สวย เลอค่า.. Forbes advisor จัดให้ อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนช่วงหลังโควิด | ทันข่าว Today

สวย เลอค่า.. Forbes advisor จัดให้ อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนช่วงหลังโควิด

สวย เลอค่า.. Forbes advisor จัดให้ อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนช่วงหลังโควิด
Highlight

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ปลื้มทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับเมืองสวยงามของไทย หลัง Forbes advisor จัดให้ อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนช่วงหลังโควิดและยังเป็น 1 ใน 8 แห่งของทวีปเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับเท่านั้นและได้ยกย่อง อยุธยาว่าเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงทศวรรษ 1700 ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยไปเช้าเย็นกลับได้


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “Forbes advisor” เว็บไซต์ในเครือนิตยสาร Forbes จัดอันดับให้ อยุธยา เป็น 1 ใน 50 เมืองทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนภายหลังการระบาดของไวรัสโควิด – 19

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทราบผลการจัดอันดับดังกล่าว ขอบคุณที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับสถานที่ที่สวยงามเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งเชื่อมั่นว่า ด้วยเอกลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่หลากหลายและได้รับความนิยมตลอดมา

ประกอบกับศักยภาพการบริหารจัดการตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และการควบคุมโรคทางสาธารณสุข จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเดินทางในประเทศไทยอย่างคึกคักในเร็ววันนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 50 เมือง ทั่วโลก ที่ควรเดินทางเยือนในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด – 19 และยังเป็น 1 ใน 8 แห่งของทวีปเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับเท่านั้น 

ทั้งนี้ Forbes advisor ได้ยกย่อง อยุธยาว่าเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงทศวรรษ 1700 ซึ่งเดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ แต่หากมีโอกาสค้างคืนก็จะได้เห็นภาพวัดต่าง ๆ ในช่วงเช้า และช่วงเย็น ที่เงียบสงบ
ในส่วนของเมืองอื่นๆ ในเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับ ได้แก่ ฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศภูฏาน อัสสัม ประเทศอินเดีย ลอมบก ประเทศอินโดนีเซีย ไทเป ไต้หวัน ประเทศอุซเบกิสถาน และโดฮา ประเทศกาตาร์

นายธนกรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในการทำงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันจัดการดูแล การเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว ซึ่งจักต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรการ เพื่อควบคุม ดูแลสถานการณ์

รวมทั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนไทย และนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรี ได้ควบคุม สั่งการ สถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครอง ปกป้อง ให้ทุกชีวิตในประเทศดำเนินต่อไป ให้กิจกรรม และธุรกิจการท่องเที่ยวดำเนินได้อย่างปกติ มีรายได้ เกิดการจ้างงาน แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตประชาชนด้วย

กรมศิลปากร ได้ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานพระนครศรีอยุธยา ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 102 ลงวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2519 พื้นที่ 1,810 ไร่ และในปี พุทธศักราช 2540 กรมศิลปากรได้ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานพระนครศรีอยุธยาเพิ่มเติม ซึ่งครอบคลุมเกาะเมืองอยุธยาและพื้นที่รอบนอกเกาะเมืองทุกด้านที่ปรากฏหลักฐานด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี รวมพื้นที่โบราณสถานประมาณ 3,000 ไร่

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดก จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูซิเนีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534

10 สถานที่ท่องเที่ยวอยุธยาที่ไม่ควรพลาด

พระนครศรีอยุธยา หรือที่เราเรียกสั้นๆ กันว่า อยุธยา เป็นจังหวัดทางภาคกลางที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในอดีตอยุธยาเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอยุธยา จนกลายเป็นเมืองกรุงเก่า 

ปัจจุบัน อยุธยา ยังคงเต็มไปด้วยโบราณสถานมากมาย วัดวาอาราม พระปรางค์ เจดีย์ และอื่นๆ ที่ยังคงหลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้ชมความสวยงาม โดยเฉพาะในอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีความเก่าแก่ ถือเป็นมนตร์เสน่ห์เมืองเก่าที่น่าค้นหา ซึ่งจังหวัดอยุธยาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างก็เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย นอกจากโบราณสถานแล้ว อยุธยายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งทั่วจังหวัด รอให้คุณไปสัมผัส 

