25 กุมภาพันธ์ 2565
1,138

ตลาดโลกเริ่มฟื้น สหรัฐฯแบนรัสเซียเบาๆ หวั่นผลกระทบเงินเฟ้อ

ตลาดโลกเริ่มฟื้น สหรัฐฯแบนรัสเซียเบาๆ หวั่นผลกระทบเงินเฟ้อ
Highlight

ตลาดหุ้นพลิกกลับมาบวกต่อหลังจากประเมินสหรัฐฯคว่ำบาตรรัสเซียเบาๆ  โดยเน้นไปที่ภาคบริการการเงิน ยังไม่แตะพลังงานหวั่นเร่งเงินเฟ้อยุโรปและสหรัฐฯเอง อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนต่อไป ในขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงทันที 500 บาทในเช้าวันนี้ ราคาน้ำมันดิบ ลงมาอยู่ที่ 95 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือ สถานการณ์โควิดในประเทศเร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ นักวิเคราะห์ คาดเงินไหลเข้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่อง


การปฎิบัติการทางทหารของรัสเซีย ต่อ ยูเครน ทําให้เกิดอาการ Panic โดย ขายสินทรัพย์เสี่ยง และย้ายเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนผ่านการปรับตัว ลดลงของตลาดหุ้นสําคัญทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ระดับหนึ่งจากการท่ี USA และ NATO ไม่แสดงท่าที่ส่งกองกําลังเข้าไปใน พื้นที่ยูเครน ทําให้สถานการณ์ของตลาดการเงินเริ่มพลิกกลับ โดยเห็นการ Rebound ของตลาดหุ้น 

ซึ่งสําหรับตลาดหุ้นไทยเช้าน้ีก็ Rebound กลับมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์ใน ยูเครนอย่างใกล้ชิด ประเด็นข้างเคียงที่น่าสนใจคือท่าที่ของ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ว่าการเดินนโยบายการเงินตึงตัวจะลดระดับลงหรือไม่ และ  อีกเรื่องเป็น Covid-19 ในประเทศ

สมาคมค้าทองคำ แจ้งการปรับเปลี่ยนราคาทองระหว่างวันในวันนี้ (25 ก.พ.) การซื้อขายครั้งที่ 1 ราคาทองปรับลง 500 บาท ซึ่งราคาทองแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 29,400.00 บาท ขายออกอยู่ที่ 29,500.00 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่ 28,864.64 บาท ขายออกอยู่ที่ 30,000 บาท 

ข้อมูลจาก investing.com ราคาน้ำมินดิบ WTI เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 25 ก.พ. 65 เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 95 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 101 เหรียญต่อบาร์เรลของเมื่อวานนี้ 

บริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส คาดว่า SET Index วันน้ีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1655 – 1690 จุด สําหรับหุ้น Top Pick เลือก DTAC, GPSC และ M

20220225-a-04.jpg

รัสเซียเคลื่อนทัพเข้ายูเครน เขย่าตลาดการเงินโลก

ความขัดแย้งระหว่างเครียดรัสเซีย-ยูเครนมีความรุนแรงเพิ่มข้ึน หลังวานน้ี ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกคําสั่งปฏิบัติการ “ทางทหาร” ในยูเครน ส่งผลให้กองทัพรัสเซียเริ่มเคลื่อนพลเข้าไปในยูเครน ท้ังด้านตะวันออก, เหนือ และใต้ และปะทะกับกองทัพยูเครนหลายจุด จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ท้ังท่ีเป็นทหารและ พลเรือน

ความขัดแย้งดังกล่าวที่รุนแรงข้ึน ส่งผลให้ตลาดการเงินท่ัวโลกเมื่อวานน้ีแกว่งตัวผันผวน อย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของรัสเซียเอง เช่น

  • CreditDefaultSwap(CDS)หรือค่าประกันความเสี่ยง5ปีของรัสเซียปรับ เพิ่มขึ้น 456.6 bps. ข้ึนมาแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ช่วง Subprime ที่ 917 bps. โดยสูงกว่าช่วงวิกฤตไครเมีย เมื่อปี 2557-2558 

  • ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่า 5.15% แตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ระดับ 85.32 รู เบิล/ดอลลาร์

  • ตลาดหุ้นรัสเซียลดลง 33.3%

ทั้งนี้ ตลาดการเงินรัสเซียท่ีผันผวนมาก เนื่องจากความกังวลว่าอาจถูกประเทศอื่นๆคว่ำบาตรเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดการเงินรัสเซียปรับตัวตอบรับความขัดแย้ง ดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว สะท้อนจาก CDS สูงกว่าช่วงไครเมีย และค่าเงินรูเบิลอ่อนค่ามากสุดเป็นประวัติการณ์ จึงเชื่อว่าหากไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรงไปมากกว่านี้ ตลาดการเงินน่าจะผ่อนคลายลงมาได้บ้าง 

โดยมีจุดสังเกตคือ หาก CDS ลดลง เช่ือว่าจะช่วยให้ตลาด หุ้นรัสเซียฟื้นตัว และค่าเงินรูเบิลเผชิญแรงกดดันน้อยลง เพราะ CDS ของรัสเซียมัก เคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินรูเบิล และตลาดหุ้นรัสเซีย 

โดยเมื่อ CDS ลดลง ตลาดหุ้น รัสเซียจะมีแนวโน้มฟื้นตัว และค่าเงินรูเบิลจะมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันลดลง

