เตรียมปิดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ 30 ก.ย. รองรับการปรับโควิดเป็นโรคเฝ้าระวัง | ทันข่าว Today
20 สิงหาคม 2565
407

เตรียมปิดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ 30 ก.ย. รองรับการปรับโควิดเป็นโรคเฝ้าระวัง

เตรียมปิดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ 30 ก.ย. รองรับการปรับโควิดเป็นโรคเฝ้าระวัง

Highlight

ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ แจงการปิดศูนย์ฉีดฯ 30 ก.ย. เป็นแผนที่วางไว้ ลั่นไม่ได้ปิดเร็ว เป็นการยืดเวลามาจาก 31 ส.ค. รองรับการปรับโควิดเป็นโรคเฝ้าระวัง โดยที่ผ่านมาศูนย์ฉีดกลางบางซื่อ ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19  ประมาณ  6.3 ล้านโดส  ขณะที่ประชาชนที่มาฉีดวัคซีนที่ศูนย์บางซื่อตั้งแต่เข็ม 1 ตอนนี้มีมารับวัคซีนเข็ม 3 คิดเป็นกว่า 70% เข็ม 4 คิดเป็น 60% โดยทางศูนย์วัคซีนบางซื่อเชิญชวนคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมาฉีดวัคซีนก่อน เพราะหากเกิน 4 เดือน ภูมิคุ้มกันจะตกลงได้


พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เปิดเผยถึงแผนการปิดศูนย์ฉีดวัคซีนสถานนีกลางบางซื่อ ว่า เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้า 90%

หากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงที่อยู่ และโรคโควิด-19 จะเปลี่ยนจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 สถานการณ์การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น จะเริ่มทำการเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3  เข็ม 4 ให้มากขึ้นจากเป็น 60-70% ตามที่ตั้งเป้าไว้ 

และเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนที่จะรอวัคซีนรุ่นใหม่ ต้องเริ่มมาฉีดวัคซีนกระตุ้น ช่วง สิงหาคม - กันยายน เนื่องจากว่า วัคซีนรุ่นใหม่ ของอเมริกา หรือยุโรป อาจจะได้วัคซีนประมาณเดือน กันยายน - ตุลาคม ซึ่งคาดว่าประเทศไทยอาจจะได้วัคซีนรุ่นใหม่ปีหน้า

พญ.มิ่งขวัญ  ระบุอีกว่า การปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ไม่ได้ปิดเร็ว แต่ตอนนี้เป็นการยืดเวลาการปิด จากตอนแรก 31  สิงหาคม 2565 มาเป็น 30 กันยายน 2565 เพื่อจะรองรับประชาชนที่ยังไม่ได้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ให้มารับวัคซีน  ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะปิดแน่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 ว่าจะมีการระบาดเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่

แต่ก็ยังมีแผนสำรอง คือ

แผนที่ 1 หากเกิดการระบาดเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้วัคซีนและใช้ศูนย์ฉีดวัคซีนขนาดใหญ่ก็สามารถเปิดต่อได้ 

แผนที่ 2 มีการปิดชั่วคราว และต้องมีความจำเป็นต้องเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนอีก ก็สามารถเปิดต่อได้ภายใน 1 วัน เพราะครุภัณฑ์ต่าง ๆ ก็จะเก็บรักษาไว้ที่สถานีกลางบางซื่อในพื้นที่ของการรถไฟฯ ที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน

การที่ประกาศยุติให้บริการที่ศูนย์บางซื่อฯ ก็เพื่อกระตุ้นให้คนมารับวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และที่สำคัญคือการส่งสัญญาณเชิงบวก(positive signals) ว่าประเทศไทยได้ร่วมกันผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันแล้ว แต่เรายังต้องให้ความสำคัญกับวัคซีนอยู่เพราะตัวเลขการติดเชื้อที่เห็นรายงานวันละ 1-2 พันรายเป็นการเข้าระบบ แต่คนที่ติดเชื้ออาการน้อยไม่ได้เข้าระบบก็มีอีกมาก อาจถึง 5-10 เท่าจากตัวเลขที่เราเห็น

ส่วนคนเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 30 ราย คนทั่วไปอาจมองว่าปกติ แต่หากเกิดขึ้นกับคนที่เรารัก คนในครอบครัว นั่นคือ 1 ชีวิต ดังนั้น การฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะกลุ่มสูงอายุ ผู้ที่จะมารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์บางซื่อฯ เปิดใน 2 วิธีทั้งการจองล่วงหน้าผ่านเครือข่ายมือถือ และวอล์กอิน(Walk-in) แต่หากประชาชนที่ทราบวันเวลาที่ต้องการเข้ารับวัคซีน แนะนำให้ลงทะเบียนจองมาก่อน เพื่อแบ่งเบาภาระการรับวอล์กอิน

ตอนนี้มีการถอดบทเรียนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พันธมิตรและเครือข่าย ว่าหากมีภาวะฉุกเฉินเช่นนี้เกิดขึ้นอีก จะต้องดำเนินการอย่างไร ระดมคน ทรัพยากร เทคโนโลยีอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีการถอดบทเรียนและเตรียมรับมือในรูปแบบฉากทัศน์ไว้เรียบร้อยแล้ว

โดยที่ผ่านมาศูนย์ฉีดกลางบางซื่อ ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19  ประมาณ  6.3 ล้านโดส   ขณะที่ประชาชนที่มาฉีดวัคซีนที่ศูนย์บางซื่อตั้งแต่เข็ม 1 ตอนนี้มีมารับวัคซีนเข็ม 3 คิดเป็นกว่า 70% เข็ม 4 คิดเป็น 60% ส่วนประชาชนทั่วไปยังน้อยอยู่ 40-50%

“จึงอยากเชิญชวนให้คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมาฉีดวัคซีนก่อน เพราะหากเกิน 4 เดือน ภูมิคุ้มกันจะตกลงได้”  พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่อาจจะคล้ายไข้หวัดใหญ่คือ โรคไม่รุนแรง ไม่ระบาดหนัก ก็อาจจะไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล และสถานพยาบาลทั่วไป ไม่ต้องใช้ศูนย์ขนาดใหญ่ แต่หากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรง จะต้องระดมฉีดวัคซีน ซึ่งอาจจะเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางลางซื่ออีกครั้ง ซึ่งก็พร้อมเปิดอยู่แล้ว ภายใน 1 วัน หากมีความต้องการ

พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่าอยากให้มองว่าการประกาศปิดให้บริการที่ศูนย์ฉีดกลางบางซื่อ เป็นการส่งสัญญาเชิงบวก ว่าประเทศไทยกำลังก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปได้  เนื่องจากตัวเลขการติดเชื้อเริ่มมีการติดน้อยลง จากการรายงาน และจะเห็นจากคนใกล้ตัวว่า เมื่อตรวจหาเชื้อด้วย ATK ผลบวก ก็ไม่ค่อยรายงานกัน อันที่จริงตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เยอะอยู่

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละครอบครัวเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้ประชาชนมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพราะมีความจำเป็น ในการช่วยลดอัตราการป่วยหนัก และเสียชีวิตลงได้ พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

ติดต่อโฆษณา!