ชาวไต้หวันหวั่นเกิดสงคราม พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋ง ชนะเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นล็อกถล่ม! ปธน.ไช่ อิงเหวิน ลาออกจากหัวหน้าพรรค | ทันข่าว Today
28 พฤศจิกายน 2565
194

ชาวไต้หวันหวั่นเกิดสงคราม พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋ง ชนะเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นล็อกถล่ม! ปธน.ไช่ อิงเหวิน ลาออกจากหัวหน้าพรรค

ชาวไต้หวันหวั่นเกิดสงคราม พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋ง ชนะเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นล็อกถล่ม!  ปธน.ไช่ อิงเหวิน ลาออกจากหัวหน้าพรรค
Highlight

ผลการเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นของไต้หวันสะท้อนถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินที่มีต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯที่เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่จีนอย่างมาก ชาวไต้หวันจึงหันไปเลือกพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นมิตรกับจีนมากกว่าแทน ทำให้ ประธานาธิบดีไช่ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า


ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าเมื่อวันเสาร์ (26 พ.ย.) เพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไต้หวันเปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งผู้นำระดับท้องถิ่น 21 เก้าอี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าพรรคก๊กมินตั๋งกวาดไป 13 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าได้ไปเพียง 5 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชนไต้หวันได้ 1 ที่นั่ง และอีก 2 ที่นั่งเป็นของผู้สมัครอิสระ

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งสะท้อนถึงความกังวลของชาวไต้หวันเกี่ยวกับท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีไช่ที่มีต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อเดือนส.ค. ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่จีนอย่างมาก ชาวไต้หวันจึงหันไปเลือกพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นมิตรกับจีนมากกว่าแทน

ผู้ลงสมัครตำแหน่งนายกเทศมนตรีจากพรรคของนางไช่ พ่ายแพ้ใน 3 เมืองทางภาคเหนือ ซึ่งรวมถึงเมืองเถาหยวนด้วย นอกจากนี้ ทางพรรคก็ไม่อาจรั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีของไทเปไว้ได้

สำหรับพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันได้แก่พรรคก๊กมินตั๋ง หรือ KMT เป้าหมายของพรรคนี้คือการครองตำแหน่งนายกเทศมนตรีให้ได้เกินครึ่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลพิเศษ 6 เขตของไต้หวัน และก็สามารถทำได้สำเร็จ โดยเอาชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในไทเป และยังยึดตำแหน่งดังกล่าวคืนมาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าได้ในเมืองเถาหยวน

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งสะท้อนถึงความกังวลของชาวไต้หวันเกี่ยวกับท่าทีแข็งกร้าวของประธานาธิบดีไช่ที่มีต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อเดือนส.ค. ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่จีนอย่างมาก ชาวไต้หวันจึงหันไปเลือกพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นมิตรกับจีนมากกว่าแทน

โฆษกจีนชี้ผลเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันสะท้อนปชช.ต้องการสันติภาพ-ความมั่นคง

จู เฟิงเหลียน โฆษกหญิงประจำสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะมุขมนตรีจีน กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวันเมื่อวันเสาร์ (26 พ.ย.) แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ในไต้หวันต้องการสันติภาพ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดี

เธอกล่าวเสริมว่า จีนแผ่นดินใหญ่จะทำงานร่วมกับประชาชนชาวไต้หวันต่อไป เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์แบบบูรณาการด้วยสันติวิธี ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองฟากฝั่งของช่องแคบไต้หวัน พร้อมกับยืนยันว่าจีนต่อต้าน “เอกราชของไต้หวัน” และการแทรกแซงของต่างชาติ นอกจากนั้นยังมุ่งมั่นฟื้นฟูชาติจีนต่อไป

ทั้งนี้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี, ผู้ว่าการ และสมาชิกสภาเทศบาลประมาณ 11,000 คน การเลือกตั้งดังกล่าวจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี

ก่อนหน้านี้ ไช่ อิงเหวิน มองการเลือกตั้งนี้ว่า เป็นมากกว่าการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น โดยกล่าวว่าโลกกำลังจับตามองวิธีการที่ไต้หวันจะปกป้องประชาธิปไตยของตนเอง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารกับจีนซึ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน

ทั้งนี้ จีนได้เริ่มทำการซ้อมรบใกล้กับไต้หวันในเดือนส.ค.เพื่อแสดงความไม่พอใจที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเดินทางไปเยือนไต้หวัน โดยกิจกรรมทางทหารของจีนก็ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าจะลดขนาดลงก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาของไต้หวันนั้นจะมีขึ้นในปี 2567

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 มกราคม 2520  ประธานาธิบดีไช่ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า  ได้รับชัยชนะในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างถล่มทลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไต้หวัน มีผู้ออกมาใช้สิทธิเทคะแนนให้พรรคจนชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 8,000,000 เสียง ทุบสถิติเดิมของ หม่า อิงจิ่ว (Ma Ying-jeou) ที่เคยทำไว้ 7,600,000 คะแนนในการเลือกตั้งปี 2008 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง ฮั่น กั๋วหยู (Han Kuo-yu) จากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ไปกว่า 2,600,000 คะแนนเสียง

ในครั้งนั้น นางไช่ประสบความสำเร็จในการจับกระแสและใช้สภาพแวดล้อมทางการเมืองภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และภูมิศาสตร์การเมืองของโลกให้เป็นประโยชน์ในการบ่มเพาะตัวแปรในการชนะเลือกตั้งของตนเองอย่างลงตัว ไม่ว่าจะในเรื่องของการปลุกกระแสเกลียดจีนในกลุ่มฐานเสียง หรือแม้แต่แผนการในการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของไต้หวันอย่างเป็นระบบนั้นอย่างดป็น 100%

ติดต่อโฆษณา!