รู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.5 แพร่กระจายได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระบาดแล้วถึง 29 ประเทศแล้วในปัจจุบัน | ทันข่าว Today
07 มกราคม 2566
328

รู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.5 แพร่กระจายได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระบาดแล้วถึง 29 ประเทศแล้วในปัจจุบัน

รู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.5 แพร่กระจายได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระบาดแล้วถึง 29 ประเทศแล้วในปัจจุบัน
Highlight

XBB.1.5 โควิดสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา มีสมรรถนะในการแพร่เชื้อสูงที่สุดในทุกสายพันธุ์ย่อยโอมิครอนที่เคยมีมา มีคุณสมบัติสามารถหลบภูมิได้เก่งและสามารถจับกับตัวรับ ACE2 ที่ผิวเซลล์เป้าหมายได้แน่นกว่าเดิม ผู้ติดเชื้ออาการคล้ายเป็นหวัด คล้ายผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แพทย์แนะ ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่ออยู่นอกบ้านโดยเฉพาะที่ชุมชน เพราะอาจนำเชื้อแพร่สู่ครอบครัวได้ โดยเฉพาะคนกลุ่มเปราะบาง


ขณะที่ทั่วโลกเฝ้าติดตามยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นในจีน บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อก็วิตกเกี่ยวกับไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ XBB.1.5 ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยคิดเป็นสัดส่วน 40% ของยอดผู้ติดเชื้อโควิดทั้งหมดในสหรัฐ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเพราะมันแพร่กระจายอย่างได้อย่างรวดเร็วกว่าทุกสายพันธุ์ย่อยที่เคยมีมา นอกจากในสหรัฐ ฯ แล้ว การแพ่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่นี้ก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้นในสหราชอาณาจักรเช่นกัน แล้วเราต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ XBB.1.5 เพื่อเตรียมรับมือกับมัน 

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก อัปเดตเกี่ยวกับ XBB.1.5 จากองค์การอนามัยโลกว่า Dr.Maria Van Kerkhove ได้สรุปผลการประชุมของ The Technical Advisory Group on Virus Evolution (TAG-VE) ระบุว่าปัจจุบัน XBB.1.5 ระบาดไปแล้ว 29 ประเทศทั่วโลกโดยก่อนหน้านี้พบการระบาดในอเมริกาและกระจายไปแถบยุโรป แต่ปัจจุบันครองสัดส่วนการระบาดถึง 70% ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา คาดว่าอาจทำให้เกิดการระบาดระลอกถัดๆ ไปต่อจากนี้ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ XBB.1.5 ถือเป็นสายพันธุ์ย่อยของ Omicron ที่มีสมรรถนะในการแพร่เชื้อสูงที่สุดในทุกสายพันธุ์ย่อยที่เคยพบมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเหตุผลที่ XBB.1.5 แพร่ได้เร็วกว่าสายพันธุ์ย่อยอื่นที่มีมา Cao YL และคณะ จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เผยแพร่ผลการศึกษาใน bioRxiv วันที่ 3 มกราคม 2566 ว่า XBB.1.5 นั้นมีการกลายพันธุ์ต่อยอดจาก XBB.1 ทำให้มีคุณสมบัติทั้งเรื่องการดื้อต่อภูมิคุ้มกันอย่างมาก และสามารถจับกับตัวรับ ACE2 ที่ผิวเซลล์เป้าหมายได้แน่นกว่าเดิม ทั้งสองคุณสมบัตินี้ คาดว่าเป็นคำอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์ย่อยนี้

 

XBB.1.5 คืออะไร และมีอาการเป็นอย่างไร

มันเป็นไวรัสโควิดสายพันธุ์ย่อยที่แยกตัวมาจากโอมิครอนที่ถือว่าเป็นสายพันธุ์หลักของโลกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์มาจาก อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา ที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักมาก่อนหน้านี้ โอมิครอนเป็นไวรัสที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ทั้งหมดนับตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อปลายปี 2021 และทำให้เกิดสายพันธุ์ย่อยจำนวนมากซึ่งทำให้แพร่ระบาดได้มากกว่าสายพันธุ์ย่อยตัวเดิม

อาการของ XBB.1.5 นั้นมีความคล้ายคลึงกับอาการของโอมิครอน แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่าอาการคล้ายคลึงกันจริงหรือไม่ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยตัวนี้มักมีอาการคล้ายเป็นหวัด

XBB.1.5 ติดได้ง่ายกว่าหรือเป็นอันตรายมากกว่าสายพันธุ์ย่อยก่อนหน้าหรือไม่

XBB.1.5 พัฒนามาจาก XBB ซึ่งตรวจพบครั้งแรกในอินเดียในเดือน ส.ค. 2022 แต่ยังไม่ได้จัดอยู่ในประเภทที่เรียกว่า “สายพันธุ์ที่น่ากังวล” โดยหน่วยงานด้านสุขภาพ ต่อมาเริ่มแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือน ก.ย. 2022

