ศบค.ขยายวีซ่านักท่องเที่ยวถึง 45 วัน มีผล 1 ต.ค. เพื่อกระตุ้นเดินทางและเพิ่มรายได้เข้าประเทศ | ทันข่าว Today

ศบค.ขยายวีซ่านักท่องเที่ยวถึง 45 วัน มีผล 1 ต.ค. เพื่อกระตุ้นเดินทางและเพิ่มรายได้เข้าประเทศ

ศบค.ขยายวีซ่านักท่องเที่ยวถึง 45 วัน มีผล 1 ต.ค. เพื่อกระตุ้นเดินทางและเพิ่มรายได้เข้าประเทศ
Highlight

คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หรือ ศบค. เห็นชอบขยายระยะเวลาพำนักของผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งเพิ่มรายได้การท่องเที่ยว โดยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องแผนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง คาดท่องเที่ยวไทยคึกคัก ด้านสถานการณ์โควิดเริ่มผ่อนคลายและเตรียมปรับเข้าสู่โรคเฝ้าระวัง


คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หรือ ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 11/2565มีมติผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศเพื่อเปิดกว้างต้อนรับนักท่องเที่ยวพำนักในไทนได้ยาวนานขึ้น

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันนี้ (19 ส.ค) เห็นชอบขยายระยะเวลาพำนักของผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งเพิ่มรายได้การท่องเที่ยว โดยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ดังนี้

  1. ขยายระยะเวลาพำนัก สำหรับผู้ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเข้าประเทศ ทั้งที่ไทยให้แต่ฝ่ายเดียว และที่มีความตกลงระหว่างกัน จากไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน
  2. ขยายระยะเวลาพำนัก สำหรับผู้ได้รับ Visa on Arrival (VOA) จากไม่เกิน 15 วัน เป็นไม่เกิน 30 วัน
  3. การขยายระยะเวลาพำนักของผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรข้างต้น ให้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566
  4. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาดำเนินการตามมติ ศบค.ต่อไป

 
ศบค. เผยตัวเลขตัวเชื้อโควิดรายใหม่ทั่วโลก-ไทยลดลง ตายยังทรงตัว พบ 44 จังหวัดยังขาขึ้นตัวเลขพุ่ง ขณะที่ 33 จังหวัดลดลง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า นายกฯในฐานะผอ.ศบค.ขอบคุณทุกภาคส่วนตั้งแต่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แพทย์ พยาบาล นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชน ที่ได้ร่วมทำงานกันมา ซึ่งสร้างความพอใจที่ได้รับความพึงพอใจได้อย่างดี และเป็นที่ชื่นชมของนานาประเทศ

ทั้งนี้ จะเห็นว่าการติดเชื้อรายใหม่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกลดลง ส่วนของประเทศไทยจะเห็นภาพว่าการติดเชื้อการรักษาตัวในโรงพยาบาลลดลงและตัวเลขผู้เสียชีวิตทรงตัว อย่างไรก็ตาม อัตราครองเตียง 14.8 % โดยจะมีบางเตียงที่ป่วยหนักเพิ่มขึ้น 4.2% จาก 2,640 เตียง เพิ่มขึ้น 363 เตียง แต่ป่วยวิกฤติยังเพิ่มขึ้น 2.4% ประมาณ 341 เตียงเป็น 1,104 เตียง ย้ำว่าไม่เกินศักยภาพของการดูแลในกระทรวงสาธารณสุขยังสามารถดูแลได้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอชื่นชม 33 จังหวัดที่สามารถควบคุมสถานการณ์โรค โควิด-19 ให้มีอัตราลดลง เช่น เชียงราย กำแพงเพชร พะเยาพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ เป็นต้น ย้ำว่าขอให้ประชาชนทุกจังหวัดพยายามรักษาอัตราตัวเลข ตรงนี้ไว้ให้ได้ ส่วนกลุ่มที่ยังเป็นขาขึ้น 44 จังหวัด เช่นกรุงเทพมหานคร นนทบุรี กาฬสินธุ์ กาญจนบุรีชัยภูมิ เป็นต้น และยังมีจังหวัดสมุทรปราการนครปฐม นราธิวาส ตาก และประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้นที่ยังคงมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และในส่วนของภาวะลองโควิดในต่างประเทศมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูเรื่องนี้ ย้ำว่าไม่ติดดีที่สุด

ติดต่อโฆษณา!