก จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 พ.ค.นี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบขยายมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาท/ลิตร ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 พ.ค.นี้ โดยเริ่มตั้งแต่ 21 พ.ค.-20 ก.ค.65 เป็นเวลา 2 เดือน จากนั้นจะพิจารณาต่ออีกทุกๆ 2 เดือน

การขยายมาตรการลดภาษีในครั้งนี้ คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ของรัฐประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งวันนี้ใช้เงินกู้ไปแล้ว 7 หมื่นล้านบาท แต่จำเป็นต้องใช้เพื่อนำมาดูแลประชาชน และภาคการผลิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้มากที่สุด และไม่ให้ราคาน้ำมันขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นไปตามราคาตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องปรับตัวตามค่าขนส่ง

ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน ยอมรับว่า รัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม พร้อมเน้นการขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน

“สิ่งใดช่วยได้ก่อนก็อยากจะช่วยประชาชน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลอยากช่วยทุกกลุ่ม แต่ก็ต้องดูเรื่องงบประมาณด้วย ซึ่งการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับน้ำมันดีเซลเนื่องจากเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า และการบริการขนส่งมวลชน
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2566 โดยจะนำส่งให้ สภาฯ พิจารณาต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจว่า หลายอย่างก็ดีขึ้น แต่ยังบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็หวังว่าสงครามสิ้นสุดโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะกระทบไปทั้งโลก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ ทำให้ไม่สามารถตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนและภาคธุรกิจ 

ดังนั้น จำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษีมาช่วยลดระดับราคาขายปลีกของน้ำมันดีเซลไม่ให้สูงจนกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนการผลิตของทุกภาคอุตสาหกรรม จึงปรับลดอัตราภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท โดยให้อนุพันธ์ของน้ำมันดังกล่าว มีการปรับลดอัตราภาษีตามสัดส่วนเนื้อน้ำมันที่ผสมอยู่

อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการในระยะสั้น และถ้าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยในการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในครั้งนี้ ส่งผลให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อหารือถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันทั้งหมด และจะนำมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเห็นชอบปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาท/ลิตรไปหารือด้วย โดยจะพิจารณาว่ารัฐบาลจะตรึงราคาอย่างไรต่อไป 

เบื้องต้นในการลดภาษีสรรพสามิตลงครั้งนี้คงทำในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะต้องดูเรื่องของการจัดเก็บรายได้ และด้านการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเริ่มมีการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น

การดำเนินการดังกล่าว ช่วยลดภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้บางส่วน เพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันก็มีภาระในการตรึงราคาน้ำมันดีเซล โดยรัฐบาลจะพยายามบริหารจัดการ เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาพลังงานของไทยไม่ได้สูงไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยรัฐบาลจะดูแลไม่ให้ราคาสูงขึ้นมากเกินไปจากนี้ เพราะถ้าไม่มีมาตรการของรัฐบาลเข้าไปช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ จะทำให้ราคาพุ่งสูงเกิน 40 บาทต่อลิตร เท่าหลาย ๆ ประเทศแน่นอน แต่หากตรึงราคาจนต่ำเกินไปก็มีความเสี่ยงที่จะลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการช่วยเหลือน้ำมันเบนซิน ตอนนี้ยังไม่มีเพิ่มเติม ขณะที่แนวทางในการจัดหาแหล่งน้ำมันราคาถูกเพิ่มเติม ตอนนี้ก็พยายามหาทุกแหล่งภายในประเทศมากขึ้น

ส่วนกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 65 จาก 3.5-4.5% เหลือ 2.5- 3.5% นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าจะดี ส่วนครึ่งปีหลังคงต้องประเมินสถานการณ์แบบเดือนต่อเดือน ก่อนพิจารณาว่าจะมีมาตรการออกมากระตุ้นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยกระทรวงการคลังกำลังประเมิน เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ซึ่งกำลังพิจารณาจังหวะที่เหมาะสม

“ถ้าจำเป็น ก็ต้องใช้ ก็พิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจ ถ้ายังกระตุ้นไม่เพียงพอ การอุปโภคบริโภคยังมีไม่มากพอ หรือ สถานการณ์เรื่องสงครามยังยืดเยื้อ มีทิศทางรุนแรงมากขึ้น ก็มีความจำเป็นต้องกระตุ้นการใช้ในประเทศมากขึ้น เงินเรายังมีอยู่” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ติดต่อโฆษณา!