17 มีนาคม 2565
1,993

Fed ปรับดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ตลาดหุ้นพุ่งรับข่าว ทองคำร่วงก่อนกลับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท

Fed ปรับดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ตลาดหุ้นพุ่งรับข่าว ทองคำร่วงก่อนกลับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท
Highlight

สรุปธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ 0.25% ปลายปีนี้ดอกเบี้ยจะไปอยู่ที่ 1.75-2.00% คือ ขึ้นอีก 6 ครั้ง ปี 2023 ขึ้นอีก 3-4 ครั้ง เป็น 2.5-3.0%  ปี 2024 คงดอกเบี้ย (กรรมการบางคนอยากที่จะลดดอกเบี้ยเล็กน้อย) เริ่มดูดสภาพคล่องคืน (QT) ในการประชุมครั้งต่อไป 3-4 พฤษภาคม สงครามยูเครนมีผลทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ราคาทองคำแกว่งตามภาวะเงินเฟ้อและสงคราม


ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวโดยสรุปว่า 
"ยาขนานแรก" จาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด เมื่อคืนนี้!!

1. ขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ 0.25%

2. ปลายปีนี้ดอกเบี้ยจะไปอยู่ที่ 1.75-2.00% คือ ขึ้นอีก 6 ครั้ง

3. ปี 2023 ขึ้นอีก 3-4 ครั้ง เป็น 2.5-3.0% 

4. ปี 2024 คงดอกเบี้ย (กรรมการบางคนอยากที่จะลดดอกเบี้ยเล็กน้อย)

5. เริ่มดูดสภาพคล่องคืน (QT) ในการประชุมครั้งต่อไป 3-4 พฤษภาคม

จะเห็นจาก FOMC Dot Plot ที่เทียบกับผลการประชุมเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ว่า นอกจากกรรมการเฟดอยากขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น แรงขึ้นแล้ว ยังจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายระดับปกติในระยะยาว (เส้นสีแดงที่ 2.5%) ไปเล็กน้อย เป็นเวลาประมาณ 1 ปี เพื่อให้เงินเฟ้อลดลงมาที่เป้าหมาย

สรุปว่า การจ่ายยารอบนี้ของเฟด "แรงกว่าที่ตลาดคิดไว้เล็กน้อยในช่วงท้าย - ทะลุ 2.5% ไป 1 ปี" แล้วรอดูเหตุการณ์ต่อไป จึงค่อยตัดสินใจเรื่องการจ่ายยาอีกรอบ หลังมีความชัดเจนเรื่องสงคราม และเรื่องอื่นๆ

ตอนที่ Dot Plot ออกมา Dow Jones ตกไป 400 จุด ก่อนปรับตัวดีขึ้นหลังจากได้รับฟังคำอธิบายจากท่านประธานเฟด 30 นาทีให้หลัง 

ต่อมาในวันเช้านี้ (17 มี.ค.) ดร.กอบศักดิ์ ได้แสดงมุมมองอีกครั้งผ่านเฟสบุ้ก ว่าผลการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยและถ้อยแถลงของประธาน Fed ในครั้งนี้เป็น “การปลอบประโลมตลาด (ขั้นเทพ :) )”

เมื่อคืนหลังจากตลาดได้เห็น "ยาขนานแรก" ของเฟด ที่จ่ายยาแรงกว่าที่ทุกคนคาดไว้เล็กน้อย โดยเฟดส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปสูงกว่าที่ทุกคนคาด ทะลุระดับดอกเบี้ยนโยบายระยะยาวไปที่ 2.75-3.0% ระหว่างปี 2023-2024 

ในช่วงเวลา 30 นาที ก่อนได้ฟังประธานเฟดแถลงข่าว ตลาดต่างๆ ออกอาการเข่าอ่อน ปรับตัวไปพอสมควร โดย

  • ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้นไปจนเกือบถึง 2.0%
  • Dow Jones ลดลงไปรวมทั้งสิ้น 400 จุด (-1.2%)
  • Nasdaq ลดลง 250 จุด (-1.9%)
  • Bitcoin ลดลง 1,140 ดออลาร์ (-2.8%)

แต่หลังท่านประธานเฟดเริ่มพูด ตลาดก็ค่อยๆ ฟื้น ทำให้จากจุดนั้นเป็นต้นมา Dow Jones ได้เพิ่มขึ้น 680 จุด ทำให้ปิดตลาดในแนวบวกได้

หลายคนคงอยากรู้ว่า ท่านประธานเฟดมีเทคนิคการพูดปลอบประโลมตลาดอย่างไร ที่ทำให้ในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตลาดถึงได้สบายใจ สามารถกลับลำมาขึ้นได้ขนานนี้ :)

