3 สเต็ป สู่การเป็น “บ้านประหยัดพลังงาน” | ทันข่าว Today
17 ตุลาคม 2564
692

3 สเต็ป สู่การเป็น “บ้านประหยัดพลังงาน”

3 สเต็ป สู่การเป็น “บ้านประหยัดพลังงาน”
Highlight
หลายคนบ่นว่าตั้งแต่มีโควิด ทำให้ต้องอยู่กับบ้าน และปัญหาที่ตามมาคือค่าไฟพุ่ง ซึ่งความจริงเราก็มีหลายวิธีที่ช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานไฟฟ้าลงได้ บางวิธีก็อาจจะต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านก่อนสร้างแต่แรก บางวิธี ก็อาจนำมาปรับใช้ทีหลังได้ #ทันข่าว วันนี้หยิบเอา 3 สเต็ปสู่การเป็นบ้านประหยัดพลังงาน มาฝากกัน

สเต็ป 1 : ออกแบบ / เลือกวัสดุสร้างบ้านเย็นสบาย

การทำให้บ้านเย็นสบาย เป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการประหยัดพลังงาน เพราะหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากก็คือเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นถ้าตัวบ้านสามารถอยู่อาศัยได้อย่างเย็นสบายอยู่แล้ว ก็จะลดการใช้แอร์ไปโดยปริยาย ซึ่งการทำให้บ้านเย็นสบายเป็นสิ่งที่ต้องคิดและวางแผนตั้งแต่ปลูกสร้างบ้าน เพราะเกี่ยวข้องกับการออกแบบ และเลือกวัสดุก่อสร้างบ้านคร่าวๆ ดังนี้

หันทิศทางตัวบ้านให้ถูกต้องรับลม ลดแสงแดด : วางแปลนบ้านให้รับลมจากทิศเหนือในฤดูหนาวและลมตะวันออกเฉียงใต้ในฤดูร้อน ทิศที่เหมาะกับหน้าบ้านที่สุดคือทิศเหนือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศใต้อาจโดนแสงแดดบ้าง แต่ทิศที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดคือทิศตะวันตก ที่จะทำให้บ้านโดนความร้อนจากแดดบ่ายเข้าเต็มๆ ทำให้ร้อนไปถึงตอนกลางคืน นอกจากนั้น บ้านควรมีฝ้าเพดานสูงโปร่ง มีช่องระบายอากาศถ่ายเทความร้อน และหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน

เลือกวัสดุก่อสร้างกันความร้อน : ใช้ฉนวนกันความร้อนจากกระเบื้องหลังคา เช่นฉนวนไฟเบอร์กลาส ผนังสำเร็จรูปที่มีฉนวนกันความร้อน การทำผนังสองชั้นในทิศที่รับแดด การใช้กระจกหน้าต่างกันความร้อน อย่างกระจกโลว์อี (Low Emission Glass) กระจกฉนวน (Double Insulated Glass) หรือติดฟิลม์กระจกกันความร้อน ใช้กรอบหน้าต่างทำจากไวนิลที่กันความร้อนได้ดี ทาบ้านสีอ่อนรวมถึงเลือกใช้สีที่ช่วยกันความร้อน

สร้างสวนสวยรอบตัวบ้าน : การขุดสระน้ำเล็กๆ หน้าบ้าน จะทำให้บ้านมีความชุ่มชื้นเมื่อมีสายลมพัดเข้ามา ช่วยลดความร้อนให้ตัวบ้านได้ อีกทั้งการปลูกต้นไม้รอบๆ บ้านเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้บ้านร่มรื่นเย็นสบาย เพราะร่มเงาของต้นไม้ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด อีกทั้งเป็นเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติอีกด้วย 

สเต็ป 2 : เลือกเครื่องใช้ในบ้านประหยัดไฟ

สเต็ปต่อมาของการประหยัดพลังงานในบ้าน คือเลือกใช้เครื่องไฟฟ้าที่ประหยัดไฟ โดยมีหลักการ ดังนี้
 
มีฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 : ฉลากจะบอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระดับการใช้ไฟฟ้า ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายต่อปีของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดของแต่ละยี่ห้อ ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพดีและประหยัดพลังงานในระยะยาว โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่เป็นระดับที่ประหยัดไฟมากที่สุด เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังที่ได้มาตราฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด

เลือกระบบ Inverter : ควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยี Inverter ควบคุมอุณหภูมิที่ทำให้ระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานสม่ำเสมอ และช่วยประหยัดพลังงานกว่าเดิมอย่างน้อย 30% เรามักจะคุ้นหูกับแอร์ระบบ Inverter มากที่สุด แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มีระบบ Inverter ด้วยเหมือนกัน เช่นตู้เย็น Inverter, เครื่องซักผ้า Inverter ฯลฯ แม้เครื่องใช้ไฟฟ้า Inverter จะมีราคาสูงกว่าเทคโนโลยีแบบเดิม แต่ในระยะยาวแล้วช่วยประหยัดพลังงาน คุ้มค่ากว่าแน่นอน

ใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม : การนำ  Internet of Things (IOT) มาประยุกต์ใช้กับฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจะช่วยให้เราบริหารจัดการการใช้พลังงานในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การตั้งเวลาปิดเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าล่วงหน้า การสั่งการได้ผ่านหน้าจอแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตที่สามารถเปิด-ปิดไฟ ตู้เย็น แอร์ ไมโครเวฟ ได้แม้ตัวคุณไม่ได้อยู่ที่บ้าน รวมถึงระบบ Smart Sensor Smart Sensor โดยเฉพาะกลุ่ม (Motion Sensor) ที่คอยตรวจจับความเคลื่อนไหวของเรา เช่น เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่าน ช่วยประหยัดไฟให้เปิดเฉพาะตอนที่มีคนใช้จริงๆ และทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น 

สเต็ป 3 : ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้บ้านผลิตไฟฟ้าได้เอง

ปัจจุบันเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ ณ วันนี้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ คุ้มค่ามากขึ้น  คืนทุนเร็วยิ่งขึ้น หลังคาโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากมีบ้านสายกรีน ประหยัดพลังงานแบบขั้นสุด

การติดตั้งหลังคาบ้านที่ใช้โซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะเปลี่ยนให้บ้านที่ใช้พลังงานอย่างเดียวมาเป็นบ้านที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ด้วย เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับบ้านที่มีการใช้ไฟมากกว่าเดือนละ 3,000 บาท มีคนอยู่ตอนกลางวัน มีการใช้แอร์ตอนกลางวันเยอะ เช่น บ้านพักอาศัยที่มีพ่อแม่อยู่บ้าน คนวัยเกษียณอายุที่อยู่บ้านในช่วงกลางวัน คนที่ทำงานที่บ้าน (Work from home) หรือทำออฟฟิศ/ธุรกิจที่บ้าน รวมถึงมีเนื้อที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ขั้นต่ำ 60 ตรม.

เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ ที่ราคาไม่แพงและเป็นที่นิยมใช้กันในตอนนี้ คือระบบ On Grid ที่เชื่อมระบบกับสายส่งการไฟฟ้า มีแผงโซลาร์เซลล์ต่อเข้ากับ กริดไทอินเวอร์เตอร์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้งานในบ้านทันที ไม่มีการเก็บสำรองใน Energy Storage

พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ เราสามารถขายส่วนเกินให้กับการไฟฟ้าได้ด้วย ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ลงทะเบียนยื่นความจำนงค์ได้ที่ https://spv.mea.or.th/ หรือ https://pea.or.th/  

ที่สำคัญ ควรเลือกใช้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์กับบริษัทชั้นนำที่ได้มาตรฐาน ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การยื่นขออนุญาตติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ตลอดจนบริการหลังการขายให้กับลูกค้าแบบ All in one

ที่มา : ธนาคารไทยพาณิชย์