ไทยร่วมจองยาเม็ดรักษาโควิดกับ Merck 200,000 ชุด ยาใหม่แพงกว่าเดิม 10 เท่า | ทันข่าว Today
05 ตุลาคม 2564
409

ไทยร่วมจองยาเม็ดรักษาโควิดกับ Merck 200,000 ชุด ยาใหม่แพงกว่าเดิม 10 เท่า

ไทยร่วมจองยาเม็ดรักษาโควิดกับ Merck  200,000 ชุด ยาใหม่แพงกว่าเดิม 10 เท่า
Highlight

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานรัฐบาลไทยกำลังเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐฯ Merck & Co เพื่อซื้อยาต้านไวรัสชนิดเม็ด “โมลนูฟิราเวียร์” ของบริษัทสำหรับการรักษาโควิด-19 จำนวน 200,000 ชุด พบว่าหลายประเทศในอาเซียนที่โควิดกำลังระบาดหนัก รีบจองกันถ้วนหน้า  ราคา Molnupiravir สูงถึงชุดละ 700 เหรียญสหรัฐ หรือ 23,100 บาท ยาใหม่แพงกว่า ฟาร์วิพิราเวียร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถึงเท่า 10 เท่า


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานรัฐบาลไทยกำลังเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยาในสหรัฐฯ Merck & Co เพื่อซื้อยาต้านไวรัสของบริษัทสำหรับการรักษาโควิด-19 จำนวน 200,000 ชุด

หลายประเทศในเอเชียกำลังพยายามจองซื้อ โมลนูฟิราเวียร์เพื่อกักเก็บยาตัวนี้กันตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจากที่ตามหลังประเทศตะวันตกในโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุปทานวัคซีนที่จำกัด

เกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซียกล่าวว่ากำลังเจรจาเพื่อซื้อยาของ Merck ในขณะที่ฟิลิปปินส์ซึ่งกำลังทดลองใช้ยาเม็ดตัวนี้ กล่าวว่าหวังว่าผลการศึกษาทดลองในประเทศจะอนุญาตให้เข้าถึงการรักษาได้ ประเทศเหล่านี้หมดปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจาซื้อ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการทำข้อตกลงในการจัดซื้อยาต้านไวรัสที่เรียกว่า โมลนูพิราเวียร์ (molnupiravir)

ยาเม็ดมอลนูพิราเวียร์ที่ออกแบบมาเพื่อแนะนำข้อผิดพลาดในรหัสพันธุกรรมของไวรัส จะเป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานชนิดแรกเพื่อจัดการกับโควิด-19

การทดลองทางคลินิกระหว่างกาลระบุว่าสามารถลดโอกาสการรักษาในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตได้ประมาณ 50% สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงจากควิด-19

“ขณะนี้เรากำลังดำเนินการเกี่ยวกับข้อตกลงการจัดซื้อกับ Merck ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้  เราได้สั่งจอง 200,000 ชุด” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว

เขากล่าวว่ายาจะมาถึงในเดือนธันวาคม แม้ว่าข้อตกลงจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานกำกับดูแลของไทย

รอยเตอร์ระบุว่าไม่สามารถติดต่อตัวแทนที่สำนักงานของเมอร์คในประเทศไทยได้ในทันที

Merck กล่าวว่า คาดว่าจะผลิตยารักษา 10 ล้านชุดภายในสิ้นปี 2564 มีสัญญาของรัฐบาลสหรัฐในการจัดหามอลนูพิราเวียร์ 1.7 ล้านชุดในราคา 700 ดอลลาร์ต่อชุด
Merck ได้กล่าวว่ามีแผนกำหนดราคายาตามเกณฑ์รายได้ของประเทศ

ในฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข Maria Rosario Vergeire กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า "เราคิดว่าเราสามารถเข้าถึงยานี้ได้มากขึ้น เพราะเรามีการทดลองทางคลินิกที่ดำดนินการไปควบคู่กัน"

น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า
ยาโควิดใหม่แพงมาก !! เม็ดละ 580 บาท คอร์สละ 23,100 บาท แพงกว่ายาเดิมถึง 14 เท่าตัว

ประเด็นปัญหาใหญ่ นอกจากเรื่องต้องสั่งจองรวดเร็วแล้วก็คือ เรื่องราคายา โดยพบว่ายาใหม่นี้กำหนดราคาขายเบื้องต้น หนึ่งคอร์ส 40 เม็ด ราคา 700 เหรียญสหรัฐ หรือ 23,100 บาท ตกเม็ดละ 580 บาท โดยต้องทานวันละ 8 เม็ด เป็นจำนวน 5 วัน รวม 40 เม็ด

เมื่อเปรียบเทียบกับยาพื้นฐานเดิมที่ใช้รักษาโรคโควิดอยู่แล้ว แบบประทังไปก่อน คือ ฟาวิพิราเวีย (Favipiravir) พบว่าเมื่อองค์การเภสัชกรรมของไทยเราผลิตเองได้ ราคายาได้ลดลงจากเม็ดละ 120 บาทเหลือ 40 บาท

แต่เมื่อเทียบราคาเม็ดต่อเม็ด ยาใหม่ของ Merck แพงกว่ายาเดิมคือ ฟาวิพิราเวียร์
อยู่ถึง 14 เท่า คือ 580 บาท เทียบกับ 40 บาท แต่ถ้าเทียบเป็นคอร์ส ยาใหม่ 23,100 บาท เทียบกับยาเดิม 2400 บาท แพงกว่ากันอยู่ 10 เท่า จึงเป็นข่าวดี ที่วงการแพทย์ได้วิจัยพัฒนาจนเกือบสำเร็จ จะได้ยาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรงแล้ว

แต่ข่าวร้ายก็คือ ประเทศที่ยากจนก็จะเข้าถึงยาได้ยาก เพราะยาแพงกว่ายาเดิมที่ใช้อยู่ถึง 10-14 เท่าตัว

การพัฒนายาของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นจากสมุนไพร หรือยาแผนปัจจุบัน หรือเป็นการผลิตยาที่หมดสิทธิบัตรแล้ว จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง

ประเทศในโลกที่สาม น่าจะเรียกร้องร่วมกัน โดยเฉพาะองค์การอนามัยโลกต้องเป็นหลัก จัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ หรือขอซื้อยาจากบริษัทมาขายในราคาทุนให้กับประเทศยากจน

ทั้งนี้ ถ้าประเทศยากจนยังมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้โควิดไม่สามารถควบคุมการระบาดในโลกใบนี้ได้ เพราะ 200 ประเทศทั่วโลก ประชากร 7,000 ล้านคน ต่างเดินทางไปมาหาสู่กัน ไม่เหมือนสมัยก่อนประเทศร่ำรวย แม้มีวัคซีนดี มียาดีที่เพียงพอ ก็อาจจะประสบปัญหาจากโควิด ที่เข้ามาจากประเทศอื่นที่ยังควบคุมการระบาดได้ไม่ดี

สถานการการติดเชื้อโควิดในประเทศไทยล่าสุด 5 ตุลาคม 2564  อ้างอิงจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มียอดติดเชื้อใหม่ 9,869 ราย ยอดป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 1,657,231 ราย เสียชีวิตสะสม 17,109 ราย  กำลังรักษา 108,373 ราย และรักษาหายแล้วจำนวน 1,504,229 ราย 

อ้างอิง : https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-talks-with-merck-200000-courses-anti-covid-pills-2021-10-04/ 
Post today