เมื่อเปิดประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเริ่มเดินทางเข้ามา หลายพื้นที่ที่ซบเซาเงียบเหงามากว่า 2 ปีก็จะคึกคักมากขึ้นแล้ว ถ้าเราคนไทยจะไปเที่ยวบ้างละ อยุธยา เชื่อว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่คนส่วนใหญ่ไป “เช็คอิน” กันแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่ละคร “ออเจ้า”กำลังดังเมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่หากจะไปเยือนอีกสักครั้ง

เช็คอิน 10 ที่เที่ยวอยุธยา ที่แนะนำโดย checkinchill.com  เพื่อชมโบราณสถาน ถ่ายรูป ไหว้พระ ดูช้าง หรือจะนั่งช้างชมโบราณสถานก็ดีงาม ได้ย้อนยุค เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ หากไปช่วงกลางวัน แนะนำสวมเสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด สวมแว่นกันแดด พกร่ม พัดลมมือถือหรือพัดกันไปด้วยนะ เพราะแดดแรงมาก มาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างที่เราไม่ควรพลาด

20220506-a-01.jpg

1. วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อ วัดป่าแก้ว เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัย ตั้งอยู่ใน ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดดเด่นไปด้วยเจดีย์องค์ใหญ่ (สูงที่สุดในอยุธยา) สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถา (คาถาพาหุง) บรรจุอยู่ 

ส่วนพระอุโบสถ ด้านในประดิษฐานองค์ประธาน พระพุทธชัยมงคล พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์สีทอง ด้านหลังมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวร ให้ผู้ที่นับถือศรัทธาเข้าไปกราบไหว้ บริเวณรอบๆ วัดมีการจัดสวนสวยงาม เหมาะแก่การเดินชมความงดงามของพระเจดีย์ทั้งใหญ่และองค์เล็ก อีกทั้งยังมีพระนอน องค์สีขาว สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรเช่นกัน ประดิษฐานอยู่ในวิหารที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลา สามารถชมและกราบไหว้ได้

20220506-a-02.jpg

2. วัดพนัญเชิงวรวิหาร สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา มีประวัติยาวนาน ตั้งอยู่ริมโค้งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน จุดเด่นของวัดนี้ คือ หลวงพ่อโต หรือที่ชาวไทยเชื้อสายจีนเรียกกันว่า หลวงพ่อซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอู่ทองตอนปลาย สูง 19 เมตร ชาวอยุธยาและชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมมากราบไหว้ของพรจากท่าน ถัดมา พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในพระอุโบสถ ประกอบไปด้วยพระพุทธรูป 3 องค์ คือ พระพุทธรูปทองคำ, พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาค โดยพระพุทธรูปทองเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ส่วนพระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาค เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยา สามารถเข้าไปชมความสวยงามและกราบไหว้ได้ สุดท้ายเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตัวศาลเป็สถาปัตยกรรมแบบจีน 2 ชั้น ชั้นแรกประดิษฐานเจ้าแม่ ชั้นที่สองประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ว่ากันว่า เจ้าแม่สร้อยดอกหมากนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ใครมาบนบานขอพร มักจะสำเร็จผล โดยส่วนมากจะถวายสร้อยไข่มุก, เครื่องสำอาง, สิงโตเชิด, และเครื่องสังเวย ถือเป็นวัดที่สายมู ไม่ควรพลาดเลยนะ

20220506-a-03.jpg

3. ตลาดน้ำอโยธยา เป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ ตั้งอยู่ใน ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ทั้งการแต่งกาย การแสดงพื้นบ้าน การละเล่น ของใช้โบราณ ประเพณีต่างๆ ตลอดจนสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศของตลาดน้ำย้อนยุคที่จะพาคุณย้อนไปสู่กรุงเก่า นั่งเรือโบราณ ชมบรรยากาศของตลาดโดยรอบ มีการแสดงละครประวัติศาสตร์ ที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปกับเอฟเฟคสมจริง และอื่นๆ อีกมาย โดยจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ 16 โซน (ตามชื่ออำเภอในอยุธยา) สามารถเดินเล่น ถ่ายรูป ชมการแสดง ชม ชิม ช็อป กับร้านค้ามากถึง 200 กว่าร้าน รับรองว่า กินกันแบบเพลินๆ ถ่ายรูปแบบมันส์ๆ กันไปเลยจ้า แถมจังหวัดอยุธยา ก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ขับรถไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบายมาก

