ธนาคารกรุงศรีฯ เปิดสถิติค่าเงินบาทในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ พบอ่อนค่า 11.25% มากที่สุดในเอเชีย ชี้เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอ แต่ภาคการส่งออกได้ประโยชน์ | ทันข่าว Today
03 ตุลาคม 2564
498

ธนาคารกรุงศรีฯ เปิดสถิติค่าเงินบาทในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ พบอ่อนค่า 11.25% มากที่สุดในเอเชีย ชี้เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอ แต่ภาคการส่งออกได้ประโยชน์

ธนาคารกรุงศรีฯ เปิดสถิติค่าเงินบาทในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้  พบอ่อนค่า 11.25% มากที่สุดในเอเชีย ชี้เศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอ  แต่ภาคการส่งออกได้ประโยชน์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเปิดสถิติค่าเงินบาท พบอ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ภาคการส่งออกได้ประโยชน์ คาดส่งออกข้าวไทยแตะ 4 ล้านตัน ในช่วง  9 เดือนแรกของปีนี้ ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำลงทุนในหุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เช่น กลุ่มส่งออกอาหาร เทคโนโลยี และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่า เงินบาทสัปดาห์หน้าคาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบกรอบ 33.50-34.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทยังคงอ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา หลังจากภาคท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว และขาดดุลย์บัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ติดตามคือข้อมูลภาคบริการและการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ ตลาดคาดว่าอยู่ที่ 5 แสนตำแหน่ง

โดยการจ้างงานและค่าจ้างจะส่งผลต่อการคาดการณ์นโยบายธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ถ้าสูงเกินคาด บอนด์ยีลด์สหรัฐฯและดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่องเพราะตลาดจะคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ส่วนไทยมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ เดือน ก.ย.

สำหรับภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 7.67 หมื่นล้านบาท ซื้อพันธบัตรสุทธิ 6.44 หมื่นล้านบาท

ส่วนการเคลื่อนไหวสกุลเงินภูมิภาคช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) พบว่า บาท-ไทยอ่อนค่าสุดที่ 11.25% เป็นผลมาจากปัจจัยภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า และไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด สะท้อนการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง เมื่อเทียบกับภูมิภาคส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า

รองลงมาคือวอน-เกาหลีใต้ 8.43 % เปโซ-ฟิลิปปินส์ 5.64% ริงกิต-มาเลเซีย 3.92 % ดอลลาร์-สิงคโปร์  2.78 % รูเปียห์-อินโดนีเซีย 1.88% รูปี-อินเดีย 1.60% ยกเว้น ดอลลาร์-ไต้หวัน 1.51% ดอง-เวียดนาม 1.48% หยวน-จีน 1.28%

อย่างไรก็ตาม โดยผู้ประกอบการควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรับมือความผันผวน น.ส. รุ่ง กล่าว

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯคาดว่าปริมาณส่งออกข้าวของเดือนกันยายน 2564 จะมากกว่า 700,000 ตัน เนื่องจากตลาดต่างประเทศ ทั้งแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย มีความต้องการข้าวขาวและข้าวนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมไว้ใช้ในช่วงเทศกาลปลายปีนี้ ประกอบกับราคาข้าวไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ทำให้การส่งออกข้าวขาวและข้าวนึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่า ยอดการส่งออกข้าว ทั้ง 3 ไตรมาสปีนี้ จะสูงเกือบ 4 ล้านตัน

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการสายงานค้าหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า ธุรกิจที่อิงการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (Global Growth) จะฟื้นตัวได้เร็ว เช่น กลุ่มส่งออกอาหาร เทคโนโลยี และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หุ้น ที่น่าสนใจ เช่น บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แนะนำหุ้น KCE และ HANA 

 20211001-a-01.jpg

 

ที่มา : ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง  pptv