ธปท. ชี้แจง “ข่าวบิดเบือน” ลดค่าคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย เพราะสถาบันการเงินเสี่ยงล้ม

ธปท. ชี้แจง “ข่าวบิดเบือน” ลดค่าคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย เพราะสถาบันการเงินเสี่ยงล้ม
HighLight

ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจง “ข่าวบิดเบือน” ลดค่าคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย เพราะสถาบันการเงินเสี่ยงล้ม โดยข้อเท็จจริงคือสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก มิใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย และยืนยันว่าปัจจุบันฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังแข็งแกร่งโดยธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด


กรณีการส่งต่อคำแนะนำว่า ให้รีบถอนเงินออกจากธนาคาร เพราะแบงก์ชาติประกาศคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก หากมีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท แล้ววันหนึ่งธนาคารล้มขึ้นมา คุณจะได้เงินแค่ 1 ล้านบาท ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลังได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยข้อเท็จจริงมีดังนี้
 
1. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA (https://www.dpa.or.th/articles/cat/about-dpa) เป็นผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก มิใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีการปรับลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน จากเดิมอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน
 
ซึ่งการปรับลดวงเงินคุ้มครองดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ 2 เรื่องหลัก คือ การรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ฝากเงินรายย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 และปรับลดวงเงินคุ้มครองแต่อย่างใด


2. ในปัจจุบันฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังแข็งแกร่ง
มีการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง และมีธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
 
ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bot.or.th หรือโทร. 02-283-5353
 

บทสรุปของเรื่องนี้คือ :
สถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก มิใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ฝากเงินรายย่อย อีกทั้งในปัจจุบันฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังแข็งแกร่ง มีธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
 
ทั้งนี้หน่วยงานที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ (ธปท.) กระทรวงการคลัง
 
อ่านเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3Cvqpgr
 
ที่มา : AFNC Thailand 9 ส.ค. 64
 
#รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์คลิกอ่านทันข่าว

ติดต่อโฆษณา!