รัสเซีย-ยูเครน จบลงที่ตรงไหน | ทันข่าว Today
03 มีนาคม 2565
926

รัสเซีย-ยูเครน จบลงที่ตรงไหน

รัสเซีย-ยูเครน จบลงที่ตรงไหน
Highlight

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นทุกขณะสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่อาจจะลุกลามไปยังประเทศอื่นที่หนุนยูเครน โดยรัสเซียยังคงบุกโจมตีที่มั่นสำคัญของยูเครนต่อเนื่อง เมื่อสงครามเกิดขึ้นย่อมส่งกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะเงื่อนไขของแต่ละฝ่ายที่ยืนอยู่คนละข้าง  อย่างไรก็ตาม ผลจากสงครามนี้ ทำให้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงในรอบนี้ ทำให้ตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ดีดกลับขึ้นมาเมื่อคืนนี้ ส่วนสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงสู้รบหนักห่วง ช่วงนี้ควรหลบไปลงหุ้นเวียดนาม-จีน

สถานการณ์การลงทุนนั้นตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ  โดยตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้าเปิดตลาดพุ่งกว่า 10 จุด ตอบรับประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง ตลาดฯ จึงคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นเพียง 0.25% ในเดือน มี.ค.นี้ ต่ำกว่าที่กังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยถึง 0.50% เพื่อสกัดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาพลังงานปรับขึ้นจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนหนุนตลาดบ้านเราด้วย

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.52 น. ดัชนีตลาดหุ้นไทย เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,697.65 จุด +7.54 จุด (+0.45%) โดยที่ราคาหุ้น น้ำมัน และถ่านหิน ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง จากราคาน้ำมินดิบที่เพิ่มขึ้นถึง 110 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้น

หุ้นโลกปรับขึ้น คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในรอบนี้

นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดไว้ทำให้ภาพรวมไม่ได้รับแรงกดดันไปมากกว่านี้

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,891.35 จุด เพิ่มขึ้น 596.40 จุด หรือ +1.79%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,386.54 จุด เพิ่มขึ้น 80.28 จุด หรือ +1.86% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,752.02 จุด เพิ่มขึ้น 219.56 จุด หรือ +1.62%

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ (3 มี.ค.)ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 26,628.87 จุด เพิ่มขึ้น 235.84 จุด หรือ +0.89%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 22,434.26 จุด เพิ่มขึ้น 90.34 จุด หรือ +0.40% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,495.93 จุด เพิ่มขึ้น 11.74 จุด หรือ +0.34%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดซึ่งมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ (3 มี.ค.) โดยการแถลงจะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

โดยสรุปสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ข่าวดีด้านดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเพิ่มทีละน้อย แต่ข่าวลบด้านความรุนแรงของสงครามที่เพิ่มขึ้น ทั้งสิงประเด็นต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป 

สำหรับสถานการณ์สู้รบระหว่าง รัสเซียกับยูเครน โดยล่าสุดรัสเซียและได้โจมตีเมืองสำคัญต่างๆ ของยูเครนหลายแห่ง นายเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะยังคงใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครน จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายหลักในการปกป้องตนเองจากภัยคุกคามของชาติตะวันตก

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศก่อนหน้านี้ว่า เขาจะยังคงอยู่ในกรุงเคียฟ แม้ทหารรัสเซียได้เคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้เมืองแล้วก็ตาม

TMBAM Eastspring ประมวลเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน

ด้วยเหตุผลหลักของการโจมตีคือ ความขัดแย้งจากการที่ยูเครนต้องการเข้าร่วมกับ NATO ซึ่งจะทำให้กองกำลังของ NATO สามารถเข้าพื้นที่ชิดขอบชายแดนของรัสเซีย รวมทั้งติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งอาจจะทำให้รัสเซียตกอยู่ในอันตรายได้ในอนาคต 

