24 พฤษภาคม 2565
1,272

เงินเฟ้อไทยแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี คาดแบงก์ชาติอาจขึ้นดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์แนะลงทุนหุ้นเปิดเมือง

เงินเฟ้อไทยแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี คาดแบงก์ชาติอาจขึ้นดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์แนะลงทุนหุ้นเปิดเมือง
Highlight

ปัญหาเงินเฟ้อ ยังคงกดดันให้สหรัฐต้องขึ้นดอกเบี้ย และทำให้ภาวะการลงทุนทั่วโลกปั่นป่วน สงครามยูเครน-รัสเซีย ยังคงสู้รบกันเข้มข้น ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปหยุดชงักชั่วคราว และต้องหันมาแก้ไขปัญหาพลังงานรวมทั้งโรคฝีดาษลิงที่เริ่มระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น ในขณะที่ไทยเองอาจต้องปรับดอกเบี้ยในครึ่งปีหลัง ด้านนักวิเคราะห์แนะนำลงทุนหุ้นเปิดเมือง ทั้งโรงแรม สนามบิน โรงพยาบาล ที่ได้ประโยชน์ระยะสั้นจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด


บล. โกลเบล็ก(GBS) ประเมินหุ้นไทย Sideway จากความกังวลผลกระทบเงินเฟ้อส่งผลให้เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อไทยมีโอกาสแตะระดับสูงสุดรอบ 14 ปีเช่นกันจึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 1,600-1,650จุด 

พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ปรับโซนสีคุมโควิด-เปิดสถานบันเทิง คาดหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หุ้นเปิดเมืองได้ประโยชน์ เช่น AOT- AAV-BA-BEM-ERW-CENTEL-MINT-AWC-ASAP 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็กจำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway โดยนักลงทุนยังกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเพื่อสกัดเงินเฟ้ออีก 0.5% ในการประชุม FOMC กลางเดือนมิถุนายนโดยข้อมูลจากริฟินิทีฟลิปเปอร์(Refinitiv Lipper) บ่งชี้ว่านักลงทุนทั่วโลกปรับลดการลงทุนในกองทุนพันธบัตรและกองทุนหุ้นรายสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 18 พ.ค. 

เนื่องจากมีความวิตกว่า ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่วนศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า เงินเฟ้อไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2565 จะเร่งตัวขึ้นถึง 4.9% เป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 14 ปี

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด กล่าวว่า เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับสูงทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่าง Fed กับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยค่อนข้างห่าง อาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในครึ่งปีหลัง เพื่อไม่ให้มีส่วนต่างมากเกินไป เพราะจะกลายเป็นตัวเร่งให้เงินไหลออกเร็วขึ้น 

ทางด้าน ศบค. มีมติปรับลดพื้นที่สีหรือแบ่งโซนในการควบคุมโรคโควิด ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว พร้อมเฝ้าระวังโรคฝีดาษลิงจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วโลกหลัง WHO อยู่ระหว่างการยกระดับการเฝ้าระวังไปในหลายประเทศที่ไม่เคยพบการระบาดของโรคดังกล่าวมาก่อนจำนวนผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐและยุโรปบ่งชี้ว่าไวรัสดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วชุมชนต่าง ๆ เป็นวงกว้าง จึงคาดการณ์การเคลื่อนของดัชนีอยู่ในกรอบ 1,600-1,650 จุด นางสาววิลาสินีกล่าว

ส่วนปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาต่อเนื่อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้าสศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค การประชุม"เวิลด์ อิโคโนมิกฟอรั่ม“หัวข้อในการประชุมคือ "History at a Turning Point: Government Policies and Business Strategies“ 
EU รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI), ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนพ.ค.สหรัฐ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) 

รวมทั้งภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนพ.ค.และยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย. สหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ตัวเลข GDP1Q65 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนเม.ย.ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

20220524-a-01.jpg

ดังนั้นแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากศบค. มีมติปรับลดพื้นที่สีหรือแบ่งโซนในการควบคุมโรคโควิด-19 พร้อมทั้งเคาะปลดล็อกเปิดบริการสถานบันเทิงโดนเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ได้แก่ AOT, AAV, BA, BEM, ERW, CENTEL, MINT, AWC และ ASAP

ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็กกล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้ต้องจับตาเงินเฟ้อส่วนบุคคลหรือ Core PCE ของเดือนเมษายนและรายงานการประชุม FOMC ครั้งที่ผ่านมาว่าจะมีมุมมองเชิงลบเพิ่มเติมหรือไม่ อีกทั้งมุมมองของเจมส์บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ซึ่งสนับสนุนให้พาวเวลเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ระดับ 0.5% แต่หากพิจารณาแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมอาจเร่งตัวสูงกว่าเดือนเมษายน เนื่องจากราคาน้ำดิบที่ทรงตัวเหนือกว่าระดับ 105 เหรียญต่อบาร์เรล และสูงกว่าเดือนเมษายน

