19 ตุลาคม 2565
2,536

เงินเยนอ่อนค่าในรอบ 32 ปี ใกล้ 150 เมื่อเทียบดอลลาร์ จับตาญี่ปุ่นจะแทรกแซงตลาด FX หรือไม่

เงินเยนอ่อนค่าในรอบ 32 ปี ใกล้ 150 เมื่อเทียบดอลลาร์  จับตาญี่ปุ่นจะแทรกแซงตลาด FX หรือไม่
Highlight

ค่าเงินเยนเช้าวันนี้อ่อนค่าไปถึง 149.18 เยน ใกล้ระดับจิตวิทยา ที่ 150 เยน เทียบดอลลาร์ ตลาดเงินจับตาญี่ปุ่นจะแทรกแซงหรือไม่ หลังจากเงินเยนอ่อนค่าในรอบ 32 ปี ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าแม้ญี่ปุ่นจะแทรกแซงค่าเงินอีก แต่ถ้าไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามสหรัฐฯ ก็จะทำให้เยนแข็งค่าได้ไม่นาน เช่นเดียวกับการแทรกแซงในรอบที่ผ่านมา ส่วนเงินสกุลอื่นรวมทั้งเงินบาทไทยอ่อนค่าเช่นกัน เนื่องจากคาดว่าสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ อีก 2 ครั้งในปีนี้ และปลายปีไปอยู่ที่ 4.50-4.75%  ด้านตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงนี้จากการเก็งกำไรผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/65


เงินเยนยังคงอ่อนค่าเทียบดอลลาร์ในวันนี้ ล่าสุดร่วงลงทะลุ 149 เยน แตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในรอบ 32 ปี ใกล้แนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 150 เยน ณ เวลา 23.24 น.ตามเวลาไทย เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ดอลลาร์แข็งค่า 0.1% สู่ระดับ 149.18 เยน

นายชูนิจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดปริวรรตเงินตรา โดยรัฐบาลกำลังจับตาสถานการณ์ และพร้อมดำเนินมาตรการเร่งด่วน หากจำเป็น

“เงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เช้านี้ยังอ่อนค่าสุดในรอบ 32 ปี ตลาดเฝ้าระวังว่าทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงเงินเยนอีกครั้ง ถ้าใกล้ 150 เยน/ดอลลาร์”

ด้านเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 0.9856 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 0.9836 ดอลลาร์/ยูโร และค่าเงินบาทไทย อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 38.080 บาท/ดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราในเดือน ก.ย. หลังจากเยนดิ่งลงแตะ 145.90 เทียบดอลลาร์ โดยใช้เงินมากถึง 7-8 แสนล้านบาท แต่ค่าเงินเยนอ่อนค่ากลับไปที่เดิมในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ขณะที่ตลาดจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงตลาดครั้งใหม่

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญไม่คาดว่าการแทรกแซงตลาดของรัฐบาลญี่ปุ่นจะมีประสิทธิภาพในการหนุนค่าเงินเยนในระยะยาว ตราบใดที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษ สวนทางธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นขยายกว้างขึ้นต่อไป

นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เกือบ 100% ที่ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนพ.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาด

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 65.30% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.

หาก Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ทั้งในเดือนพ.ย.และธ.ค. ก็จะส่งผลให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกัน 5 ครั้ง หลังจากปรับขึ้น 0.75% ในเดือนมิ.ย. ก.ค. และก.ย.

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 38.07 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากปิดตลาดเย็นวานนี้ เนื่องจากเมื่อคืนนี้สกุลเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวแบบผสมไร้ทิศทาง เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ โดยดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโร

ทั้งนี้ ตลาดยังคงย่อยข่าวตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรอังกฤษมีเสถียรภาพมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ขยับลง ภาพใหญ่ตลาดยังรอปัจจัยชี้นำใหม่

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 38.00 – 38.20 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันอาจผันผวน ช่วงนี้ต้องติดตามกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตร ที่นักลงทุนต่างชาติขายต่อเนื่องมาหลายวัน

ตลาดหุ้นโลกสดใสหลังบริษัทจดทะเบียนทยอยแจ้งผลประกอบการ Q3/65

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดแบบผสมผสานในวันนี้ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อวันอังคาร (18 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/2565

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,225.17 จุด เพิ่มขึ้น 69.03 จุด หรือ +0.25%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 16,805.91 จุด ลดลง 108.67 จุด หรือ -0.64% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,073.26 จุด ลดลง 7.70 จุด หรือ -0.25%

“หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สอง แต่การซื้อขายค่อนข้างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินแนวโน้มผลประกอบการบริษัทและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น” นักวิเคราะห์ของบริษัทเอเอ็นซี รีเสิร์ช (ANZ Research) กล่าว

นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งขึ้นได้ต่อ ตาม Sentiment ตลาดต่างประเทศที่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก ตอบรับการเปิดเผยผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐ ออกมาดี รวมถึงบ้านเรา ก็ออกมาดีเช่นกัน ทำให้ลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed

ตลาดหุ้นไทยคึกคัก จากการที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งผลประกอบการดีเกินคาดในไตรมาสที่ 3/65 ที่จะทยอยออกมาต่อเนื่อง โดยวันนี้จะเป็นการเปิดเผยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ รวมทั้งความชัดเจนเกี่ยวกับงบน้ำท่วมกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และค่าเงินบาทที่เริ่มชะลอการอ่อนค่า ทำให้เงินทุนต่างชาติชะลอไหลออกได้บ้าง

ติดต่อโฆษณา!