เดิมทีนั้นในปี 1997 ทางกลุ่ม NATO ให้สัญญากกับประธานาธิบดีรัสเซียในสมัยนั้นว่าจะไม่ขยายดินแดนไปทางรัสเซีย (ตอนนั้นยังเป็นสหภาพโซเวียตอยู่) แต่ก็ได้มีการรับสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยมาหลังจากสหภาพโซเวียล่มสลายลง ทำให้ปัจจุบัน NATO ขยับดินแดนเข้าใกล้รัสเซียมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปูตินไม่พอใจและได้เคลื่อนทัพมากดดันยูเครน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัสเซียพร้อมเจรจากับชาติตะวันตก 

โดยรัสเซียได้ยื่นเงื่อนไขไปทาง NATO คือ

1. NATO ต้องไม่ให้ยูเครนเข้าร่วมโดยเด็ดขาด

2. ให้ถอนทัพและกำลังทหารทั้งหมดจากสมาชิกที่เข้าร่วมองค์กร NATO หลังปี 1997 

อย่างไรก็ตามข้อเสนอจากทางรัสเซียก็โดนทางฝั่งอเมริกาและยุโรปปฏิเสธโดยทันที
เหตุการณ์หลังจากนี้

คาดว่าบุกรุกของรัสเซียจะเข้ามาได้หลายช่องทางเพราะได้วางกำลังทหารล้อมไว้หมดแล้ว คือ

1. รัสเซียน่าจะส่งกองกำลังมาทางเมืองที่พึ่งประการรับรองมาทั้ง 2 เมือง ซึ่งรัสเซียได้ส่งกำลังทหารเข้าไปสมทบแล้ว

2. ทางตอนเหนือของยูเครนผ่านทางเบลารุสเพื่อมุ่งหน้าสู่เคียฟ

3. ทางตอนใต้จากเมืองที่ยึดมาจากยูเครนในปี 2014 ที่ชื่อว่าไครเมีย

กำลังทหารของทั้ง 2 ประเทศ

ถ้าเปรียบเทียบกองกำลังทหารของยูเครนกับรัสเซียจะเห็นได้ว่ากองกำลังของยูเครนมีศักยภาพในการทำสงครามน้อยกว่าฝั่งรัสเซียเยอะมากๆ ซึ่งทำให้ยูเครนน่าสู้ด้วยค่อนข้างลำบาก ขณะที่ NATO เองก็ออกมาบอกชัดเจนว่าจะไม่ส่งกองกำลังทหารเข้าไปช่วยในการรบ อย่างมากก็สนับสนุนแค่ด้านอาวุธและการรักษาพยาบาลเท่านั้น

มาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร

คาดว่าชาติตะวันตกจะออกมาตรการตอบโต้รัสเซียมากกว่าการเข้าร่วมรบในยูเครน โดยสหรัฐฯได้เสนอให้มีการปิดท่อส่งก็าซ Nord Stream 2 เพื่อไม่ให้รัสเสียส่งก๊าซมาขายในยุโรปได้ แต่มาตรการนี้ก็ยังส่งผลกระทบต่อเยอรมันด้วย เนื่องจากตัวเยอรมันเองต้องนำเข้าก็าซธรรมชาติเข้ามาใช้ ซึ่งการปิดท่อส่งก๊าซจะยิ่งทำให้ราคาพลังงานในยุโรปสูงขึ้นไปอีก 

มาตรการถัดไปอาจจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงสนามบิน สถาบันการเงิน และอุตสาหกรรมหลักโดยสหรัฐและยุโรป นอกจากนี้เราอาจะเห็นชาติตะวันตกยกเลิกการให้รัสเซียเข้าถึงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ swift อีกด้วย

ทั้งนี้บางประเทศได้เริ่มประกาศมาตรการคว่ำบาตรกันไปบางส่วนแล้ว เช่น การห้ามซื้อขายตราสารหนี้ของรัสเซีย และการคว่ำบาตรทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ก่อสร้างท่อส่งก๊าซ nodstream 2 รวมถึงคว่ำบาตรบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในเมือง Luhansk และ Donetsk อีกด้วย