ดังนั้นฝ่ายวิจัยประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป เพื่อสะท้อนผ่านทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดัชนีดอลลาร์ที่ทรงตัวระดับสูง จึงให้กรอบการซื้อขายทองคำที 1,800-1,890$/oz หากราคาทองคำไม่สามารถเบรคเหนือแนวต้านที่ 1,860$/oz คำแนะนำทยอยเทขายทำกำไร

นายกรภัทร วรเชษฐ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจับและบริหารการลงทุน บล. โนมูระ พัฒนสิน  เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทย ระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า ต้องระวังตลาดผันผวนและปรับลงมาหาฐานใหม่ จากความเสี่ยงเงินเฟ้อระดับสูง และเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงระดับ 0.75%  ทั้งสองครั้งในเดือนมิิ.ย.และเดือน ก.ค.นี้  

โดยหลังจากนั้นคาดการปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่เร่งตัวแรงที่ระดับ 0.25% ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัว ซึ่งมองจีดีพีปีนี้โต 4.1% และโต 5.8% ในปีหน้า และยังมีอัพไซด์จากปัจจัยอื่นๆ เช่นขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. ค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงจีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังคลายล็อกดาวน์โควิด

“ทั้งนี้ มองว่าไม่เกิน 1-2 สัปดาห์แรกเดือนก.ค. หุ้นไทยจะปรับฐานชัดเจนได้ และช่วงไตรมาส 3 เป็นการเปลี่ยนผ่านจากความผันผวนสู่การเร่งตัวขึ้น และยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์” นายกรภัทร กล่าว

ดังนั้น ช่วงตลาดผันผวนเน้นหุ้นส่งออกรับอานิงส์เงินบาทอ่อนค่า ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มอาหาร และ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีทิศทางการผลิตเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ระยะกลาง-ยาว รวมถึงหุ้น Defensive (ปลอดภัย) ราคาหุ้นปรับตัวลงมามากและมีแนวโน้มผลประกอบการปรับตัวเติบโตดี เช่น กลุ่มไอซีทีรับประโยชน์จากเทรนด์ 5จี และกลุ่มเฮลท์แคร์ได้รับแรงส่งเชิงบวกจากผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้ามารักษามากขึ้น 

ทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นหากสงครามรุนแรง

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทวายแอลจีบูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG กล่าวว่า ปัจจุบันทองปรับตัวลงที่ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ต้นปีมานี้ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังจากตั้งแต่ต้นปีมานี้ราคาทองปรับตัวสูงสุดที่ 2,069 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงมี.ค. จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ใกล้ระดับจุดสูงสุดปีก่อนช่วงโควิดที่  2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์  

โดยมองแนวโน้มระยะสั้นยังมีปัจจัยกดดันราคาทอง จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต้องติดตามความชัดเจน ประเมินหากเฟดไม่ได้ทำนโยบายการเงินเร่งตัวขึ้นกว่าที่ตลาดคาด หรือมีโอกาสที่จะใช้มาตรการอื่นๆ เข้ามาดูแลเงินเฟ้อ รวมถึงหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย หรือสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนกลับมารุนแรงขึ้นเป็นโอกาสที่ราคาทองคำยังปรับขึ้นได้

ประกอบกับทิศทางราคาทองคำยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา แนะหากราคาทองระยะสั้นปรับตัวลงต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นจังหวะทยอยสะสม หรือราคาทองในประเทศ ที่ 27,000-26,500 บาท ซึ่งราคาทองในประเทศตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับขึ้นมาราว 5% รับอานิงส์บาทอ่อนค่าหากบาทยังอ่อนค่าแนวโน้มราคาทองปรับขึ้นได้ และยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกอาจแตกเป็นเสี่ยง ๆ จากผลพวงสงคราม

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนเศรษฐกิจโลกอาจแตกเป็นเสี่ยง ๆ จากผลพวงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยระบุว่าการสูญเสียบูรณภาพที่ก่อตัวขึ้นตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาจะทำให้โลกยากจนลงและมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการ IMF ระบุว่า นานาประเทศควรลดอุปสรรคทางการค้าเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนและลดราคาสินค้า หลังจากที่กว่า 30 ประเทศออกมาตรการจำกัดการค้าในภาคอาหาร พลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอื่น ๆ

นางจอร์เจียวาแสดงความเห็นผ่านทางเว็บไซต์ IMF ร่วมกับนางกีตา โกปินาธ รองผู้อำนวยการคนที่หนึ่งของ IMF และนางเจย์ลา ปาซาร์บาซิโอกลู หัวหน้าแผนกยุทธศาสตร์ นโยบายและการตรวจสอบของ IMF ก่อนการประชุมเศรษฐกิจโลก (WEF) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์สัปดาห์นี้

ติดต่อโฆษณา!