นักลงทุนสถาบันระดับใหญ่ของโลกมอง ‘หุ้นจีน’ พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว เชื่อครึ่งปีหลังจะชนะตลาดหุ้นทั่วโลก | ทันข่าว Today
26 กรกฎาคม 2565
351

นักลงทุนสถาบันระดับใหญ่ของโลกมอง ‘หุ้นจีน’ พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว เชื่อครึ่งปีหลังจะชนะตลาดหุ้นทั่วโลก

นักลงทุนสถาบันระดับใหญ่ของโลกมอง ‘หุ้นจีน’ พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว เชื่อครึ่งปีหลังจะชนะตลาดหุ้นทั่วโลก

Hilight

นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ระดับโลกหลายรายมองหุ้นจีนพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังจากร่วงแรงในเดือนกรกฎาคม และมีสัญญาณบวกในครึ่งปีหลัง โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงที่มีการเติบโต และนโยบายการเงินที่สวนทางกับประเทศอื่นที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Fidelity International Ltd., abrdn plc. และ GAM Investment Management กลุ่มบริษัทด้านการลงทุน คาดการณ์ว่าในครึ่งปีหลังปีนี้ตลาดหุ้นจีนจะสร้างผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นทั่วโลกที่ถูกกดดันจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย และหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นฮ่องกง ทาง Federated Hermes Inc. และ Brandes Investment Partners LP กล่าวว่าผลกระทบจากการปราบปรามของทางการจีนนั้นได้สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว

หุ้นจีนและฮ่องกงได้รีบาวร์ในเดือนกรกฎาคม หลังจากจีนเผชิญกับปัจจัยลบ จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มสูงขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คนซื้อหยุดการผ่อนชำระ และการจัดระเบียบของทางการกฎระเบียบใหม่ๆ ซึ่งทำให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ไม่ควรมองข้ามคือ การผ่อนคลายการเปิดประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป การสิ้นสุดการสอบสวนด้านกฎระเบียบของหุ้น DiDi Global Inc และการคาดการณ์ว่าพรรค National Party Congress จะให้ความสำคัญต่อการออกมาตรการที่เป็นมิตรต่อตลาด

แนวโน้มกำไรหุ้นจีน‘เติบโตดี’

“ตลาดได้รับข่าวเชิงลบส่วนใหญ่ในระยะสั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังอยู่ในรอดูผลลัพธ์เชิงบวกที่ชัดเจนจากการสนับสนุนด้านนโยบายของภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าธนาคารกลางจีนมีกระสุนมากกว่าฝั่งตะวันตก จีนยังสามารถพึ่งพารัฐบาลได้ ทั้งนโยบายการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” Steven Luk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FountainCap Research & Investment ในฮ่องกงกล่าว

ความเคลื่อนไหวดัชนีในช่วงที่ผ่านมา 2 ดัชนีสำคัญปรับลดลงราว 6% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยดัชนี Hang Seng เพิ่งฟื้นตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากการตกไปในช่วงก่อนหน้าจนทำระดับต่ำสุดรอบ 2 ปี ขณะที่ดัชนี CSI 300 ก็ปรับลดลงในอัตราที่ลดลง ซึ่งสะท้อนว่าข่าวร้ายต่างๆ ที่คอยกดดันตลาดกำลังหมดไป

ในขณะเดียวกัน การไหลออกสุทธิจากต่างประเทศจากตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ชะลอตัวลงเหลือ 3.8 พันล้านหยวน (562 ล้านดอลลาร์) ซึ่งน้อยกว่า 1 ใน 5 ของสัปดาห์ที่แล้ว และในเดือนที่ผ่านมากองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน ก็สามารถดึงกระแสไหลเข้าสุทธิได้มากที่สุดในโลก

