SCBEIC ชี้เศรษฐกิจโลกเริ่มพ่นพิษ ส่งออก ต.ค.ร่วงในรอบ 2 ปี แนวโน้มปีหน้ายังไม่สดใส | ทันข่าว Today
29 พฤศจิกายน 2565
260

SCBEIC ชี้เศรษฐกิจโลกเริ่มพ่นพิษ ส่งออก ต.ค.ร่วงในรอบ 2 ปี แนวโน้มปีหน้ายังไม่สดใส

SCBEIC ชี้เศรษฐกิจโลกเริ่มพ่นพิษ ส่งออก ต.ค.ร่วงในรอบ 2 ปี แนวโน้มปีหน้ายังไม่สดใส
Highlight

EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า การส่งออกสินค้าของไทยในระยะถัดไปแนวโน้มลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอลงมาก โดย EIC ได้ปรับลดประมาณการส่งออกไทยในปี 66 เหลือ 1.2% จากเดิมที่เคยคาดไว้ 2.5% เนื่องจากประเมินว่า เศรษฐกิจบางประเทศหลัก เช่น ยุโรป สหราชอาณาจักร มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจขถดถอย ตั้งแต่ปลายปีนี้ ตามด้วยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 66 อย่างไรก็ตาม CLMV ยังเติบโตดี


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์  มองการส่งออกสินค้าไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจโลก และคาดขยายตัวได้เพียง 1.2% ในปี 2023

ทั้งนี้ สัญญาณอุปสงค์โลกชะลอตัวลงมากขึ้น สะท้อนจาก

  1. ข้อมูลดัชนี Manufacturing PMI ของประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงข้อมูล Exports order ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 50

 

  1. ข้อมูลการส่งออก 20 วันแรกของเกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายนหดตัว -16.7% ซึ่งหดตัวสูงสุดในรอบ 30 เดือน โดยในเดือนนี้การส่งออกของเกาหลีใต้ หดตัวรุนแรงในตลาดจีน (-28.3%) และฮ่องกง (-35.6%) ขณะที่การนำเข้าของเกาหลีใต้หดตัว -5.5% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี

 

  1. การส่งออกของจีนในเดือนต.ค. หดตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปีอยู่ที่ -0.3% นอกจากนี้ การนำเข้าของจีนหดตัว -0.7% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกเช่นกันนับตั้งแต่เดือนส.ค.63 รวมทั้งจีนยังนำเข้าสินค้าไทยลดลง -14.5% นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7

“ข้อมูลการส่งออก-นำเข้า ของจีน และเกาหลีใต้ที่ลดลง สะท้อนให้เห็นอุปสงค์ของตลาดโลกที่ลดลงชัดเจน (แม้ในตลาดจีนมีส่วนหนึ่งที่เป็นผลกระทบจากการปิดเมืองเพื่อควบคุมโควิด-19) และมีแนวโน้มสะท้อนให้เห็นอุปสงค์ของสินค้าจากไทย ที่อาจลดลงเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ EIC จึงปรับลดประมาณการมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 2566 มาอยู่ที่ 1.2% จากเดิม ณ เดือนก.ย.ที่ 2.5%”

บทวิเคราะห์ระบุ

กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน ต.ค. 65 อยู่ที่ 21,772 ล้านดอลลาร์ฯ ลดลง -4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 20 เดือน และเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 2 ปี หากเทียบกับเดือนก่อนหน้า ภาพรวมการส่งออกรายกลุ่มสินค้าในเดือนต.ค. ลดลงเกือบทุกกลุ่ม โดยกลุ่มสินค้าเกษตร ลดลง -4.3% กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง -2.3% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ลดลง -3.5%

การส่งออกไปยังตลาดหลักหดตัวรุนแรง แต่ตลาด CLMV ยังขยายตัวได้ดี

การส่งออกรายตลาดหดตัวเกือบทุกตลาดหลัก สะท้อนอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว โดย (1) ตลาดจีนหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ -8.5% เนื่องจากนโยบาย Zero COVID ที่ยังบังคับใช้อยู่ (2) ตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (EU28) หดตัว -0.9% และ -7.9% เทียบกับที่ขยายตัวดีในช่วงก่อนหน้าที่ 26.1% และ 22.2% ในเดือนก่อน ตามลำดับ

สอดคล้องกับสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลงมากและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศหลักทั้งสองที่เพิ่มขึ้น (3) ตลาด CLMV ยังขยายตัวดีต่อเนื่อง 10.6% ขณะที่ตลาด ASEAN5 หดตัว -13.1% จากที่ขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์ขยายตัวมากในเดือนนี้ 103.5% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการส่งออกทองคำที่ขยายตัวถึง 159.8%

ดุลการค้าขาดดุลต่อเนื่อง

มูลค่าการนำเข้าของไทยในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 22,368,8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวครั้งแรกในรอบ 21 เดือนที่ -2.3% จากเดือนก่อนที่ขยายตัวสูง 15.6% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านราคานำเข้าที่ชะลอตัว โดยการนำเข้าสินค้าทุนหดตัวสูง -16.4% การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภคหดตัวเล็กน้อย -0.4% การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงแม้ยังขยายตัวได้ 7.5% แต่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 19 เดือน

สำหรับการนำเข้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่งและอาวุธยุทธปัจจัยขยายตัวได้ 0.3% และ 2,993% (จากปัจจัยฐานต่ำ) ตามลำดับ อย่างไรก็ดี มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยชะลอตัวช้ากว่ามูลค่าการส่งออกค่อนข้างมาก ส่งผลให้ดุลการค้าในระบบศุลกากรเดือนนี้ขาดดุล -596.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 สำหรับในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2022 มูลค่าการนำเข้าขยายตัว 18.3% และดุลการค้าขาดดุล -15,581.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ติดต่อโฆษณา!