10 พฤษภาคม 2567
486

ไทยพบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ KP ติดเชื้อแล้ว 13 ราย

ไทยพบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ KP ติดเชื้อแล้ว 13 ราย


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิด-19 ในไทย พบสายพันธุ์ KP ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน JN.1 ติดเชื้อแล้ว 13 ราย ยังไม่มีหลักฐานความรุนแรง คาดมีความได้เปรียบในการเติบโตมากกว่าถึง 2 เท่า

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์สายพันธุ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทยว่า
ยังคงพบ JN.1 และลูกหลานเป็นสายพันธุ์หลัก

โดยมีสายพันธุ์ย่อยของ JN.1 หลายชนิด โดยแตกต่างกันที่ตำแหน่งกลายพันธุ์บนส่วนโปรตีนหนามของไวรัส เช่น R346T, F456L, R346T+F456L (FLiRT) รวมถึง F456L+Q493E เป็นต้น

ซึ่งช่วยให้ไวรัสมีความสามารถในการก่อโรค การหลบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนการแพร่กระจายเชื้อแตกต่างกันไป สำหรับสายพันธุ์ JN.1 (BA.2.86.1.1) เป็นสายพันธุ์ย่อยของ BA.2.86 มีการเติบโตและแพร่กระจายได้เร็ว จนกลายเป็นสายพันธุ์หลักทั่วโลกกว่า 116 ประเทศ

นอกจากนี้ พบสายพันธุ์ย่อยใหม่ของ JN.1 โดยคาดการณ์ว่ามีความได้เปรียบในการเติบโตกว่าสองเท่าได้แก่ KP.2, KP.3, KS.1, KP.1.1

ซึ่งประเทศไทยพบ KP.2 และลูกหลานแล้ว จำนวน 9 ราย ในเขตสุขภาพที่ 8, 10 และ 13 ส่วน KP.3 พบจำนวน 4 ราย ในเขตสุขภาพที่ 4 และ 13 จากจำนวน JN.1 และลูกหลาน ที่พบทั้งหมด 503 ราย คิดเป็นสัดส่วน KP.2 และลูกหลาน 1.79% และ KP.3 0.79%

นอกจากนี้ พบสายพันธุ์โอมิครอนลูกผสมระหว่าง JN.1 กับสายพันธุ์อื่นจำนวน 2 ราย ได้แก่ XDK 1 ราย และ XDR 1 ราย ในเขตสุขภาพที่ 1 และ 11 ตามลำดับอย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงความรุนแรง หรือการเพิ่มความสามารถในการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์ลูกผสมนี้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่ายห้องปฏิบัติการ เฝ้าระวังการเปลี่ยน แปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยรวบรวมตัวอย่างผลบวกเชื้อก่อโรคโควิด-19 จากการทดสอบ ATK หรือ Real-time RT-PCR จากทั่วประเทศ 

ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม และเผยแพร่ ผ่านฐานข้อมูลสากล GISAID อย่างสม่ำเสมอ การเฝ้าระวังติดตามสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศอย่างเป็นปัจจุบัน ช่วยส่งเสริมความพร้อม ทางห้องปฏิบัติการในการรับมือกับการระบาดในอนาคต

ทั้งนี้ ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังเป็นไปตามคาดการณ์เนื่องจากโรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี

ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนมีความตระหนักแต่ไม่ตระหนก มีการป้องกันตนเองตามมาตรการสาธารณสุข สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หรือที่มีการรวมตัวกลุ่มคน จำนวนมาก ล้างมือบ่อยๆ ยังใช้ได้กับทุกสายพันธุ์ 

สำหรับอาการและความรุนแรง มักขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวม ของบุคคลมากกว่าชนิดสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ

ติดต่อโฆษณา!