20220225-a-01.jpg

ลุ้น Fed ลดคงามเจ้มงวดนโยบายการเงิน

ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลให้ Fed ลดความเข้มงวดนโยบายการเงินลง
ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนท่ีกล่าวไปข้างต้น แม้จะเขย่าให้ตลาดการเงินโลกผันผวน แต่ ในอีกทางหน่ึง ก็ส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับมุมมองอัตราดอกเบี้ยสหรัฐไปในทิศทางท่ีลด ความเข้มงวดลง กล่าวคือ

ในช่วงต้นเดือน ก.พ. 2565 ตลาดเคยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะข้ึนอัตรา ดอกเบี้ยถึง 0.5% หรือจาก 0-0.25% เป็น 0.5-0.75% สะท้อนได้จาก ช่วงต้นเดือน ก.พ. 2565 ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ย Fed ในเดือน มี.ค. 2565 จะข้ึนไปสูงถึง 0.59% (อยู่ในช่วง 0.5-0.75%) 

แต่ภายหลังจากท่ีความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนมีท่าทีว่าจะรุนแรง ข้ึนในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2565 ตลาดการเงินก็ปรับลดมุมมองอัตราดอกเบ้ียลง โดย ล่าสุดปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 0.37% (อยู่ในช่วง 0.25-0.5%)

มุมมองอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ลดความเข้มงวดลง สะท้อนว่าตลาดการเงินโลกมีความ กังวลต่อประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐน้อยลง เชื่อว่าเป็นอีกสาเหตุหน่ึงที่ช่วย ให้ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้กลับฟื้นตัวและปิดตลาดในแดนบวกได้ 

และตลาดหุ้นเอเชีย เช้านี้เปิดตลาดในแดนบวกราว 0.5-1.4% ตามไปด้วย และส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเปิดบวกตามไปด้วย โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในกรอบ  1,655-1,690 จุด

ค้นหาหุ้นพลิกฟื้นหลังสงคราม แนะนำ M รวมถึงสะสม DTAC GPSC

ในคืนที่ผ่านมา ภาพรวมสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก พลิกกลับเหมือนกับไอรอนแมนดีดนิ้ว หลังสงคราม End Game นั่นคือ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคํา ขึ้นไปถึง +3.4% สุดท้ายลงมา -0.3% หรือ ราคาน้ํามัน +9.2% ลงมาเหลือ +2.3% เป็นต้น กลับด้าน กับสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง ตลาดหุ้น Nasdaq (Growth Stock) จากลงไปต่ำสุด -3.4% พลิกกลับมาบวกถึง +3.3% ได้แรงหนุนเพิ่มเติม 

หลายๆ สํานักเร่ิมคาดการว่า Fed มีโอกาสชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ลง และในเดือน มี.ค. Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% (เดิมคาด 0.5%) เช่นเดียวกับตลาดหุ้น Down Jones จาก -2.6% พลิกกลับมา +0.3%

20220225-a-02.jpg

ไทยได้รับผลกระทบจากสงครามจำกัดส่งผลดีเงินทุนไหลเข้า 

ไทยได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน ค่อนข้างจํากัด เนื่องจากรัสเซียมี สัดส่วนเป็นประเทศคู่ค้ากับไทย 0.8% ของประเทศที่ไทยค้าขายด้วย และมีสัดส่วน นักท่องเที่ยวเป็นชาวรัสเซียเพียง 3.7% รวมถึงบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทํา การค้ากับรัสเซียโดยตรง ขณะเดียวกันหากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ไครเมีย ตลาดหุ้น ไทยเองก็ปรับฐานเพียงช่วงสั้นๆ

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมาจน Market Earning Yield Gap. เปิดกว้างไปสู่ระดับ +1SD หรือ 4.5% จึงถือเป็นจังหวะดีในการเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง 

ASPS กล่าวว่า หุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดีมีแนวโน้มกําไรเติบโตแรงในปีนี้ ได้ น่าจะ เป็นหนึ่งในเป้าหมาย Fund Flow ต่างชาติ 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า หุ้นไทยเกิด Technical Rebound หลังทดสอบแนวรับหลัก 1,660 จุดและเริ่มมีแรงซื้อ โดยกรอบการ Rebound อยู่ที่ 1,675 จุดบวกลบ โดยมี Sentiment บวกหนุนบ้างจากตลาดหุ้นสหรัฐที่พลิกมาบวกแรง 

อย่างไรก็ตามประเด็นกดดันระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียด หลังจากต่อสู้ลุกลาม ขณะที่ชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียเข้มข้นขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป ส่งผลให้ราคาสินค้า Commodity ปรับตัวขึ้นแรง และกดดันต้นทุนสำหรับการผลิตและลามไปถึงเงินเฟ้อในอนาคต 

นอกจากนี้คาดตลาดจะเริ่มกลับมากังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือน มี.ค.นี้ และมีโอกาสขึ้นทุกๆ การประชุมในปีนี้ ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเงินเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐเดือน ม.ค. 

20220225-a-03.jpg

โควิดในประเทศยังน่ากังวล

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังมองการเร่งขึ้นของตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะหากไม่ล็อคดาวน์ ยังมองหุ้น Value และ Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่ม Commodity ต้นน้ำ ธนาคาร ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์คาดว่ายังเคลื่อนไหวแข็งแกว่าตลาด 

บล..ฟินันเซีย แนะนำกลยุทธ์การลงทุน เลือกลงทุนในหุ้น Value และหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 แข็งแกร่ง

ติดต่อโฆษณา!