ส่องรายได้คนขับส่งอาหาร ทางเลือกอาชีพยุคโควิด | ทันข่าว Today
05 สิงหาคม 2564
41,285

ส่องรายได้คนขับส่งอาหาร ทางเลือกอาชีพยุคโควิด

ส่องรายได้คนขับส่งอาหาร ทางเลือกอาชีพยุคโควิด
HighLight

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไม่นอนของระเบียบ ศบค. ว่าประชาชนทั่วไปสามารถซื้ออาหารจากร้านด้วยตนเองหรือไม่ หรือต้องพึ่งบริการฟู้ดเดลิเวอรี่เท่านั้น ซึ่งหากไม่สามารถซื้อเองได้ ความต้องการใช้บริการส่งอาหารย่อมต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รวมทั้งสถานการณ์โควิดที่ทำให้คนตกงานกันเยอะ ทำให้เกิดความสนใจเข้ามาทำอาชีพฟู้ดเดลิเวอรี่กันมากขึ้น #ทันข่าวรู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ จึงรวบรวมประมาณการรายได้ ของฟู้ดเดลิเวอรี่แต่ละเจ้าเอาไว้ เผื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่สนใจ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว สามารถหาเงิน ราว 2 หมื่นบาทต่อเดือนได้ หรือถ้าขยัน อาจได้มากกว่านั้นอีก


Grab ได้ต่อเที่ยว เริ่ม 40 บาท ทำมากมีโบนัส

ค่ายใหญ่ที่มีจำนวนไรเดอร์มากที่สุดเวลานี้ คือ แกร็บ ฟู้ด คนขับจะได้รายได้จากค่าจัดส่งเริ่มต้นที่ 40 บาทต่อเที่ยว และหากจัดส่งอาหารระยะทางมากกว่า 3 กิโลเมตร ก็จะได้รับค่าบริการต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้น แต่จะหักค่าคอมมิชชั่น 15%

นอกจากนี้ยังมีระบบที่เรียกว่า “อินเซนทีฟ” หรือ รายได้เพิ่มเติม ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบการสะสมเพชร เพื่อรับเงินโบนัสเพิ่ม และโบนัสเงินสด ที่คนขับจะต้องขับตามเงื่อนไขที่แกร็บกำหนด เช่น หากขับในวันศุกร์-อาทิตย์ ครบ 10 รอบ จะได้เงินสดเพิ่ม 500 บาท เป็นต้น โดยระบบอินเทนซีฟจะคำนวณเป็นรายสัปดาห์ และจะโอนเข้ากระเป๋าเงินคนขับทุก ๆ วันพุธ

ถ้าหากขับวันละ 10 เที่ยวทุกวัน โดยมีค่าเฉลี่ยรอบละ 50 บาท ก็จะได้เดือนละ 15,000 บาท เมื่อรวมกับโบนัสต่างๆ การหาเงินเดือนละ 2 หมื่นบาท จึงสามารถทำได้ และยิ่งขยัน หรือมีกลยุทธการทำงานที่ดี ก็จะยิ่งได้มากขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องแลกกับข้อเสียที่มีคู่แข่งจำนวนมาก อาจต้องกดแย่งงานกัน


ฟู้ดแพนด้า ค่าส่งเฉลี่ยเที่ยวละ 33 บาท พร้อมโบนัสหลากหลาย

ส่วน ฟู้ดแพนด้า ที่ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย คนขับฟู้ดแพนด้า ระบบค่อนข้างซับซ้อน โดยคนส่งจะมีรายได้มาจากค่าจัดส่งเฉลี่ย 33 บาทต่อออเดอร์ ซึ่งคนขับแต่ละคนจะได้รับไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคะแนนการทำงานที่ต้องสะสม

สำหรับเกณฑ์การคำนวน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามเขตจังหวัด ได้แก่ กลุ่ม A วิ่งในช่วงเวลาพิเศษ จะได้คะแนน 30% วิ่งครบตามชั่วโมงที่จองได้ 30% ไม่ขาดงานในเวลาที่เลือกไว้ได้ 20% และจำนวนออเดอร์ที่กดรับอีก 20% ส่วนกลุ่ม B วิ่งในช่วงเวลาพิเศษ จะได้คะแนน 30% วิ่งครบตามชั่วโมงที่จอง 40% ไม่ขาดงานในเวลาที่เลือกไว้ได้ 20% และจำนวนออเดอร์ที่กดรับอีก 10%

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับโบนัสเพิ่ม ต่อที่ 1 ทำครบ 80 ออเดอร์ ภายใน 7 วัน รับโบนัส 250 บาท ต่อที่ 2 ทำครบ 340 ออเดอร์ ภายใน 30 วัน รับโบนัส 250 บาท ต่อที่ 3 ทำครบ 500 ออเดอร์ ภายใน 45 วัน รับโบนัส 250 บาท และต่อที่ 4 รับโบนัสเพิ่ม 750 บาท

ดังนั้น หากส่งเฉลี่ยวันละ 11 เที่ยว ทำให้ครบ 340 เที่ยวต่อเดือน และได้ค่าส่งตามค่าเฉลี่ย ก็จะได้รายได้ราว 12,000 บาท และจะเพิ่มขึ้นตามคะแนน และความขยัน


ไลน์แมน ค่าส่งต่อเที่ยวเริ่ม 55 บาท

ด้านไลน์แมน มีค่าบริการส่งอาหารเริ่มต้นที่ 55 บาท บวกกับค่าจัดส่งเพิ่มเติม กิโลเมตรละ 9 บาท โดยจะมีการหักค่าคอมมิชชั่น 15% ด้วยซึ่งทางไลน์แมน เคลมว่า ไรเดอร์ของตน ได้เงินเฉลี่ยเดือนละ 25,000 บาท โดยประมาณ


โรบินฮู้ด ชักจูงด้วยรายได้ 25,000-30,000 บาทต่อเดือน 

ด้านโรบินฮู้ด ก็ประกาศไว้ในเว็บไซต์ตนเองว่า ไรเดอร์ มีโอกาสได้รับเงินเดือนละ 25,000 -30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความขยัน โดยจูงใจคนขับด้วยการดึงจุดขาย ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน ไม่บังคับซื้อเสื้อ ซื้อกล่อง แถมมีสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ให้ด้วย นอกจากนี้ ยังรับเงินทุกวัน ด้วยการตัดยอดทุก 6 โมงเย็นและเงินเข้า 4 ทุ่มคืนนั้นเลย

แน่นอนว่าแต่ละค่าย ต่างก็แย่งชิงพนักงานขับรถกันอย่างเต็มที่ และบางค่าย ก็ออกแคมเปญใหม่ๆ เพื่อจูงใจ ซึ่งถ้าสนใจ อาจต้องเข้าไปอัพเดทข้อมูลของแต่ละเจเาอีกครั้ง ซึ่งโดยรวม แต่ละค่าก็มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไป แต่เบื้องต้น ก็เชื่อว่า หากขยันทำงาน น่าจะหาเงินระดับ 20,000 บาทต่อเดือนได้ แทบทุกค่าย

#รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์คลิกอ่านทันข่าว

ติดต่อโฆษณา!