ทิสโก้ ชี้ดอกเบี้ยโลกถึงจุดพีคเดือน พ.ย. แนะลงทุนหุ้นไทย กลุ่มเปิดประเทศกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง | ทันข่าว Today
02 พฤศจิกายน 2565
404

ทิสโก้ ชี้ดอกเบี้ยโลกถึงจุดพีคเดือน พ.ย. แนะลงทุนหุ้นไทย กลุ่มเปิดประเทศกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

ทิสโก้ ชี้ดอกเบี้ยโลกถึงจุดพีคเดือน พ.ย. แนะลงทุนหุ้นไทย กลุ่มเปิดประเทศกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
Highlight

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ มีมุมมองดอกเบี้ยโลกใกล้ถึงจุดพีคในเดือนนี้ ในขณะที่ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์เลยจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนที่ผ่านมา คาดตลาดหุ้นไทยจะสร้างผลตอบแทนโดดเด่นเหนือตลาดหุ้นโลก เพราะเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตและเร่งตัวขึ้น จากการเปิดประเทศและการเลือกตั้งช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้ลุ้นเห็น SET Index ทดสอบแนวต้านที่ 1,630-1,650 จุด


นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสำคัญของโลกเริ่มชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย อาทิ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และธนาคารกลางแคนาดา (BOC) น่าจะสะท้อนว่าธนาคารกลาง เริ่มมีความมั่นใจว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอที่จะลดอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าลงได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าธนาคารกลางอาจเริ่มกังวลถึงผลกระทบจากการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากเกินไป อาจเป็นความเสี่ยงให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ (Recession)

สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นั้น ในการประชุมวันที่ 13-14 ธันวาคม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้มีโอกาสเพียง 40% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย +75 bps ซึ่งแนวโน้มการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed น่าจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นได้

นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้คาดว่าจะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าระดับ 8% ครั้งแรกในรอบ 8 เดือน หากเป็นเช่นนั้นจะยิ่งเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น

“บล.ทิสโก้ มองการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเข้ามาใกล้ช่วงปลายของวัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้นแล้ว ดังนั้น แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยระดับสูงสุดของ Fed ในอนาคต จึงไม่น่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ระดับ 5% (+/-) มากนัก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Bond Yields) และเงินดอลลาร์ฯ ผ่านจุดพีคไปแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมา เและเป็นผลดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM)  ซึ่งหลังจากนี้แนะนำให้นักลงทุนติดตาม US Dollar Index

ใกล้ชิด หากปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 109 จุด จะเป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มที่สำคัญในเชิงของปัจจัยเทคนิค” นายอภิชาติกล่าว

สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) นั้น หลังจากที่กลับมายืนบริเวณ 1,600 จุดได้สำเร็จ บล.ทิสโก้มองว่า ตลาดหุ้นไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ SET Index มีโอกาสแกว่งซิกแซกขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,630 และ 1,650 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,575-1,580 และ 1,550-1,560 จุด 

นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้น (Outperform) ตลาดหุ้นโลกต่อเนื่องถึงปีหน้า คล้ายเหตุการณ์ในอดีตช่วงปี 2544 – 2545 ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าเศรษฐกิจโลก 2 ปีซ้อน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปีหน้าน่าจะเติบโตเร่งตัวขึ้น และดีกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อานิสงส์จากการเปิดประเทศ (Re-opening) และการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในครึ่งแรกของปีหน้า

สำหรับ หุ้นที่ บล.ทิสโก้ แนะนำในเดือนพฤศจิกายน นี้ จะเน้นการลงทุนในหุ้นอิงเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีแนวโน้มกำไรดี ทั้งการเก็งกำไรผลประกอบการ Q3 และแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องใน Q4 แนะนำ AU, BAM, BDMS, CPALL และ SCB

สำหรับหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนระยะสั้น ได้แก่ หุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวณในดัชนีต่าง ๆ เช่น MSCI Index แนะนำ TLI และ SET50 Index แนะนำ COM7 และ RATCH

หุ้นเด่นในเดือนพฤศจิกายน บล.ทิสโก้แนะนำ   AU, BAM, BDMS, COM7, CPALL, RATCH, SCB และ TLI

ด้านบริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส มองว่าวัฏจักรความกลัว เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจถดถอย ค่อยๆ อ่อนแรงลงแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
และมีมุมมองเช่นเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นกว่าหลายประเทศ APEC ช่วยกระตุ้นต่างชาติท่องเที่ยวและลงทุน

บล.เอเชียพลัส คาดหวัง Fund Flow ต่างชาติยังหนุนหุ้นไทยต่อในช่วงที่เหลือของปีนี้
และแนะนำหุ้น DOMESTIC และ CONSUMTOPN อย่างเช่น CBG, CRC, CK, BBL, PLANB, GULF และ SCGP

ติดต่อโฆษณา!