“พลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย” พัฒนาก้าวใหม่ของ GPSC | ทันข่าว Today
30 กันยายน 2564
438

“พลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดีย” พัฒนาก้าวใหม่ของ GPSC

20210930-a-01.jpg

หนึ่งในแนวโน้มหลักของโลกหรือ Mega Trend ในอนาคต คือเรื่องของพลังงานสะอาด  ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ เช่นเดียวกับประเทศไทยเองก็เดินหน้าไปในทางนี้ ซึ่งเราก็มีบริษัทสัญชาติไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาดอย่างแข็งแกร่ง และยังเติบโตมากขึ้น ด้วยการไปลงทุนยังต่างประเทศด้วย ซึ่งอินเดียคือประเทศหนึ่งที่บริษัทพลังงานของไทยอย่าง GPSC ได้เข้าไปลงทุน

เพราะเทรนด์พลังงานสะอาดคือ Mega Trend ในระดับโลก และแทบทุกประเทศให้ความสำคัญ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจด้วยขนาดของประเทศ เศรษฐกิจ และจำนวนประชากร ก็คืออินเดีย

20210930-a-02.jpg

“ทำไมต้องเป็นอินเดีย ?” คำตอบก็ชัดเจนมากเพราะอินเดียเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 5 ของโลกด้วยจำนวนประชากรกว่า 1,300 ล้านคน มีความได้เปรียบด้านต้นทุนในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เมื่อเทียบกับประเทศอื่น มีนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี พ.ศ. 2573 จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจาก 95.7 กิกะวัตต์ในปัจจุบันให้เป็น 450 กิกะวัตต์ นั่นหมายถึงโอกาสในการเติบโตอีกมหาศาลของธุรกิจนี้ เช่นเดียวกับ Avaada ที่เป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทนชั้นนำในประเทศอินเดีย กำลังการผลิตไฟฟ้า 3,744 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตไปสู่ 11,000 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2568

20210930-a-03.jpg

บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด หรือ GRSC (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GPSC ถือหุ้น 100%) เข้าลงทุนในบริษัท Avaada Energy Private Limited ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศอินเดีย ด้วยมูลค่าการลงทุน 14,825 ล้านบาท พร้อมถือหุ้นในสัดส่วน 41.6%

20210930-a-04.jpg

การเข้าลงทุนของ GRSC ครั้งนี้ จะสนับสนุนการเติบโตของ GPSC ในพลังงานหมุนเวียนอย่างก้าวกระโดด เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอีก 1,897 เมกะวัตต์ ตามสัดส่วนการถือหุ้น 41.6% โดยเมื่อรวมกำลังการผลิตไฟฟ้าของ Avaada ในปัจจุบัน จะทำให้ GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามสัดส่วนการถือหุ้นเท่ากับ 2,635 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 37% ของกำลังการผลิตทั้งหมด 7,102 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสนับสนุนกลุ่ม ปตท. มุ่งหน้าสู่เป้าหมายการมีสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนให้ถึง 12,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 นั่นเอง