20 เมษายน 2565
1,889

กองทุนหุ้นจีนติดลบ 15.5% ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังการประกาศมี 5 บริษัทเทคจีนอาจถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้นสหรัฐ

กองทุนหุ้นจีนติดลบ 15.5% ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน หลังการประกาศมี 5 บริษัทเทคจีนอาจถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้นสหรัฐ
Highlight

Morningstar Thailand เผยผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุนหุ้นจีน ติดลบ 15.5% ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เซ่นกฎระเบียบใหม่ของตลาดหุ้นสหรัฐที่กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลตามกำหนด คาด 5 หุ้นเทคของจีนอาจถูกเพิกถอน ประกอบกับนโยบายการจัดระเบียบอุตสาหกรรมต่างๆ ของรัฐบาลจีนและการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ นอกจากหุ้นจีนแล้ว กองทุนที่ฮิตมากในปีที่ผ่านมาคือ ARK Investment Management ซึ่งลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี มีผลตอบแทนติดลบสูงเช่นเดียวกัน


กองทุนหุ้นจีนเป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาที่ -15.5% โดยมีเหตุผลจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ หากไปดูที่ผลตอบแทนตามกลุ่มของกองทุนหลักจะพบว่ากลุ่ม US Fund China Region  มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดทั้งในรอบ 3 เดือนและ 1 ปี 

กองทุนหุ้นจีนเป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาที่ -15.5% โดยมีเหตุผลจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ หากไปดูที่ผลตอบแทนตามกลุ่มของกองทุนหลักจะพบว่ากลุ่ม US Fund China Region ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่มีส่วนการลงทุนใน American Depositary Receipts (ADR) มีผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดทั้งในรอบ 3 เดือนและ 1 ปี โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาติดลบถึง -23%

20220420-a-01.jpg

การปรับตัวลงแรงของกองทุนเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการเปิดเผย 5 รายชื่อหุ้นจีนที่อาจถูกเพิกถอนจากสหรัฐฯ ทำให้ ADR บริษัทอื่นปรับตัวลงตามไปด้วย สำหรับกลุ่ม EAA Fund China Equity, EAA Fund China Equity - A Shares และ EAA Fund Greater China Equity มีผลตอบแทนเฉลี่ยรอบ 3 เดือนที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยทั้ง 3 กลุ่มมีผลตอบแทนเฉลี่ยเดือนมีนาคมที่ -6% ถึง -8% (Europe/Asia and South Africa category (EAA)

สำหรับ 5 รายชื่อหุ้น ADR ของจีน ที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทค ที่อาจจะเข้าข่ายถูกเพิกถอนคือ  Yum China Holding, BeiGene, ACM Research Inc, Zai Lab Limited และ HUTCHMED (China) Limited  โดยทาง ก.ล.ต.สหรัฐฯ ทยอยประกาศรายชื่อบริษัทที่ไม่ทำตามข้อกำหนดภายใต้กฏ HFCAA (Holding Foreign Companies Accountable Act) ในการส่งรายงานงบการเงินประจำปี.

นอกจากนี้ปัจจัยในประเทศจีนเองที่มาจาก มาตรการกำกับและจัดระเบียบอุตสาหกรรมต่างๆ รัฐบาลจีนทำให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องดำเนินการภายใต้กฎระเบียบ ประกอบกับการระบาดโควิดโอมิครอนระลอกใหม่ที่ต้อง Lockdown หลายเมือง ทำให้คาดการณ์ว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง 

20220420-a-02.jpg

อย่างไรก็ตามในช่วงปี  2564 ถึงต้นปี 2565 ความนิยมกองทุนหุ้นจีนมีสูง ทำให้มีเงินไหลเข้ากองทุนหุ้นจีนสูงเป็นอันดับที่ 2 ของปี 2564 หากวิเคราะห์เพื่อเป็นการดูว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้ลงทุนไทยได้ผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นจีนตามการลงทุนจริงมากน้อยเพียงใด โดยใช้ค่า Investor Return 