นโยบายการเงินสวนทางประเทศอื่น
ในช่วงเวลาที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญหลายประเทศเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งทำให้เกิดสภาวะการเงินตึงตัวและส่งผลเสียต่อการการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่จีนกลับมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาการเติบโตเศรษฐกิจให้คงอยู่ บวกกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่น แม้ว่าการดำเนินนโยบายการเงินเช่นนี้จะไม่ช่วยให้จีนต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ แต่ก็ทำให้จีนกลายเป็นทางเลือกสำหรับผู้จัดการกองทุนที่มองหาแหล่งลงทุนในสภาวะเช่นนี้

Jian Shi Cortesi ผู้อำนวยการด้านการลงทุนในเมืองซูริกของ GAM กล่าวว่า นโยบายของจีนสวนทางกับประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ หากดัชนีหุ้นโลกเคลื่อนแกว่งตัวแบบ Sideway หรือค่อยๆ ลดลง หุ้นจีนก็ยังสามารถสร้างผลงานได้ดี

เงินทุน ‘ไหลออกช้าลง’

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแรงขายหุ้นจีนโดยนักลงทุนสถาบันนั้นลดลง เนื่องจากนักลงทุนมองโลกในแง่ดีมากขึ้น แม้จะยังเฝ้าระวังตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนที่ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ท่าทีของรัฐบาลในการลดพื้นที่ล็อกดาวน์เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งความความพยายามในการกลับมารับนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการลดข้อกำหนดการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณว่าการบริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังเพิ่มขึ้น

ด้วยมุมมองเชิงบวก ทำให้มีการคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนของตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงจะเติบโตดีขึ้น โดยการคาดการณ์กำไรล่วงหน้าสำหรับดัชนี CSI 300 และดัชนี Hang Seng ดูเหมือนผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว สะท้อนจากตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ปรับขึ้น 2% นับจากกลางเดือนมิถุนายนจนปัจจุบัน ซึ่งสวนทางกับดัชนี MSCI Asia Pacific ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

Prashant Bhayani หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนประจำภูมิภาคเอเชียของ BNP Paribas Wealth Management กล่าวว่า ตอนนี้หุ้นกลุ่มบริโภคภายในประเทศของจีนยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง แต่หุ้นเหล่านี้จะเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากผ่านปีนี้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงอาจจะมีการซึมๆ อยู่บ้าง เนื่องจากยังมีปัจจัยลบคอยกดดัน เช่น วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีน

นักยุทธศาสตร์ของ Goldman Sachs Group Inc. กล่าวว่า แม้จะให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นจีนมากกว่าตลาด แต่ก็ได้ปรับลดประมาณการสำหรับดัชนี MSCI China เช่นกัน ด้วยความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากกรณีการประท้วงของผู้ซื้อบ้านที่งดการชำระเงินค่าผ่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ยังคงเชื่อว่าวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วก่อนการประชุมระดับชาติของพรรคคอมมิวนิสต์ในฤดูใบไม้ร่วงนี้

Andrew McCaffery หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนระดับโลกของ Fidelity International สรุปส่งท้ายว่า หุ้นจีนนั้นจะเป็นลักษณะเหมือนก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว และถอยหลัง 1-2 ก้าว แต่นั่นคือโอกาส และยังไม่มีสัญญาณของขาลงอีกครั้ง

นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนและต้องการปรับเปลี่ยนการลงทุนเพื่อหาโอกาสในช่วงตลาดฟื้นตัว สามารถนำพอร์ตปัจจุบันมาปรึกษากับทาง เวลท์ รีพับบริค

อ้างอิง:
https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-07-23/china-bulls-say-july-s-slide-is-a-blip-as-worst-over-for-stocks?sref=CVqPBMVg&fbclid=IwAR3XHQE5HJKT5uIMCgcWVD6KK9HLj4MLAoblkq9RUmCgtT9pocQJtBbgZIw

บลน. เวลท์ รีพับบลิค จำกัด อาคารธนิยะ พลาซา ชั้น 14 ถนนสีลม แขวงสุริยะวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สนใจลงทุนติดต่อ

โทร : 02-266-6697
มือถือ : 097-44-99999
YouTube : ครบเครื่องเรื่องกองทุน
Line ID : @wealthrepublic
ติดต่อโฆษณา!