วงการโบรกเกอร์ป่วน ก.ล.ต.สั่ง บล.เอเชีย เวลท์ หยุดทำธุรกิจชั่วคราว หลังพบนำเงินลูกค้าไปชำระค่าซื้อหุ้น | ทันข่าว Today
18 พฤศจิกายน 2565
329

วงการโบรกเกอร์ป่วน ก.ล.ต.สั่ง บล.เอเชีย เวลท์ หยุดทำธุรกิจชั่วคราว หลังพบนำเงินลูกค้าไปชำระค่าซื้อหุ้น

วงการโบรกเกอร์ป่วน ก.ล.ต.สั่ง บล.เอเชีย เวลท์ หยุดทำธุรกิจชั่วคราว  หลังพบนำเงินลูกค้าไปชำระค่าซื้อหุ้น
Highlight

วงการตลาดหุ้นยังปั่นป่วน หลังจากนักลงทุนคนหนึ่งส่งคำสั่งซื้อหุ้น มอร์ รีเทิร์น เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 แต่กลับไม่ชำระเงินค่าหุ้น ทำให้โบรกเกอร์กว่า 10 รายต้องรับภาระจ่ายเงินแทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบอย่างเข้มข้น เมื่อวานนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า บล.เอเชีย เวลท์ นำเงินลูกค้าไปชำระค่าหุ้น 157.99 ล้านบาทโดยไม่ได้รับความยินยอม จึงถูกสั่งระงับการประกอบธุรกิจชั่วคราว เช้าวันนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯและสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ แถลงข่าวด่วนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และย้ำว่ามีเพียงบริษัทหลักทรัพย์เดียวที่พบการกระทำผิดในขณะนี้


ก.ล.ต.  มีคำสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระงับการประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 2022 หลังตรวจพบว่า บริษัทมีการนำเงินของลูกค้าที่อยู่ในความครอบครองไปชำระเป็นค่าซื้อหลักทรัพย์กับสำนักหักบัญชี โดยลูกค้าไม่ได้มีคำสั่งหรือยินยอมให้ดำเนินการดังกล่าว เป็นจำนวนเงิน 157.99 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินงานในลักษณะนี้อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัท

คณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีการประชุมและเห็นว่าการดำเนินงานของบริษัทอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชนได้ จึงมีมติโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 143 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด  นำเงินของลูกค้าที่บริษัทนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยที่ลูกค้าไม่ได้อนุญาต มาคืนภายในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2565

ระงับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ยกเว้นแต่เป็นการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงโดยรวมในเงินลงทุนของบริษัทหรือการดำเนินการตามภาระผูกพันที่ค้างอยู่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป จนกว่าบริษัทจะนำเงินลูกค้ามาคืน และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจได้ตามปกติ

จัดให้มีระบบงานในการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก ภายในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565 และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของบริษัท เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าที่มีอยู่กับบริษัทได้ตามความประสงค์ของลูกค้า ภายในระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก.ล.ต. โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ได้สั่งการให้บริษัทงดการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ด้วย เว้นแต่เป็นการซื้อขายเพื่อล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีฐานะอยู่เดิม จนกว่าบริษัทจะนำเงินลูกค้ามาคืน และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจได้ตามปกติ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ แถลงข่าวด่วนร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมว่าในกรณีดังกล่าว ดังนี้

ข้อมูลประกอบการแถลงกรณีการระงับการประกอบธุรกิจ บล. เอเชีย เวลท์

1. สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่าได้สั่งให้ บล. เอเชีย เวลท์ หรือ AWS หยุดการประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากพบว่าบริษัทนำเงินของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยลูกค้าไม่ได้มีคำสั่งหรือยินยอม  

2. จากคำสั่งของ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงสั่งระงับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จาก AWS เป็นการชั่วคราว ในส่วนของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็จะอนุญาตให้เฉพาะคำสั่งซื้อขายที่เป็นการล้างสถานะที่มีอยู่เดิม  ทั้งนี้  จนกว่าสำนักงาน ก.ล.ต. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

3.ในส่วนของหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นกับ AWS ได้  แต่ผู้ลงทุนสามารถขอโอนหุ้นที่ฝากกับ AWS ไปฝากยังบัญชีของตนที่เปิดกับโบรกเกอร์อื่นเพื่อซื้อขายต่อได้ กรณีไม่มีบัญชีที่โบรกเกอร์อื่นสามารถโอนเข้าบัญชี Issuer Account (600) ที่ TSD ได้ และเมื่อเปิดบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้วก็สามารถที่จะโอนหุ้นจากบัญชี 600 ไปซื้อขายต่อไป

4. ในส่วนของอนุพันธ์ ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อปิดสถานะได้เท่านั้น  ไม่สามารถเปิดสถานะได้ หากลูกค้าปิดสถานะแล้ว ลูกค้าก็สามารถที่จะขอถอนหลักประกันออกไปได้ตามปกติ  กรณีลูกค้าไม่ประสงค์จะปิดสถานะแต่ต้องการโอนไปซื้อขายต่อที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ตนมีบัญชีอยู่ก็สามารถแจ้งต่อบริษัทหลักทรัพย์ได้เช่นกัน

5. เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุเฉพาะรายบริษัทหลักทรัพย์ AWS เท่านั้น  ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทหลักทรัพย์รายอื่น  ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อื่นยังให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ มีการติดตามฐานะการเงินของบริษัทหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด  

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 มีการส่งคำสั่งซื้อหุ้น มอร์ รีเทรินด์ หรือ MORE จากนักลงทุนรายหนึ่งผ่านโบรกเกอร์ กว่า 10 ราย และผิดนัดชำระค่าหุ้น ทำให้โบรกเกอร์ต้องชำระแทน ความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของหลายหน่วยงาน รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า แม้กรณีที่เกิดขึ้นนี้ความเสียหายราวหมื่นล้านบาท ซึ่งไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดหลักทรัพย์

“สำหรับผมคือการโกงอย่างหนึ่ง ทำให้บริษัทหลักทรัพย์บางแห่งเตรียมตัวไม่ทัน เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่อยากให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นทุกฝ่ายกำลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเตรียมการป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต” นายภากรกล่าว

นอกจากนี้ทางตลาดอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆเพื่อส่งต่อไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ปอศ.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามที่ทั้งสองหน่วยงานขอความร่วมมือมาภายในบ่ายวันนี้

ทั้งนี้ ทางฝ่ายหน่วยงานตำรวจและปปง. มีอำนาจในในการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินและการตรวจสอบเชิงลึกได้

ทางด้านนายพิเชษฐ์ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ไม่ทราบว่า บล.เอเชีย เวลล์ นำเงินลูกค้าไปชำระค่าหุ้น MORE หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้อย่างไรก็ตามเชื่อว่าบริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีการทำงานอย่างมืออาชีพ

 

ติดต่อโฆษณา!