เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น เศรษฐกิจถดถอย : เอาไงดีกับกองทุนลดหย่อนภาษี ? | ทันข่าว Today
07 พฤศจิกายน 2565
311

เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น เศรษฐกิจถดถอย : เอาไงดีกับกองทุนลดหย่อนภาษี ?

Highlight

เมื่อถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี มักจะเป็นฤดูกาลของการมองหากองทุนระยะยาว หรือกองทุนประหยัดภาษีทั้ง SSF และ RMF แต่ในปีนี้สภาพตลาดผันผวนค่อนข้างมาก ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่มีสงครามทำให้ภาวะเงินเฟ้อทวีความรุนแรง จนทำให้สหรัฐฯ ต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทำให้พอร์ตกองทุนติดลบเป็นจำนวนมาก แต่ท่ามกลางวิกฤต บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่ายังคงมีธีมการลงทุนระยะยาวที่มีโอกาสเติบโต เช่น พลังงานสะอาด และ Healthcare เป็นต้นในขณะที่หุ้นต่างประเทศที่ราคาลดลงมาต่ำก็น่าสนใจเช่นกัน


ในข่วงท้ายปลายปี นักลงทุนมักจะมองหากองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ทั้ง SSF และ RMF แต่เนื่องจากความผันผวนของตลาดในปีนี้ ทั้งการขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ปัญหาสงคราม ทำให้ผลการดำเนินงานกองทุนหุ้นออกมาไม่ดีนัก

ดังนั้นในการคัดเลือกกองทุนประหยัดภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี เราจะเลือกกองทุนแบบไหนดี คุณสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการบริหาร บมจ. หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) มีคำแนะนำการลงทุนกองทุนประหยัดภาษีที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

แม้เราจะหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดไม่ได้ นับตั้งแต่ต้นปีที่ปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาพลังงานขึ้นไป ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงขึ้นจากเดิม จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

เมื่อขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้น เร็วขึ้น เพื่อดึงเงินออกมาจากตลาด ทำให้เศรษฐกิจเริ่มถดถอย โดยเฉพาะในปีหน้า ที่คาดการณ์กันว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้นขึ้นจริง เพราะฉะนั้นก็จะเกิดความกลัวในตลาด กังวลเรื่องผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน เพราะเมื่อเศรษฐกิจถดถอย ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น รายได้เริ่มลดลงทำให้ทุกคนดึงเงินออกจากตลาดหุ้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ระยะสั้นจะมีผลกระทบ

ในเรื่องการลงทุนในทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ จึงมองว่าในรอบนี้น่าจะคล้ายกัน เพียงแต่ว่าเราจะผ่านไปอย่างไร สำหรับการลงทุนในกองประหยัดภาษี ทั้งกองทุน SSF ซึ่งต้องถือลงทุนถึง 10 ปี และ RMF ต้องลงทุนถึงช่วงเกษียณอายุ ซึ่งทั้งสองประเภทลงทุนเป็นการลงทุนในระยะยาว จึงมีเวลาพอที่จะคัดเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมในการลงทุนและสามารถคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวได้

ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับการลงทุนในระยะยาว เป็นการสัสมของดีราคาถูก แต่อาจจะไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนประเภทเก็งกำไรระยะสั้น

การลงทุนกองทุนระยะยาวในช่วงนี้จึงเหมาะสม อีกทั้งได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีด้วย เหมือนได้ส่วนลดไปด้วย จึงเป็นโอกาสของนักลงทุน

หลักการง่ายๆ คือเราต้องผ่านวิกฤตในระยะสั้นนี้ไปให้ได้ พอร์ตเราอาจติดลบได้ แต่ให้น้อยที่สุดและมองระยะยาว เมื่อตลาดหุ้นกลับมาเราต้องเป็นหนึ่งของผู้ที่ยังรอดอยู่ และสามารถเติบโตหลังวิกฤตได้ สิ่งที่เราควรพิจารณาลงทุนในตอนนี้ คือ

