03 กุมภาพันธ์ 2566
1,302

หุ้นได้ประโยชน์ มาตรการสนับสนุนผลิตแบตเตอรี่ EA, NEX โดดเด่น

หุ้นได้ประโยชน์ มาตรการสนับสนุนผลิตแบตเตอรี่ EA, NEX โดดเด่น
Highlight

บอร์ดอีวี เคาะมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี สำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยลดภาษีสรรพสามิตลงเหลือ 1% จากก่อนหน้านี้ที่จัดเก็บ 8% รวมถึงการจ่ายเงินอุดหนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ 2.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้ราคาแบตเตอรี่และรถอีวีลดลง เป็นการสนับสนุน Ecosystem ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ บล.ดาโอระบุ 4 หุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ EA, GPSC, WHA, NEX  

  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) มีมาตรการในการสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรีสำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เห็นชอบหลักการของมาตรการสนับสนุนการผลิตแบตเตอรีด้วยการให้เงินสนับสนุนวงเงิน 24,000 ล้านบาท ในปี 2567

  • ส่วนปี 2566 จะมีวงเงินสนับสนุนราว 3,000 ล้านบาท สำหรับการผลิตแบตเตอรีระดับเซลล์ในประเทศไทย การให้เงินสนับสนุนจะอยู่บนหลักการ ที่จะลงทุนผลิตก่อน ได้รับเงินสนับสนุนก่อน

 

สำหรับคุณสมบัติแบตเตอรีสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิตามมาตรการประกอบด้วย

1. เป็นแบตเตอรีจากผู้ผลิตที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิต 1% (สำหรับแบตเตอรีจากผู้ผลิตที่ไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) และแบตเตอรีนำเข้า จะมีอัตราภาษีสรรพสามิตร 8%)

2. เป็นแบตเตอรีที่ผลิตในระดับเซลล์ภายในประเทศและที่มี Life Cycle ไม่น้อยกว่า 1,000 รอบ โดยนับจาก 70% ของ Nominal Capacity ที่ Depth of Discharge ไม่ต่ำกว่า 80% ณ อุณหภูมิทดสอบ 20-25 องศา และต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน IEC หรือหน่วยงานที่รัฐให้การรับรอง

3. เป็นแบตเตอรีมีระบบจำกัดหรือกระบวนการนำกลับมาใหม่ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมประกาศกำหนด

โดยเงินสนับสนุนดังกล่าว จะขึ้นกับขนาดของโรงงานผลิตแบตเตอรีและความจุพลังงานจำเพาะของแบตเตอรี

โรงงานผลิตแบตเตอรีขนาดต่ำกว่า 8 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง (GWh)  จะมีการสนับสนุนดังนี้

1. แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะ โดยน้ำหนักสูงกว่า 190 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 600 บาทต่อKWh  

2. แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะโดยน้ำหนัก145-190 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 500บาทต่อKWh และ 3.แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะโดยน้ำหนักตั้งแต่ 125-145 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 400 บาทต่อKWh

โรงงานผลิตแบตเตอรีขนาดสูงกว่า 8 GWh รับการสนับสนุนดังนี้  

1. แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะโดยน้ำหนักสูงกว่า 190 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 800 บาทต่อKWh  

2. แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะโดยน้ำหนัก145-190 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 700 บาทต่อKWh 

3. แบตเตอรีประเภทที่มีพลังงานจำเพาะโดยน้ำหนักตั้งแต่ 125-145 Wh/kg จะได้รับเงินสนับสนุน 600 บาทต่อKWh

 

โบรกเกอร์ระบุ 4 หุ้นได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการอุดหนุนแบต EV

  • บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ ระบุในบทวิเคราะห์ มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น EA, GPSC, WHA, NEX เนื่องจากมองว่ามาตรการสนับสนุนการลงทุนแบตอีวี ของกรมสรรพสามิต ที่มีการลดภาษีลดภาษีลงเหลือ 1% จากก่อนหน้านี้ที่ 8% รวมถึงการจ่ายเงินอุดหนุนผู้ผลิตแบตเตอรี่ 2.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้ราคาแบตเตอรี่และรถอีวีลดลงได้ เป็นการสนับสนุน Ecosystem ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

  • หุ้น EA เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ขนาดกำลังการผลิต 1 GWh โดยประโยชน์จากมาตราการลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 1% และเงินสนับสนุนจากมาตรการเดิมที่ 200 บาทต่อ kWh จะเป็น upside ต่อ earnings ของ EA ที่ราว 550 ล้านบาทต่อการผลิตแบตเตอรี่ 1GWh หรือคิดเป็นราว 6% ต่อประมาณการปี 2566 ของฝ่ายวิจัยที่ 1.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายเป็น 2 GWh ภายในปี 2566 และขยายสู่ 4 GWh ภายในปี 2567 

  • ส่วน GPSC มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ปัจจุบันที่ 30 MWh โดยมีแผนที่ขยายกำลังการผลิตเป็น 1 GWh ภายใน 2566 ส่วน WHA มองว่าจะเป็น sentiment เชิงบวกต่อการเข้ามาก่อตั้งโรงงานผลิตรถอีวี ถ้าหากต้นทุนการผลิตและราคาแบตเตอรี่ในประเทศไทยลดลง ส่งผลบวกต่อยอด presale และ transfer ปี 2566 ที่จะเพิ่มขึ้นสูงมากกว่าคาด โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม EV และ supplychain จำนวน 800-900 ไร่ที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนใน 1H66

  • ฝ่ายวิจัย บล.ดาโอ ให้คำแนะนำ “ถือ” หุ้น EA โดยราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 90.00 บาท อิงวิธี SoTP, GPSC ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 85.00 บาท อิงวิธี DCF, WHA ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 4.60 บาท อิง 2566 PBV ที่ 2.0x (+0.5SDabove 5-yr average PBV)

  • NEX ก็ได้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนให้ราคาแบตเตอรี่ลดลง จะส่งผลบวกให้แนวโน้มราคาขายรถ E-Bus และ E-Truck ลดลงด้วย ทำให้โอกาสในการขายน่าสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ NEX ฝ่ายวิจัยยังแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท อิง PEG 1 เท่า (เทียบเท่า 2566 PER ที่ 33 เท่า, ปี 2566-68 กำไรโตเฉลี่ย +33% CAGR)


ติดตาม ทันข่าวToday ช่องทางอื่น ๆ

🔺 Website : https://www.thunkhaotoday.com/
🔺 Facebook : https://www.facebook.com/thunkhaotoday
🔺 Line Today : https://bit.ly/3ifSuDr
🔺 ติดต่อโฆษณา : https://line.me/ti/p/9mjGVL4nhC

ติดต่อโฆษณา!