XBB มีการกลายพันธุ์ที่ช่วยให้เอาชนะภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ แต่คุณคุณสมบัติเดียวกันนี้ยังลดความสามารถในการติดเชื้อในเซลล์ของมนุษย์ด้วย

ศาสตราจารย์ เว็นดี บาร์เคลย์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า XBB.1.5 มีการกลายพันธุ์ที่รู้จักกันในชื่อ F486P ซึ่งมีความสามารถในการยึดเกาะกับเซลล์ในขณะที่ยังคงหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ ทำให้แพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

เธอกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านวิวัฒนาการเหล่านี้เป็นเหมือนก้าวแรกของเส้นทาง  เนื่องจากไวรัสมีวิวัฒนาการเพื่อค้นหาวิธีการใหม่ในการหลีกเลี่ยงกลไกการป้องกันตัวเองของร่างกาย นักวิทยาศาสตร์จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันเมื่อ 4 ม.ค. ว่า XBB.1.5 มี “ความได้เปรียบในการเติบโต” เหนือสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ ทั้งหมดที่พบในปัจจุบัน แต่พวกเขากล่าวว่าไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามันร้ายแรงหรือเป็นอันตรายมากกว่าสายพันธุ์ย่อยก่อนหน้านี้อย่างโอมิครอน

WHO กล่าวว่าจะติดตามผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการ ข้อมูลตามโรงพยาบาล และอัตราการติดเชื้ออย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อผู้ป่วย

 

XBB.1.5 แพร่กระจายไปที่ใดบ้าง 

กว่า 40% ของผู้ติดเชื้อโควิดในสหรัฐอเมริกาคาดว่าเกิดจากสายพันธุ์ย่อย XBB.1.5 ทำให้กลายเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศ เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2022 ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย XBB.1.5 มีสัดส่วนเพียง 4% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ซึ่งทำให้ในตอนนี้ XBB.1.5 ได้แซงหน้าโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทั่วสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์พอล ฮันเตอร์ จาก University of East Anglia หรือมหาวิทยาลัยแห่งอีสต์อังเกลีย กล่าวว่า "มีความเป็นไปได้ที่ XBB.1.5 จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกแรกในปลายเดือนนี้ แต่เราไม่สามารถแน่ใจได้"

ศาสตราจารย์ฮันเตอร์กล่าวว่า เขาไม่เห็นหลักฐานว่า XBB.1.5 มีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งหมายความว่าอาจจะไม่ "ทำให้คุณต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือฆ่าคุณ" มากกว่าสายพันธุ์โอมิครอนที่มีอยู่

"เป็นเรื่องน่าขันที่ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่สายพันธุ์ย่อยที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจากจีน แต่แท้จริงแล้ว XBB.1.5 มาจากสหรัฐฯ" เขากล่าวเสริม

สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Health Security Agency) มีกำหนดจะออกรายงานเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่แพร่กระจายในสหราชอาณาจักรในสัปดาห์หน้า และอาจมีการกล่าวถึงสายพันธุ์ XBB.1.5

ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ก็มีความเป็นไปได้ สหราชอาณาจักรเกิดการแพร่ระบาดของโอมิครอน 5 ระลอกในปี 2022 และการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ศาสตรจารย์บาร์เคลย์กล่าวว่า เธอคาดว่าจะมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้นในสหราชอาณาจักร หากสายพันธุ์ย่อยเริ่มแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร “ตามที่เราคาดไว้”

ศาสตราจารย์เดวิด เฮย์มันน์ จาก London School of Hygiene and Tropical Medicine ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนในลอนดอน ยอมรับว่ายังต้องอาศัยเวลาอีกพอสมควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ย่อยตัวล่าสุดนี้ แต่เขากล่าวว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในประเทศอย่างอังกฤษ ซึ่งมีการฉีดวัคซีนในระดับสูงและการติดเชื้อของประชากรมาก่อนหน้านี้ ความกังวลของเขาคือประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ซึ่งมีทั้งปริมาณผู้รับวัคซีนที่น้อยและภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติยังไม่มากพอ อันสืบเนื่องมาจากการปิดประเทศที่ยืดเยื้อ

“จีนจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับผู้ที่ติดเชื้อเพื่อดูว่าโควิดสายพันธุ์ย่อยเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไรในกลุ่มประชากรที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน” ศาสตราจารย์เฮย์มันน์กล่าว


อ้างอิงบางส่วนจาก :  BBC

ติดตาม ทันข่าวToday ช่องทางอื่น ๆ

🔺 Website : https://www.thunkhaotoday.com/
🔺 Facebook : https://www.facebook.com/thunkhaotoday
🔺 Line Today : https://bit.ly/3ifSuDr
🔺 ติดต่อโฆษณา : https://line.me/ti/p/9mjGVL4nhC
ติดต่อโฆษณา!