20221107-b-01.jpg


วิธีคัดเลือกกองทุน

1. หลีกเลี่ยงบริษัทที่ไม่มีกำไร ฐานะทางการเงินแย่ เราต้องมองหาบริษัทที่ยังมีกำไร ฐานะการเงินยังดี เป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ยังมี Story ที่ดีในอนาคต บริษัทเหล่านี้จะผ่านวิกฤตไปได้ และมีโอกาสโตในอนาคต

2. ยังอยู่ธีมเมกะเทรนด์ เพื่อการเติบโตในระยะยาวและสร้างกำไรได้

3. กระจายการลงทุน หรือ Diversify อย่าไปลงทุนกระจุกจัวในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป ค่อนข้างอันตรายในการบริหารความเสี่ยง

กองทุน SSF / RMF ที่น่าสนใจ  ที่เราควรเลือกลงทุนในปีนี้

1. Global Equity เป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด กองทุนที่แนะนำ จะโฟกัสไปในกลุ่มที่ลงทุนในแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เช่น KFGBRANSSF  KFGBRANRMF

2. ธีมการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจมี 2 ธีม คือ พลังงานสะอาด กองทุนที่แนะนำคือ MRENEW-SSF  ASP-POWERRMF

3. ธีมการลงทุนสำหรับผู้อายุ หรือ Healthcare ซึ่งแนะนำ 2 กองทุน คือ UOBSHC-SSF  KGHRMF

4. กองทุนหุ้นเวียดนาม อาจจะแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุน 10-15% ก็ได้ โดยกองทุนที่น่าสนใจ เช่น KT-VIETNAM-SSF  B-VIETNAMRMF

5. กองทุนหุ้นจีน มีแนะนำ 2 กองทุนคือ MCHINASSF  KT-Ashares RMF

ข้อแนะนำสำหรับผู้ลงทุน ที่ลงทุนในกองทุนที่ขาดทุนอยู่มีทางเลือกอย่างไร

ข้อดีของกองทุน SSF และ RMF คือการมี limit เงินลงทุนที่ 500,000 บาทและ 200,000 บาทต่อปี พอร์ตจึงไม่ใหญ่มาก ถ้ามีเงินใหม่เข้ามาในปีนี้แล้วเติมเข้าไปในพอร์ต ก็จะทำให้พอร์ตดีขึ้น เหมือนเอาเงินใหม่เข้ามา เป็นการ Diversify ดังนั้นสิ่งต้องทำคือ

1. กลับไปทบทวนดูว่า สินทรัพย์ที่ลงทุนสามารถผ่านความผันผวนได้หรือไม่ กองทุนที่อยู่ในพอร์ตยังมั่นคงหรือไม่

2. ยังหาโอกาสสำหรับลงทุนในระยะยาวได้หรือไม่ ถ้ามี 2 อย่างนี้อยู่นักลงทุนก็ยังลงทุนต่อไปได้ นักลงทุนอาจปรับพอร์ตใหม่ Rebalance ให้ดีขึ้น

ในกรณีที่ติดติดลบมากๆ เช่นเกิน 50% ก็อาจจะช้าเกินไปที่จะปรับพอร์ต อาจต้องเติมเงินใหม่เพื่อลดสัดส่วนลงไปได้ ใช้เงินใหม่ในการสร้างพอร์ตที่ตะเติบโตไปในอนาคตได้

โดยสรุป สำหรับธีมการลงทุนที่ยังคงมีการเติบโตในระยะยาวที่ดี คือ ธีมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะใน Product ที่เป็น SSF RMF อย่าง Healthcare เหมาะสมที่จะลงทุนเพื่อเตรียมการเกษียณ และในอนาคตหลังเกษียณ ส่วนที่เราใช้เงินเยอะคือค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาล

การลงทุนกับ Phillip Fund SuperMart

  • เลือกลงทุนได้ทุก บลจ.
  • ให้คำแนะนำทุนที่เป็นกลางและทันสถานการณ์
  • ซื้อออนไลน์กองทุนลดหย่อนภาษีได้ถึง 20 บลจ.
  • ไม่ต้องมีเอกสาร

ช่องทางติดตามข่าวสาร

Facebook : PhillipCapitsl Thailand

YouTube : PhillipCapital TH

LINE : @phillipcapital

Tel : 02-635-1718





ติดต่อโฆษณา!