ฐานะการคลังไทยแข็งแกร่ง จัดเก็บรายได้ทะลุเป้า บาทแข็งค่าต่อเนื่องสู่ 32.63 บาทในวันนี้ | ทันข่าว Today
23 มกราคม 2566
70

ฐานะการคลังไทยแข็งแกร่ง จัดเก็บรายได้ทะลุเป้า บาทแข็งค่าต่อเนื่องสู่ 32.63 บาทในวันนี้

ฐานะการคลังไทยแข็งแกร่ง จัดเก็บรายได้ทะลุเป้า บาทแข็งค่าต่อเนื่องสู่ 32.63 บาทในวันนี้
Highlight

เงินบาทไทยแข็งค่าต่อเนื่องแตะ 32.63 บาท นักกลยุทธ์ทางการเงินมองระยะสั้นรอบนี้น่าจะแตะ 32.50 บาท  สะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและฐานะทางเงิน หลังกระทรวงการคลังจัดเก็บภาษีเกินเป้ากว่า 7.3 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 6.33 แสนล้านบาทในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 22/23  เงินคงคลัง มีจำนวน 7.1 แสนล้านบาท เป็นระดับที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็น สภาพัฒน์ฯเตรียมปรับประมาณการณ์ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทย เป็น 3.5-4%

  • กระทรวงการคลังเผยการจัดเก็บรายได้สุทธิในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม – ธันวาคม 2565) จำนวน 633,139 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 73,586 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.2 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.3

 

  • โดยได้รับแรงหนุนตามการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภค และการค้าระหว่างประเทศ และยังมีรายได้พิเศษจากการนำส่งทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียน รายได้จากสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และใบอนุญาตคลื่นวิทยุ รวมทั้งอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี

 

  • คาดว่ารายได้รัฐบาลในช่วงที่เหลือขอปีงบประมาณ 2566 จะยังคงขยายตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจ

 

  • การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตต่ำกว่าประมาณการ จากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นการชั่วคราวจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง

 

  • หากไม่รวมรายได้พิเศษของส่วนราชการอื่นและกรมศุลกากร ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิสูงกว่าประมาณการ 40,175 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.2 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.3

 

  • กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะมีรายได้นำส่งคลัง 2.6 ล้านล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 3.1 ล้านล้านบาท และมีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 6.95 แสนล้านบาท

 

  • เงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2566 มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 7.1 แสนล้านบาท เป็นระดับที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นของภาครัฐ ภาพรวมฐานะการคลังในปีงบประมาณ 2566 มีความมั่นคงและเข้มแข็ง

 

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เตรียมทบทวนประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปี pตามแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอีกด้วย

 

เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

 

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.70 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ และล่าสุดอยู่ที่ 32.690 บาทต่อดอลลาร์

 

  • เช้านี้เงินบาทแข็งค่าตามทิศทางของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค หลังจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่า เนื่องจากเมื่อคืนวันศุกร์ มีท่าทีจาก สมาชิกของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่สนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.50% ใน 2 ครั้งติดต่อกัน ส่งผลให้เงินยูโรปรับ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

 

  • นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60 – 32.95 บาท/ดอลลาร์ แต่คาดว่า การซื้อขายจะเบาบาง เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียยังติดวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน

 

  • Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่าเงินบาทจะมีโอกาสแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่ก็พร้อมผันผวนอ่อนค่าลง หากตลาดปิดรับความเสี่ยงและเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้จริง ทั้งนี้ เงินบาทยังคงมีแนวต้านสำคัญในช่วง 33.20 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ส่งออกบางส่วนต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ ส่วนผู้เล่นต่างชาติก็รอจังหวะเพิ่มสถานะ Short USDTHB ตามความหวังการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว

 

  • ขณะที่นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ให้กรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาท วันนี้ที่ระดับ 32.60-32.95 บาท

 

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียปรับตัวขึ้นได้ดี จากความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดันจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและรายงานผลประกอบการโดยรวมออกมาแย่กว่าคาด นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุ

 

  • ในสัปดาห์นี้ ควรระวัง รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการของสหรัฐฯ, ยูโรโซน และญี่ปุ่น รวมถึงรอลุ้นรายงานผลประกอบการบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Microsoft, ASML และ Tesla

 

  • ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น ควรระวังเงินดอลลาร์อาจรีบาวด์ขึ้นได้ หากตลาดเดินหน้าปิดรับความเสี่ยงต่อ (รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด) หรือ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด อาทิ อัตราเงินเฟ้อ PCE ไม่ได้ชะลอลงตามคาด ทำให้ตลาดกลับมากังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

 

  • ธนาคารกรุงไทยคงคำแนะนำว่า ในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

 

  • ในสัปดาห์นี้ ควรระวัง รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการของสหรัฐฯ, ยูโรโซน และญี่ปุ่น รวมถึงรอลุ้นรายงานผลประกอบการบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Microsoft, ASML และ Tesla เป็นต้น

 

  • ธนาคารกรุงไทยคาดการณ์ด้วยว่า ระดับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะยิ่งได้แรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย +25bps สู่ระดับ 1.50% ในวันที่ 25 ม.ค. นี้



    ติดตาม ทันข่าวToday ช่องทางอื่น ๆ

    🔺 Website : https://www.thunkhaotoday.com/
    🔺 Facebook : https://www.facebook.com/thunkhaotoday
    🔺 Line Today : https://bit.ly/3ifSuDr
    🔺 ติดต่อโฆษณา : https://line.me/ti/p/9mjGVL4nhC
ติดต่อโฆษณา!