25 กุมภาพันธ์ 2567
7,622

ตา "ดี" ได้ ตาร้ายต้อง "พบหมอฯ"


ต้อกระจก ภัยร้ายการมองเห็น

ต้อกระจก (Cataract) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยจะมีเลนส์แก้วตาขุ่น ไม่ใสเหมือนปกติ ทำให้แสงผ่านเลนส์ตาได้ลดลง จอประสาทตาจะรับแสงได้ไม่เต็มที่  ทำให้การมองเห็นผิดปกติไป ส่งผลให้การมองเห็นไม่ชัดเจนและคุณภาพการมองเห็นลดลง


อาการของโรคต้อกระจก

ระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการ สายตาสั้น สายตาเอียง และตามัวมากขึ้น เหมือนมีฝ้าหรือหมอกบดบังการมองเห็น เนื่องจากการขุ่นมัวของเลนส์แก้วตา บางรายอาจเกิดการมองเห็นภาพซ้อน สู้แสงสว่างไม่ได้ การรับรู้สีผิดเพี้ยน หากผู้ป่วยปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้รับการรักษา จะทำให้มีโอกาสเกิดต้อหิน ปวดตา ตาแดง ความดันตาสูงขึ้น คุณภาพการมองเห็นลดลงและอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้


สาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก แบ่งออกเป็น ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในร่างกาย

ปัจจัยภายนอก

  • การผ่าตัดหรือเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา
  • การอักเสบภายในดวงตา
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์
  • การสัมผัสแสงแดด (UV) เป็นเวลานาน

ปัจจัยภายใน

  • การเสื่อมของดวงตาตามวัยและอายุเพิ่มมากขึ้น
  • การผิดปกติที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรม
  • การผิดปกติที่เกิดขึ้นจากโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน

วิธีการรักษาโรคต้อกระจก

ในระยะเริ่มแรก แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใส่แว่นตาเพื่อปรับค่าสายตา หากพบว่าผู้ป่วยมีค่าสายตาที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การมองเห็นดีขึ้น หากมีอาการมากขึ้นแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดนำต้อออก อาจจะด้วยวิธีการสลายต้อด้วยเครื่องสลายต้อ หรือ เอาเลนส์ตาที่เป็นต้อออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปทดแทน


วิธีการป้องกันโรคต้อกระจก

  • ป้องกันสายตาจากแสง UV เมือต้องอยู่กลางแจ้งด้วยการใส่แว่นกกันแดด
  • ควบคุมโรคประจำตัวที่อาจจะก่อให้เกิดโรคต้อกระจกให้ดี
  • หลีกเลี่ยงการกินยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือ ให้กินภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาและการมองเห็น ควรรีบพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและตรวจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้นำไปสู่การสูญเสียดวงตาและการมองเห็น ด้วยความปรารถนาดีจาก #ทันข่าวสุขภาพ


รับชมวิดีโอ : https://youtu.be/KX8pRVqhywk?si=W6UA-pLVhkxS4GVh


ติดต่อโฆษณา!