ซึ่งต่างจาก Total Return คือ Investor Return จะนำส่วนของเม็ดเงินไหลเข้า-ออกกองทุนมาเป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณผลตอบแทน หรือเรียกได้ว่าเป็น dollar-weighted return 

ซึ่งพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการลงทุนกองทุนหุ้นจีนนั้นได้ผลตอบแทน Investor Return ที่ต่ำกว่า Total Return หมายความว่านักลงทุนไทยมีการลงทุนหุ้นจีนในช่วงที่กองทุนให้ผลตอบแทนสูงทำให้เมื่อผลตอบแทนอยู่ในช่วงติดลบ นักลงทุนไทยจึงมีส่วนต่างที่เป็นผลลบที่มากกว่า

กองทุนอีกกลุ่มที่มีผลตอบแทนติดลบค่อนข้างมากคือกองทุนที่ลงทุนในกองทุนจาก ARK Investment Management โดย 4 กองทุน คือ ARKF, ARKG, ARKK, และ ARKW มีผลตอบแทนติดลบมากกว่า 20% ขณะที่ ARKQ อยู่ที่ -12.3%

20220420-a-03.jpg

มอร์นิ่งสตาร์ได้มีการจัดทำ Morningstar Analyst Rating สำหรับกองทุน ARK Innovation ETF (ARKK) โดยเป็นการประเมินกองทุนเชิงคุณภาพในด้าน 3 ด้านหลักคือ Process, People และ Parent ซึ่งกองทุน ARKK ได้เรตติ้งลดลงจากระดับ Neutral มาอยู่ที่ Negative ซึ่งหมายถึงกองทุนอยู่ในกลุ่ม 30% ที่แย่ที่สุดของกองทุนที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนส่วนเกินได้น้อยกว่าหรือเท่ากับศูนย์

เหตุผลที่ทำให้กองทุน ARKK ลงมาที่ระดับต่ำสุดคือ กองทุนยังมีความเสี่ยงในด้าน Parent และ People ซึ่งมีคุณ Cathie Wood เป็นผู้จัดการกองทุนเพียงหนึ่งเดียวมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจัดการลงทุน ประกอบกับทีมนักวิเคราะห์ที่ถือว่ายังขาดประสบการณ์เชิงลึกในแต่ละอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น และขาดบุคลากรด้านบริหารความเสี่ยง 

บริษัทมีแผนการให้ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย Brett Winton รับช่วงต่อเพื่อรองรับความเสี่ยง key-person risk แต่คุณ Brett Winton ยังไม่เคยเป็นผู้จัดการกองทุนในประสบการณ์ 15 ปีที่ผ่านมา 

ด้านการลงทุนของ ARK จะเน้นไปที่ 5 กลุ่มคือ AI, blockchain, DNA sequencing, energy storage และ robotics ซึ่งทางทีม ARK เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในอนาคต ซึ่งอาจเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่ทำกำไรและขาดสภาพคล่อง 

ในขณะที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ทาง ARK ต้องเผชิญความท้าทายคือ กองทุนมีเงินไหลเข้าจำนวนมากทำให้การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กเหล่านั้นมีปัญหาสภาพคล่องมากขึ้น

พอร์ตโฟลิโอของกองทุน ARKK ล่าสุดมีจำนวนหุ้น 35 ตัวซึ่งน้อยลงจากในอดึตที่เคยสูงสุดในช่วงเดือนเมษายน 2021 ที่ 60 ตัว ทำให้กองทุน ARKK เป็นหนึ่งในกองทุนที่มีการลงทุนกระจุกตัวสูงมาก 

20220420-a-04.jpg

โดยหุ้น 10 อันดับแรกคิดเป็น 60% ของมูลค่าการลงทุน หากดูในส่วนรายธุรกิจพบว่าลงทุนใน biotechnology 15% ของพอร์ต หรือมากกว่า Russell Midcap Growth Index ถึง 5 เท่า (ปัจจุบันกองทุน ARKK ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม US Fund Mid-Cap Growth)

ติดต่อโฆษณา!