ทองคำร่วงในรอบ 2 ปี ผลตอบแทนลดลงเกือบ 15% ในรอบ 6 เดือน รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาขึ้นรุนแรง | ทันข่าว Today
16 กันยายน 2565
1,231

ทองคำร่วงในรอบ 2 ปี ผลตอบแทนลดลงเกือบ 15% ในรอบ 6 เดือน รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาขึ้นรุนแรง

ทองคำร่วงในรอบ 2 ปี ผลตอบแทนลดลงเกือบ 15% ในรอบ 6 เดือน รับแรงกดดันดอกเบี้ยขาขึ้นรุนแรง
Highlight

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 1,700 ดอลลาร์ คาดแนวรับ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นปัจจัยกดดันตลาด ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องในรอบ 6 เดือน ราว -14.48% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง


20220916-b-01.jpg

20220916-b-02.jpg
20220916-b-03.jpg

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 31.8 ดอลลาร์ หรือ 1.86% ปิดที่ 1,677.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 30 เซนต์ หรือ 1.53% ปิดที่ 19.269 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.7 ดอลลาร์ หรือ 0.19% ปิดที่ 903.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 26.60 ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 2,146.10 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 109.7400 เมื่อคืนนี้ ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3.8% เมื่อคืนนี้ และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปี ซึ่งการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวสูงกว่าระยะยาว ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า Fed จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนัก 20% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00%

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 สมาคมค้าทองคำได้รายงาน "ราคาทองคำ" ประจำวัน โดยราคาทองคำแท่งเปิดตลาด เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาทองคำแท่งขายออกอยูที่บาทละ 29,200 บาท ร่วงลงจากการปิดตลาดเมื่อวานนี้บาทละ 250 บาท ที่ 29,450 บาท ขณะที่ราคาทองรับซื้อทองคำแท่งวันนี้อยู่ที่บาทละ 29,100 บาท 

ส่วนราคาทองรูปพรรณวันนี้ ขายออกที่ 29,700 บาท และรับซื้อที่ 28,576 บาท ขณะที่ Gold Spot อยู่ที่ 1,663 

บจ.ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาทองคำ spot เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงในระดับต่ำสุดรอบ 2 ปีกว่าๆ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00%-3.25% ในการประชุมเดือนนี้ ส่งผลให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ขณะที่การเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก เตือนถึงเศรษฐกิจโลกก่าลังเข้าใกล้ภาวะถดถอย สำหรับทางด้าน SPDR Gold Trust ซื้อทองคำสุทธิ 1.45 ตันจากเมื่อวานที่ผ่านมา

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับตัวลง โดยราคาทองคำมีแนวรับ 1,650 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,640 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,680 ดอลลาร์ และ 1,690 ดอลลาร์

ทั้งนี้จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดยศูนย์วิจัยทองคำ ที่ได้ทำการสำรวจ 14 ผู้เขี่ยวชาญในตลาดทองคำถึงมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์และปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่

1. นโยบายทางการเงินของ Fed หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ยืนยันว่าเฟดจะเดินหน้าควบคุมเงินเฟ้ออย่างจริงจัง และส่งสัญญาณว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของผู้บริโภค รวมถึงภาคธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจอ่อนแรงลง

2. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคานำเข้าและราคาส่งออก ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2565 ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ติดต่อโฆษณา!