BCP เตรียมฮุบ ESSO คาดทุ่มเงินซื้อ 3 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์มองดีลเป็นบวกต่อ BCP ลดต้นทุน-ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น | ทันข่าว Today
04 มกราคม 2566
420

BCP เตรียมฮุบ ESSO คาดทุ่มเงินซื้อ 3 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์มองดีลเป็นบวกต่อ BCP ลดต้นทุน-ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น

BCP เตรียมฮุบ ESSO คาดทุ่มเงินซื้อ 3 หมื่นล้านบาท นักวิเคราะห์มองดีลเป็นบวกต่อ BCP ลดต้นทุน-ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น
Highlight

บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ BCP ไม่ปฏิเสธข่าวการเตรียมเข้าซื้อหุ้นจำนวน 65% จาก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ด้วยมูลค่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย คาดว่า BCP ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากน่าจะมีเงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานที่เพียงพอ  หากดีลนี้สำเร็จคาดส่งผลบวกต่อ BCP ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของ ESSO ที่สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและขยายธุรกิจได้มากขึ้นในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย หรือ KS ระบุว่ามีรายงานข่าวว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ BCP จะเข้าซื้อหุ้นบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ที่ 12-14 บาทต่อหุ้น หากเกิดขึ้นจริง KS มีมุมมองเชิงบวกต่อดีลนี้

BCP ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและการค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาด รวมถึงลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ในขณะที่ ESSO เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านปิโตรเลียมและปิโตรเคมีอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันอันทันสมัยที่ อ.ศรีราชา และเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์หลักของเราประกอบไปด้วย น้ำมันเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท ผลิตภัณฑ์เคมีที่ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น และน้ำมันหล่อลื่น

ทั้งนี้คาดว่า BCP จะใช้เงินลงทุนครั้งนี้ประมาณ 3-หมื่นล้านบาท ถ้าหากรวมการทำ Tender offer จะใช้เงิน 4.8 หมื่นล้านบาท

“เชื่อว่า BCP ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน รอประชุมคณะกรรมการบริษัท ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้และคาดว่าสามารถปิดดีลอย่างเร็วสุดภายใน Q3/23 นักวิเคราะห์กล่าว

“แต่แหล่งเงินสำหรับการซื้อหุ้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับ BCP ในการซื้อครั้งนี้”

นักวิเคราะห์กล่าวว่า กรอบราคาที่ 12-14 บาท เป็นราคาที่มีความสมเหตุสมผล ขณะที่คาดว่าจะเห็นการผนึกกำลังในการดำเนินงานที่ชัดเจนและลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงในการย้ายโรงกลั่น BCP

“หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการซื้อกิจการครั้งนี้จาก การผนึกกำลังของการดำเนินงานที่คาดจะเห็นอย่างชัดเจน เช่น เทคโนโลยีการกลั่นที่แตกต่างกันของทั้งสองโรงกลั่นจะช่วยเสริมความยืดหยุ่นของ BCP”, นักวิเคราะห์กล่าว

นอกจากนี้ต้นทุนขนส่งน้ำมันดิบ BCP จะลดลงจากการใช้ระบบรับน้ำมันดิบของ ESSO ไปยังโรงกลั่นของ BCP  รวมทั้งมีประโยชน์ร่วมกันในการดำเนินงานของธุรกิจน้ำมันค้าปลีก

ความประหยัดต่อขนาดที่เพิ่มขึ้นสำหรับโรงกลั่นของทั้ง 2 บริษัท และโอกาสที่เพิ่มขึ้นของ BCP ในการขยายธุรกิจโรงกลั่นและน้ำมันค้าปลีก (โรงกลั่นของ ESSO มีปัญหาคอขวด ขณะที่โรงกลั่นของ BCP ไม่สามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มได้อีกจากพื้นที่ที่จำกัด)

ผลกระทบที่น้อยลงหากโรงกลั่นของ BCP ต้องย้ายฐานการผลิตในอนาคต

นักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนควรจะ “Let profit run” สำหรับหุ้น ESSO และคงคำแนะนำซื้อหุ้น  BCP ส่วนราคาหุ้น ESSO จะปรับเพิ่มขึ้นถึงกรอบบนของกรอบราคาซื้อขายดีลนี้ ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนซึ่งถือหุ้น ESSO อยู่แล้วให้ “let profit run” ไปจนราคา 14 บาท

ขณะเดียวกัน แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้น BCP หากราคาลดลง ในกรณีที่นักลงทุนเชื่อว่าราคาซื้อกิจการจะต่ำกว่าราคาที่ข่าวเสนอหรือมีเทคนิคทางการเงินอื่น ๆ เพื่อนำมาเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับดีลนี้โดยไม่ต้องเพิ่มทุน

นางสาววรรณสิริ ตรงตระกูลวงศ์  เลขานุการบริษัท BCP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อ 30 ธันวาคม 2565 ว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อว่า ขณะนี้บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จากัด (มหาชน) อยู่ ระหว่างเตรียมการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จากัด (มหาชน) หรือ ESSO นั้น

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการบริษัทมีการพิจารณาการลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มี ข้อสรุปรวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขการลงทุนใดๆ ทั้งนี้ การตัดสินใจต่างๆ ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดและสอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดาเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่เน้นการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด

หากมีข้อสรุปที่ชัดเจน บริษัทฯ จะแจ้งข่าวผ่านระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยต่อไป

ราคาหุ้น BCP เมื่อเวลา 15.20 น. ของวันที่ 4 ม.ค.2566 เคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.75 บาท ปรับลดลง 2.38% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขายรวม 164.7 ล้านบาท ขณะที่หุ้นที่ ESSO เคลื่อนไหวอยู่ที่ 11.60 บาท ปรับลดลง 5.69% จากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขายรวม 787 ล้านบาท

ติดต่อโฆษณา!