ครั้งนี้เรียกได้ว่า เป็นการ rematch แก้มือ ซึ่งต่างจากเมื่อการแถลงข่าวปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาอย่างยิ่ง ที่ยิ่งพูด ตลาดยิ่งตก (ครั้งนั้น พูดเสร็จ Dow Jones ตกไปเกือบ 900 จุด จากท่านประธานเฟดคนเดียว)

20220317-a-01.jpg

รอบนี้ เป็นเหมือนหนังคนละม้วน

ถ้าจะสรุป ท่านประธานเฟดเริ่มโดยอ่านคำแถลง โดยบอกว่า ประมาณการณ์เศรษฐกิจด้านต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี 

1. โอไมครอนกระทบน้อยกว่าคาด

2. สงครามยูเครนมีผล แต่ว่าสหรัฐจะยังคงโตได้อย่างเข้มแข็ง "Solid growth" โดยโตประมาณ 2.8% 2.2% และ 2% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

3. ด้วยนโยบายที่เหมาะสม เงินเฟ้อจะลงมาที่ 2% โดยแม้ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ตลาดแรงงานจะคงยังคึกคักและเศรษฐกิจจะยังขยายตัวได้ 

4. ดอกเบี้ยนโยบายปลายปีนี้จะขึ้นไปที่ 1.9% สูงกว่าที่คิดไว้เดิม 1.0% (ขึ้นเพิ่มอีก 4 ครั้ง) หลังจากนั้น ใน 2 ปีข้างหน้า ดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไปที่ 2.8% (ขึ้นเพิ่มอีก 3-4 ครั้ง) ซึ่งจะสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายระยะยาวที่ 2.5% ไปเล็กน้อย เพื่อชะลอเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไร 1 ปีให้หลัง โดยเฉพาะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังมีความไม่แน่นอนสูง ถ้าสถานการณ์เปลี่ยน ก็อาจจะมีการปรับยา และจ่าย "ยาขนานที่สอง" ได้

5. กรรมการได้พูดคุยกันเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับเรื่องการดูดสภาพคล่องกลับ ซึ่งจะประกาศในการประชุมครั้งถัดๆ ไป (ไม่ทำ QT รอบนี้)

6. เฟดจะพยายามไม่เพิ่ม uncertainty หรือความผันผวนที่ไม่จำเป็น ให้กับตลาด เพราะตลาดตอนนี้ผันผวนมากอยู่แล้ว (หมายความว่า เฟดจะพยายามพูดแล้ว ทำตามนั้น โดยไม่เปลี่ยนบ่อยๆ สิ่งที่ประกาศวันนี้ น่าจะเป็นเส้นทางที่จะเดินไป หากไม่มีอะไรที่เกินคาดเกิดขึ้น)

สรุปได้ว่า รอบนี้เตรียมการมาดี แค่อ่านคำแถลงสั้นๆ ใช้ PowerPoint 3-4 รูปที่เป็นประมาณการณ์เศรษฐกิจที่ดีประกอบการบรรยาย พอจบใช้เวลาไป เพียง 7 นาที Dow Jones ก็ขึ้นไปแล้ว 150 จุด!!! 

ที่เหลือ เป็นผลจากการตอบคำถาม ในช่วงถาม-ตอบกับนักข่าวอีก 50 นาที ที่มีคำถามประมาณ 20 กว่าข้อ

ที่ตลาดน่าจะชอบจากคำตอบของท่านประธานเฟด ก็คือ 

1. ยังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิด Recession ในช่วงปีหน้า เศรษฐกิจจะยังโต ขยายตัวได้ดี แม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย

2. อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ที่ 2.8% แม้จะลดลงจากผลของสงคราม แต่ว่ายังถือว่าดีมาก เทียบกับการขยายตัวตามปกติของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา

3. ตลาดแรงงานคึกคักเกินไป  มีตำแหน่งว่างงาน 1.7 ตำแหน่งสำหรับคนตกงาน 1 คน การขึ้นดอกเบี้ย จะช่วยให้ตลาดแรงงานลดความร้อนแรง และเข้าสมดุลมากขึ้น 

4. เงินเฟ้อจะขึ้นมากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ จากตอนแรกคาดว่ากลางปีนี้จะลง ตอนนี้น่าจะอยู่สูงไปจนถึงปีหน้า แล้วจะลดลงมาอย่างเร็ว (ไม่กังวลใจ)

