โควิดสายพันธุ์ใหม่ อังกฤษ AY.4.2 และ ฝรั่งเศส B.1.640 อันตรายแค่ไหน ? | ทันข่าว Today
15 พฤศจิกายน 2564
379

โควิดสายพันธุ์ใหม่ อังกฤษ AY.4.2 และ ฝรั่งเศส B.1.640 อันตรายแค่ไหน ?

โควิดสายพันธุ์ใหม่ อังกฤษ AY.4.2 และ ฝรั่งเศส B.1.640  อันตรายแค่ไหน ?
Highlight

โควิดสายพันธ์ุใหม่ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคือสายพันธ์ุ AY.4.2 ซึ่งพบที่ประเทศอังกฤษ ในเวลาไล่เลี่ยกันพบสายพันธ์ุ B.1.640 ในฝรั่งเศส  ที่น่าสนใจคือ สายพันธุ์เดลต้าพลัส ที่พบในอังกฤษนั้น ทำให้เกิดการ "ติดเชื้อ เพิ่มขึ้นเร็ว" ติดกันทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในเด็กและเยาวชน ซึ่งอาจจะยังได้รับวัคซีนไม่มากนัก ในขณะสายพันธุ์ที่พบในฝรั่งเศส มีการกลายพันธุ์สไปค์โปรตีน ซึ่งใช้ในการเกาะกับตัวจับบนผิวเซลล์ร่างกายของมนุษย์ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่าการกลายพันธุ์ของสไปค์โปรตีนที่ไม่เคยพบมาก่อนนี้ จะทำให้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์  B.1.640 อันตรายมากขึ้นหรือน้อยลง


ขณะนี้หลายประเทศเริ่มจับตาการระบาดของเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า AY.4.2 หรือที่บางคนเรียกว่าเดลตาพลัส โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่ได้เริ่มให้มีการสืบสวนเกี่ยวกับเชื้อชนิดนี้ที่เริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลขล่าสุดในเดือนตุลาคม 2021 ชี้ว่าผู้ป่วยโรคโควิดราว 6% ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ แต่ถึงอย่างนั้นเชื้อโรคโควิดที่ระบาดหนักที่สุดในสหราชอาณาจักรตอนนี้ก็ยังเป็นสายพันธุ์เดลตา

ลักษณะการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เดลตามาเป็นเดลตาพลัส AY.4.2 นี้ เป็นการกลายพันธุ์ของโปรตีนตรงส่วนหนามที่เชื้อไวรัสใช้ในการจับและเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในสหราชอาณาจักรออกมาเตือนว่าอาจจะแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาธรรมดา

แม้ว่าในไทยพบเพียง 1 ราย ช่วงปลายเดือนตุลาคม และอยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ ยังไม่ถือว่าเดลตาพลัสเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ว่าเขื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาพลัสนี้จะทำให้คนที่ติดเชื้อมีอาการป่วยหนักขึ้น และนักวิทยาศาสตร์หลายคนก็ยังมั่นใจว่า วัคซีนที่มีอยู่ก็น่าจะรับมือได้

ขณะที่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซ บุ๊ก Thira Woratanarat ถอดบทเรียนในอังกฤษ ที่พบการระบาดของสายพันธุ์เดลตา พลัส ว่าทำให้เกิดการ "ติดเชื้อ เพิ่มขึ้นเร็ว" ติดกันทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในเด็กและเยาวชน ซึ่งอาจจะยังได้รับวัคซีนไม่มากนัก

ในประเเด็นนี้อาจสร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองเนื่องจากการกลับมาเปิดเรียน On-Site  ของนักเรียน โดยโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครมหานคร เริ่มเรียนตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน เป็นวันแรกกว่า 400 โรงเรียน

ข้อมูลของนพ.ธีระ ระบุว่า ความรู้ที่มีตอนนี้เกี่ยวกับเดลตา พลัส (AY.4.2) กลายพันธุ์ต่อยอดจากสายพันธุ์เดลตา การป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิต พอๆ กับเดลตา (B.1.617.2) แต่แพร่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดลตา เดิม 17% ซึ่งยังต้องระวังให้มาก