20220303-a-01.jpg

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

TMBAM Eastspring กล่าวว่า กรณีศึกษาที่ใกล้เคียงกันคือ การที่รัสเซียเข้ายึดเมืองไครเมียจากยูเครนในปี 2014 ซึ่งในตอนนั้นทางอเมริกาเองก็ไม่ได้ส่งกองกำลังเข้าไปช่วยรบแต่อย่างใด และมาตรการตอบโต้ทางทั้งโลกส่วนใหญ่จะเป็นการคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียในด้านต่างๆแทน ขณะที่ในปัจจุบันรัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 3 ของโลก รวมถึงเป็นผู้ส่งออกแร่แพลเลเดียมรายใหญ่ที่สุดในโลก 

นอกจากนี้รัสเซียและยูเครนส่งออกธัญพืชรวมกันเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของโลกอีกด้วย ดังนั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจน่าจะมาในรูปแบบของอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทั้งราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ 

นอกจากนี้ราคาอาหารมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกันจากการขาดแคลนธัญพืช ซึ่งเป็น 1 ในต้นทุนในการทำปศุสัตว์ รวมถึงราคาแพลเลเดียมมีโอกาสพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง โดยพาเลเดียมเป็นส่วนประกอบในระบบไอเสียรถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งมีโอกาสทำให้ราคารถยนต์สูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาของเซมิคอนดักเตอร์อีกด้วย ขณะที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักจะเป็นยุโรปเนื่องจากน้ำเข้าพลังงานจากรัสเซียสูงถึงประมาณ 40% ของทั้งหมด

ผลกระทบต่อตลาดหุ้น

TMBAM Eastspring วิเคราะห์ว่า ผลกระทบต่อตลาดหุ้น จะเห็นได้ว่าอย่างตลาดหุ้นรัสเซียร่วงลงทันทีกว่า 10% ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากนั้น 4-5 เดือน ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ พบว่าตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงหมด ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่พุ่งขึ้นสวนทางกับประเทศอื่นๆ

ส่วนตลาดหุ้นยุโรปที่ใกล้ชิดกับยูเครนมากที่สุดปรับตัวลง 4-5% ส่วนตลาดหุ้นอังกฤษก็ปรับตัวลงใก้ลเคียงกัน ซึ่งทั้ง 2 ตลาดใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนถึงฟื้นตัวกลับมาได้ ส่วนทางหุ้นโลกและหุ้นอเมริกาปรับตัวลงเล็กน้อยที่ 2-3% เท่านั้น

20220303-a-02.jpg

ทางออกของสถานการณ์สู้รบ / คำแนะนำลงทุน 

นักลงทุนควร Wait & see ในสินทรัพย์เสี่ยงไปก่อน โดย TMBAM Eastspring คาดว่าในที่สุด มีโอกาสเกิดได้ทั้งหมด 3 ทางด้วยกัน คือ 

  • เกิดสงครามเต็มรูปแบบจากรัสเซียและนาโต้ไม่เข้าไปช่วย ทำให้สงครามน่าจะจบเร็ว แต่ตลาดหุ้นจะปรับฐานแรงในช่วงแรก และค่อยฟื้นตัวหลังสงครามสงบ
  • สงครามยืดเยื้อเนื่องจากมีการขัดขวางจากนาโต้ ตลาดหุ้นมีแนวโน้ม sideway down และราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น 
  • รัสเซียและนาโต้กลับมาเจรจากันอีกครั้ง ตลาดหุ้นมีโอกาสเกิด technical rebound ได้ในระยะสั้นๆ 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีบทสรุปแบบไหน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ แนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในยุโรป และสหราชอาณาจักร แนะนำกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงตลาดหุ้นของประเทศที่อยู่ห่างไกลจากสงคราม และมี correlation กับหุ้นโลกต่ำ เช่น หุ้นจีน และหุ้นเวียดนาม

ติดต่อโฆษณา!