18 ตุลาคม 2565
864

โบรกเกอร์ชี้ นโยบายจีนภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง ในสมัยที่ 3 กระทบแผนท่องเที่ยวและส่งออกของไทย

โบรกเกอร์ชี้ นโยบายจีนภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง ในสมัยที่ 3 กระทบแผนท่องเที่ยวและส่งออกของไทย
Highlight

แนวคิดของว่าที่ประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3 นายสี จิ้นผิง ประกาศนโยบายโควิดเป็นศูนย์ หรือ Zero Covid ต่อไป ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนเป็นลบต่อหุ้นท่องเที่ยวและหุ้นส่งออกในช่วงสั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเคยเดินทางมาเที่ยวไทยถึง 12 ล้านคน หรือ 28% ยังคงเดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ รวมทั้งหากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำให้การส่งออกไทยลดตามไปด้วย เนื่องจากจีนคือคู่ค้าที่สำคัญในปัจจุบัน ทั้งนี้จีนยังให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับมา


บล.เอเชียพลัส ระบุ จีนเริ่มการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ตั้งแต่วันที่ 16-22 ต.ค.2565 โดยในการเปิดประชุมที่ผ่านมาได้รับทราบ สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย อาจจะไม่ได้รับปัจจัยบวกตามที่คาดการณ์ไว้ จากที่เคยคาดหวังหลังการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และทำให้จีนเปิดประเทศมากขึ้นอาจล่าช้าออกไป ส่งผลต่อภาพรวมในการลงทุนในเชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว ช่วงสั้นๆ เนื่องจากในภาวะปกติช่วง Pre-Covid มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่อปีสูงถึง 12 ล้านคน จากทั้งหมด 40 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 28% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

อย่างไรก็ตามในมุมการประเมินค่าทางธุรกิจไม่ได้มีผลกระทบมาก เนื่องจากฝ่ายวิจัยฯ ตั้งสมมุติฐาน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยในปีหน้าเพียง 20 ล้านคนเท่านั้น (ครึ่งหนึ่งของภาวะปกติ และ แทบจะไม่ได้รวมนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปเลย) ดังนั้นหากหุ้นท่องเที่ยว อย่าง AOT ERW CENTEL MINT ย่อตัวจน Upside เปิดกว้างถือเป็นจังหวะเข้าสะสม เพื่อหวังผลในระยะกลางยาว

สำหรับธุรกิจส่งออกมีความเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งอาจทำให้การบริโภคลดลงและนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลง กดดันเศรษฐกิจช่วงที่เหลือปี 2565 ถึงปี 2566 บวกกับจีนยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

รวมทั้งมีความเสี่ยงที่สงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยีของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากไทยมีสัดส่วนปริมาณการค้ากับประเทศจีนสูงสุดกว่า 22% ของปริมาณการค้าทั่วโลก ส่งผลภาพรวมการลงทุนในเชิงลบอย่าง HANA KCE DELTA ในช่วงสั้นๆ

นอกจากนี้ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนระหว่าง 16-22 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจและเป้าหมายการเติบโตที่จะบ่งชี้ถึงแนวทางในการบริหารรวมถึงการะตุ้นเศรษฐกิจของจีน ซึ่งจากการเปิดประชุมเมื่อ 16 ต.ค. ประเด็นสำคัญที่ประธานาธิบดีจีน สื่อสารกับสมาชิกพรรค ได้แก่

ประเด็นที่ 1  Zero-covid : ยืนยันการใช้นโยบาย Zero-covid ในการปกป้องสุขภาพประชาชน

ประเด็นที่ 2  Common Prosperity: ทางพรรคฯ ให้ความสำคัญ และมีความตั้งใจที่จะทำให้ช่องว่างของความมั่งคั่งแคบลง และสนับสนุนการกระจายตัวของรายได้

ประเด็นที่ 3  Tech  เป้าหมายสำคัญคือการพึ่งพาตัวเอง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา

ประเด็นที่ 4  ปัญหาไต้หวัน:   สี จิ้นผิง กล่าวถึงกงล้อประวัติศาสตร์ที่จะหมุนจากแตกแยกไปสู่การรวมตัวกัน

ประเด็นที่ 5  เศรษฐกิจ: การพัฒนาเศรษฐกิจ ยังเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ควบคู่ไปกับความมั่นคงของประเทศ


หุ้นที่แนะนำลงทุนในระยะสั้นหรือเก็งกำไร

1) กลุ่มท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR, VRANDA, SPA

2) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO, MAJOR, MBK

3) มาตรการสนับสนุน EV ได้แก่ EA, GPSC, PIMO

4) หุ้นจีนที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน BABA80, TENCENT80, CHINA, STAR5001

5) กลุ่มไฟฟ้าแผน PDP ใหม่ บวกกับ EGCO, RATCH, GULF, GUNKUL, SSP

6) เก็งกำไรทางเทคนิค CRC, RATCH, RS, SC, TH, TLI, BAM, EA, BAFS, CK, MBK, SAMART, ARIN, SVT, MC, TKN, SCGP, KISS, TC


โดยรวมแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวปฏิเสธไม่ได้ว่าจะส่งผลเชิงลบต่อหุ้นท่องเที่ยวและหุ้นส่งออกของไทย โดยธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้รับปัจจัยบวกตามที่คาดการณ์ไว้ และธุรกิจการส่งออกยังเจอปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจจีนมีโอกาสชะลอลงในอนาคต, ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุ

ติดต่อโฆษณา!