สาเหตุที่เงินเฟ้อจะลด ส่วนหนึ่งจะมาจาก Base Effect หรือจากฐานที่จะสูงขึ้นในช่วงถัดไป และจาก Global Supply Disruption ที่จะดีขึ้นในช่วงถัดไป ดอกเบี้ยที่ขึ้นวันนี้ จะส่งผลต่อเงินเฟ้อในปี 2023-2024

ส่วนที่คนกลัวว่าจะมี Wage-price spiral หรือมีวงจรอุบาทว์ของเงินเฟ้อ แล้วทำให้เงินเฟ้อฝังรากลึกได้ ตอนนี้เฟดยังไม่เห็น

5. ถ้าข้อมูลชี้ในอนาคตว่า เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้น และต้องให้ทะลุสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะยาวที่ 2.5% เพิ่มเติม ก็จะหารือกันแล้วทำต่อไป แต่ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน ตอนนี้มีแผนแล้วที่จะขึ้นดอกเบี้ยแบบ Steady ค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบัน แผนการขึ้นดอกเบี้ยที่ประกาศออกมาวันนี้ น่าจะเป็นยาที่แรงพอ (ไม่ได้อ่อนไป) ดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นสูงกว่าดอกเบี้ยระยะยาวที่ 2.5% ไปเล็กน้อยอยู่แล้วในปีหน้า ซึ่งจะช่วยชะลอเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะต่างๆ ที่ price in และขึ้นไปก่อนหน้า ก็จะช่วยในการปรับสมดุลของเศรษฐกิจเช่นกัน

6. กรรมการได้หารือเรื่องการดูดสภาพคล่องกลับในรายละเอียด โดยจะใช้กรอบเหมือนกับครั้งที่แล้วที่ทุกคนคุ้นเคย ในอัตราที่เร็วขึ้น และเปิดรายละเอียดในรายงานการประชุม 3 สัปดาห์ให้หลัง ทั้งนี้ การทำ QT หรือดูดสภาพคล่องกลับอาจจะเริ่มตั้งแต่การประชุมครั้งหน้า  

ทั้งนี้ เฟดจะพยายามไม่ให้เงินเฟ้ออยู่นาน กระทบทุกคน จะดูแลให้เกิด Price Stability ที่จะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และตลาดแรงงานที่เข้มแข็ง

เรียกได้ว่า รอบนี้ ท่านประธานเฟดเตรียมตัวมาดี ตั้งใจมาปลอบประโลมตลาดเต็มที่ ถามคำ ตอบคำ ไม่อธิบายจนตลาดกังวล ทำให้ Dow Jones ปรับเพิ่มอีก 380 จุด !!! 

ถ้านับจากจุดเริ่มต้นแถลง รวมเป็นขึ้นทั้งหมด 530 จุด และหลังจากนั้น ตลาดก็มีแรงส่งต่อเนื่อง ทำขึ้นไปอีกเล็กน้อยอีกประมาณ 150 จุด รวมเป็น 680 จุด!!! 

สรุปได้ว่า ครั้งนี้คงต้องให้คะแนนเต็มกับท่านประธานเฟด ที่สามารถกล่อมจนตลาดเชื่อว่า "ทานยา" แล้วจะไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลใจ ทุกอย่างอยู่ในการดูแลและ Control ของเฟด ทุกอย่างจะไปได้ :) แล้วเจอกันประชุมรอบหน้า อีก 6 สัปดาห์ครับ

20220317-a-02.jpg

สำหรับแถลงการณ์ฉบับเต็มของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเดือน มี.ค. 2565 มีดังนี้

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 16 มี.ค.ตามเวลาสหรัฐ
โดยระบุว่า สัญญาณบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงภาวะไร้สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ อันเป็นผลมาจากโรคระบาด, ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง

การที่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนนั้น กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งประชาชนและเศรษฐกิจ และยังส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูงมาก โดยคาดว่าในระยะใกล้นี้ การรุกรานยูเครนและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

คณะกรรมการ FOMC พยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว และเมื่อพิจารณาถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม คณะกรรมการคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% และตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้น 0.25% สู่ระดับ 0.25-0.50% และคาดว่าการปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในวันข้างหน้านั้นจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม นอกจากนี้ คณะกรรมการคาดว่าจะเริ่มปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในการประชุมครั้งต่อไป

ส่วนในการประเมินแนวทางที่เหมาะสมของนโยบายการเงินนั้น คณะกรรมการจะยังคงจับตาข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า ขณะเดียวกันคณะกรรมการจะเตรียมความพร้อมเพื่อปรับแนวทางนโยบายการเงินตามความเหมาะสม 

หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ของคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการจะประเมินข้อมูลในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านสาธารณสุข ภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมถึงการพิจารณาสถานการณ์ทางการเงิน และสถานการณ์ในต่างประเทศ

สำหรับกรรมการเฟดผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เจอโรม เอช พาวเวล ประธานเฟด, จอห์น ซี วิลเลียมส์ รองประธานเฟด, มิเชล ดับเบิลยู โบวแมน, ลาเอล เบรนาร์ด, เอสเธอร์ แอล จอร์จ, แพทริค ฮาร์เกอร์, ลอเร็ตตา เจ เมสเตอร์ และคริสโตเฟอร์ เจ วอลเลอร์

ส่วนผู้ที่โหวตคัดค้านการดำเนินนโยบายการเงินในการประชุมครั้งนี้คือนายเจมส์ บูลลาร์ด เนื่องจากเขาต้องการให้เฟดปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยขึ้น 0.50% สู่ระดับ 0.50-0.75%

ธนาคารฮ่องกงปรับดอกเบี้ยตาม Fed 0.25% 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2565 ว่า ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ที่ 0.75% โดยกล่าวว่าต้องการรักษาเสถียรภาพในระบบการเงินท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้น การปรับขึ้นเกิดหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามคาด และคาดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 7 ครั้งในปี 2565 

โดยธนาคารในท้องถิ่นเ ช่น HSBC Holdings Plc, Standard Chartered Plc และ Hang Seng Bank Ltd. มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามการเคลื่อนไหวของ HKMA โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดีที่สุด แม้ว่าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ตาม HKMA กล่าวว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าอัตราระหว่างธนาคารในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของสหรัฐ

ภาวะการลงทุนในวันนี้ 17 มี.ค.

บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,670-1,680 จุด หลังการประชุม FED เริ่มขึ้นดอกเบี้ยและจะขึ้นทุกการประชุมที่เหลือของปีรวมเป็น 7 ครั้ง และจะเริ่มลดขนาดงบดุลในการประชุมครั้งหน้า โดยนักลงทุนตอบรับเชิงบวกและเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯแข็งแกร่งเพียงพอ 

อย่างไรก็ตามเรายังมองสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเป็นปัจจัย Overhang หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจะเริ่มทยอยเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเติบโตน้อยลง เรายังมองว่าปัจจัยในประเทศมีความแข็งแรงและหนุนภาพการลงทุนมากกว่า 

โดย ศบค.จะประชุม 18 มี.ค. เพื่อผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมโดยเฉพาะภาคธุรกิจบันเทิงและท่องเที่ยว เราจึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น Value และ Domestic Play ซึ่งจะยังสามารถปรับตัวได้แข็งแรงกว่าตลาด กลุ่มที่ชอบยังคงเป็น ธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ อาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ เป็นต้น

กลยุทธ์ : เน้นลงทุนในกลุ่ม Value และ Domestic Play ที่กระทบจากปัจจัยต่างประเทศจำกัดและได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
หุ้นเด่นเดือนมี.ค. : BDMS, CPALL, OSP, PJW, TOP

ราคาทองคำร่วงก่อนแล้วดีดกลับหลังสถานการณ์ข้างหน้ายังไม่แน่นอน

บทวิเคราะห์ราคาทองคำจาก บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ระบุว่า เฟดยังส่งสัญญาณปรับลดขนาดงบดุลในการประชุมที่กำลังจะมาถึง โดยอาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือน พ.ค. ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,895.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

อย่างไรก็ดี การขึ้นดอกเบี้ย 7 ครั้งในปีนี้ของเฟดสอดคล้องกับการคาดการณ์ในปัจจุบันของตลาดการเงินซึ่งถือว่ามีการ Price in ไปแล้ว ทำให้เกิดแรงขายทำกำไร (Sell on fact) ในดัชนีดอลลาร์

ขณะที่เฟดมีการ “ลด” คาดการณ์ GDP ปีนี้ลงสู่ระดับ 2.8% และ “เพิ่ม” คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2022 สู่ระดับ 4.1% พร้อมระบุว่าอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อกลับคืนสู่เป้าหมายที่ 2% ซึ่งช่วยหนุนทองในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้ออีกทาง

ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อ Buy the Dip ในตลาดทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นกลับมาปิดตลาดในแดนบวกได้ในที่สุด ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +8.70 ตัน

สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(BoE) และการเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, การอนุญาตก่อสร้าง, ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน, การผลิตภาคอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต

อ้างอิง : ท่องเศรษฐกิจกับดรกอบ, บล.ฟินันเซีย ไซรัส, Infoquest, YLG Bullion International

ติดต่อโฆษณา!