พอร์ตกองทุนติดลบ ตัดใจหรือไปต่อ? | ทันข่าว Today
04 เมษายน 2565
565

พอร์ตกองทุนติดลบ ตัดใจหรือไปต่อ?

Highlight

ในวิกฤตสงคราม ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาดมีความผันผวนสูง พอร์ตการลงทุนอาจติดลบ หรือบางคนเรียก “ติดดอย” ทำให้มีความกังวลมากยิ่งขึ้น บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป แนะนำปรับ Mindset ในการลงทุน จับจังหวะการลงทุนให้ถูกต้อง ปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม จะทำให้การลงทุนมีกำไรตามเป้าหมายที่วางไว้


ในช่วงที่เกิดวิกฤตสงครามและกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุน ราคาน้ำมันปรับขึ้นสูงการลงทุนมีความผันผวน นักลงทุนจำนวนมากที่ต้องประสบภาวะขาดทุน หรือติดหุ้นในราคาสูง บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป มีคำแนะนำการลงทุนหากท่านตกอยู่ในสถานการณ์ “พอร์ตกองทุนติดลบ ตัดใจหรือไปต่อ” มาดูคำแนะนำ “Win with Asset Allocation” กับ “Phillip Capital”

คุณสะสม ทรัพย์มิตร ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป หรือ 
Phillip Fund Suppermart กล่าวถึงการจับจังหวะลงทุนในช่วงตลาดขาลง การจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน 

และคำแนะนำนักลงทุนที่ติดหุ้นราคาสูงหรือที่เรียกกันว่า “ติดดอย” ควรจะมีวิธีการบริหารพอร์ตลงทุนอย่างไร  “อยากให้หาเหตุผลก่อนเลยว่า ครั้งแรกที่เราลงทุนในกองทุนต่างๆนั้น มีเป้าหมายอย่างไร มีเป้าหมายสำหรับการลงทุนของพอร์ตหรือไม่” คุณสะสมกล่าว 

เช่นต้องการลงทุนเป็น Core portfolio เพื่อเป็นเป้าหมายการลงทุนระยะยาว หรือซื้อเพื่อเป็นการทำกำไรระยะสั้น ซึ่งเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญที่บางครั้งนักลงทุนอาจจะมองข้ามไป ซึ่งเราไม่ได้สนใจ เราคิดแค่ว่าทำอย่างไรให้ได้กำไร แต่เราต้องมีกลยุทธ์ว่าเราถือกองทุนนี้เพราะอะไร เราจะขายตอนไหน และถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราคิด เราจะทำอย่างไร?

ยกตัวอย่าง เช่นเราซื้อกองทุนนี้เพราะว่า ตอนนั้นคิดว่า รัสเซียไม่ได้บุกยูเครนจริงๆ และช่วงนั้นตลาดลงมาระดับหนึ่ง เราอาจจะไปซื้อกองทุนประเภทหนึ่ง แต่สุดท้ายเกิดสงครามขึ้น เราก็ควรกลับมาปรับใหม่ แต่บางคนก็อาจจะปล่อยไปโดยไม่ทำอะไร จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรา “ติดดอย” ได้ 

แต่ถ้าเราถือกองทุนที่ดี ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่าเหมาะที่จะถือลงทุนในระยะยาว แม้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้ราคาหุ้นตกลงมา แต่ตัวหุ้นและธีมการลงทุนยังดีอยู่ เราควรจะถือต่อไปได้ อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้มีผลกระทบในระยะสั้น 

คุณสะสมกล่าวว่า “วิกฤตมาพร้อมโอกาส” ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตราคาหุ้นจะปรับลดลงมาก เป็นจังหวะที่น่าจะลงทุนที่สุด แต่ความยากก็คือ เรามักจะซื้อไปก่อนหน้านั้นแล้ว และซื้อไปเต็มพอร์ตแล้ว ก่อนที่ราคาจะปรับลดลงมา จึงไม่มีเงินซื้อในช่วงที่ราคาหุ้นถูก เพราะกระสุนหมด ทำให้พอร์ตติดลบเยอะ หรือจังหวะที่เกิดวิกฤตก็มักจะไม่กล้าที่จะลงทุน

ในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับลดลงมามากเป็นจังหวะที่น่าสะสม แต่นักลงทุนกลัว และไม่กล้าซื้อ ในขณะที่จังหวะที่หุ้นกลับทิศเป็นขาขึ้น ก็มักจะซื้อกันตอนนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องปรับ Mindset การลงทุนว่า เราลงทุนเพราะอะไร?