นอกจากนี้ยังระบุว่า อัตราการติดเชื้อภายในครัวเรือนมากขึ้นกว่าเดิม 12% (ช่วงความเชื่อมั่น 8-16%) ทั้งนี้เราทราบกันจากงานวิจัยหลายชิ้นว่า เดิมอัตราการแพร่ให้คนที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกัน เฉลี่ยประมาณ 18-20%

ส่วนการระบาดในอังกฤษ สำหรับอังกฤษ คงจะไม่ใช่เพราะเดลตา พลัส อย่างเดียว แต่เป็นเพราะการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ติดเชื้อได้ ดังนั้นประเทศไทย เราควรระมัดระวัง หลังเปิดประเทศ เพราะต่อให้ยังไม่มีเดลตา พลัส ก็ต้องไม่ทำให้เดลตา ระบาดมากกว่าเดิม อย่างการอยู่ห่างจากคนอื่นเกิน 1 เมตร จะลดอัตราติดเชื้อได้ 5 เท่า

โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640  พบในฝรั่งเศส

มีผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศของยุโรปและ โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640 พบครั้งแรกในฝรั่งเศส นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า โควิดสายพันธุ์ใหม่นี้เกิดการกลายพันธุ์ในสไปค์โปรตีนที่ไม่เคยพบมาก่อนเลย

เมื่อ 14 พ.ย. 64 สื่อต่างประเทศรายงานว่า เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่รู้จักในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า B.1.x หรือ B.1.640 ที่พบผู้ติดเชื้อในหลายประเทศของยุโรป หลังพบครั้งแรกในฝรั่งเศส กำลังสร้างความวิตกกังวลมากขึ้นให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่นี้เกิดการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม หรือสไปค์โปรตีน ซึ่งไม่เคยพบมาก่อนในเชื้อโควิด-19 ที่เกิดการกลายพันธุ์มาก่อนหน้านี้

สื่อฝรั่งเศส La Telegramme รายงานข่าวครั้งแรก หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640 จำนวน 24 ราย ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในแคว้นเบรอตง ของฝรั่งเศส เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันเป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่พบในฝรั่งเศส จึงทำให้โรงเรียนแห่งนี้ซึ่งกลายเป็นคลัสเตอร์การระบาดต้องสั่งปิดชั้นเรียนถึงครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640 สามารถควบคุมได้แล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในฝรั่งเศสตั้งแต่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทว่าทางการฝรั่งเศสยังคงต้องเฝ้าติดตามเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่นี้ต่อไป

ที่ต้องจับตาในขณะนี้ก็คือ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640 ในสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และอิตาลี ถึงแม้ว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และบรรดา ‘ลูกหลาน’ ของมันที่เกิดการกลายพันธุ์มาจากเดลตา ยังคงเป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์หลักที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดก็ตาม

ศาสตราจารย์ Cyrille Cohen ประจำมหาวิทยาลัย Bar-Ilan ซึ่งให้สัมภาษณ์และให้คำปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฝรั่งเศสเป็นประจำ ได้อธิบายถึงเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.640 ว่า เกิดการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะหนึ่งในนั้นคือการกลายพันธุ์สไปค์โปรตีน ซึ่งใช้ในการเกาะกับตัวจับบนผิวเซลล์ร่างกายของมนุษย์ และเริ่มกระบวนการติดเชื้อเพิ่มจำนวนนั้นมีบางส่วนหายไป โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่าการกลายพันธุ์ของสไปค์โปรตีนที่ไม่เคยพบมาก่อนนี้ จะทำให้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์  B.1.640 อันตรายมากขึ้นหรือน้อยลง.

ดูเหมือนว่าสายพันธ์ุใหม่ตัวนี้ยังน่ากังวลไม่น้อย วัคซีนจะสามารถป้องกันได้เต็มที่หรือไม่  และมันอาจจะเดินทางจากยุโรปไปได้ทั่วโลกจากการที่หลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดเมืองกันอีกครั้ง

ที่มา : BBC News