20220404-a-01.jpg

หลายคนอาจมีความโลบ หรือความกลัว ทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไป ทางออกคือการจัด asset allocation หรือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เช่นเดิมลงทุนในหุ้น 60% ส่วนที่เหลือ 40% เป็นการลงทุนในตราสารหนี้

20220404-a-02.jpg

ในช่วงที่ตลาดอยู่ในทิศทางขาขึ้น พอร์ตหุ้นจากเดิม 60% ก็เพิ่มอาจเป็น 70% วิธีการก็คือ Rebalance Portfolio ขายทำกำไรออกไป เป็นปรับพอร์ตให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ในขณะที่ตลาดอยู่ในช่วงขาลง ในช่วงที่เกิดวิกฤตแบบนี้ หุ้นอาจจะหายไป เหลือ 50 : 50 เราก็อาจจะซื้อหุ้นเพิ่มกลับมาให้อยู่ในสัดส่วน 60% ตราสารหนี้ 40% เหมือนเดิม

วิธีการนี้จะทำให้ มีกระสุนไว้ลงทุนเพิ่มช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลง ในขณะที่ตลาดเป็นขาขึ้นมีโอกาสขายทำกำไรส่วนหนึ่ง ทำให้พอร์ตรวมเติบโตได้ 

“หากนักลงทุนต้องการลงทุนกับมืออาชีพ  ที่บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปมีทีมนักวิเคราะห์กองทุนที่จะคัดเลือกกองทุนที่น่าสนใจในแต่ละประเภทการลงทุนหรือแต่ละ Asset Class  และมีที่ปรึกษาการลงทุน ที่พร้อมให้คำแนะนำปรึกษา และวิเคราะห์การลงทุนภายใต้สถานการณ์ลงทุนแบบนี้ ควรจัดพอร์ตอย่างไร ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง และความต้องการของเราได้” คุณสะสม กล่าว

20220404-a-03.jpg

Phillip Fund Supermart มีกองทุนที่หลากหลาย เนื่องจากบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายกองทุนให้กับบริษัทจัดการลงทุนเกือบทุกบริษัทในประเทศไทย 

ลูกค้าสามารถลงทุนเองได้ จากคำแนะนำของทาง บมจ. หลักทรัพย์ฟิลลิป หรือดูได้จากบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่นักวิเคราะห์กองทุน  (Fund Analyst) แนะนำ โดยอาจจะลงทุนเต็มพอร์ต หรือการออมกองทุน แบบทยอยลงทุนทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆ กัน ที่เรียกว่า  DCA ก็มีให้เลือก และมีกองทุนประเภทไหนบ้างที่สามารถลงทุนแบบออมได้ 

20220404-a-04.jpg

สำหรับลูกค้าที่ไม่มีเวลาในการติดตามข้อมูลการลงทุนหรือจัดพอร์ตเอง บล. ฟิลลิป มีบริการลงทุน Phillip Smart Wealth ซึ่งเป็นเหมือน Private Fund โดยมีผู้จัดการกองทุนคอยจัดพอร์ตลงทุนให้ เพื่อให้การลงทุนมีความเหมาะสมตามทางเลือกที่ต้องการ 

ทั้งนี้ช่องทางติดตามการลงทุนของ Phillip Fund Suppermart สามารถติดตามได้ผ่านช่องทาง ยูทูป Phillip Capital TH, LINE @phillipcapital และ โทร 02-635-1718

ติดต่อโฆษณา!