20220506-a-04.jpg

4. วัดราชบูรณะ เป็นวัดขนาดใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยเจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967 ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน ติดกับวัดมหาธาตุ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับวิหารขนาดใหญ่ ตรงกลางมองเห็นพระปรางค์ประธาน ภายในพระปรางค์ประธานมีรุขนาดใหญ่ใต้ฐานพระปรางค์ แบ่งออกเป็น 3 ห้อง กรมศิลปากรทำการขุด เมื่อปี พ.ศ. 2500 พบภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องทอง และทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม โดยเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อีกทั้งในอดีตเคยมีเหตุการณ์ปล้นกรุ โดยลักลอบขุดและขโมยเครื่องทอง-อัญมณี ตำรวจสามารถจับกุมและยึดของกลางได้บางส่วน นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมโบราณสถานและถ่ายภาพได้ ในส่วนของภาพจิตรกรรมฝาผนัง ไม่ควรใช้แฟลชในการถ่ายภาพ เพราะอาจทำให้ภาพเสียหายได้

20220506-a-05.jpg

5. วัดมหาธาตุ เป็นหนึ่งในวัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนถนนนเรศวร สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) ในอดีตวัดแห่งนี้ เป็นวัดศูนย์กลางเมืองและจัดพระราชพิธีต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างมากมาย ได้แก่ พระปรางค์ขนาดใหญ่ (ปรางค์ประธาน), เจดีย์แปดเหลี่ยม, พระปรางค์ขนาดกลาง, พระวิหารหลวง, วิหารเล็ก และตำหนักพระสังฆราช ในส่วนของปรางค์ประธาน มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ สำหรับสิ่งที่น่าใจอีกหนึ่งอย่างในวัดมหาธาตุ นั่นก็คือ เศียรพระพุทธรูปในรากไม้ เป็นเศียรพระพุทธรูป ศิลปะอยุธยาตอนกลาง ส่วนองค์พระนั้นหายไป โดยเศียรถูกปกคลุมไปด้วยรากต้นโพธิ์ข้างวิหารราย (วิหารเล็ก) นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

20220506-a-06.jpg

6. วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหาารพระมงคลบพิตร วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นวัดส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ไม่มีพระสงฆ์จำวัด ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ และเป็นที่เก็บพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์อยุธยาเกือบทุกพระองค์ ใจกลางวัดเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา 3 องค์ วางเรียงตัวยาวจากทิศตะวันออกไปยังตะวันตก โดยเจดีย์องค์แรก ถูกสร้างขึ้นฝั่งตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พระราชบิดา) ถัดมาเจดีย์องค์กลาง บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 (พระบรมเชษฐา) สุดท้ายเจดีย์องค์ที่ 3 ฝั่งทิศตะวันตก บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 รอบๆ เจดีย์ใหญ่สามองค์ มีพระวิหารหลวง, วิหารพระป่าเลไลยก์, พระวิหาร, พระอุโบสถ, และเจดีย์องค์เล็กหลายองค์ ถือเป็นมรดกโลก ที่ควรค่าแก่การเที่ยวชม

20220506-a-07.jpg

7. วังช้างอยุธยา แล เพนียด ตั้งอยู่บนถนนป่าโทน ใกล้กับวัดศรีสรรเพชญ์เลย ก่อตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสานสายพันธุ์ช้างไทย และสร้างงานให้ช้าง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ด้านในประกอบไปด้วยลานพักช้างใหญ่ บริเวณพักผ่อนของช้างและควาญช้าง สามารถเข้าไปถ่ายรูปและป้อนอาหารน้องๆ กันได้ ถัดมาลานพักช้างน้อย ตรงนี้มีกิจกรรมเล่นกับช้าง และถ่ายรูป หากไปช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวัดหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้ชมการแสดงช้าง (มีค่าเข้าชม) ทั้งนั่งแอคชั่น เต้น ยืนสองขา เล่นฮูล่าฮูป และใส่หมวกให้ผู้ชม โดยน้องๆ มีความน่ารักและแสนรู้กันมาก แถมยังมีกิจกรรมลอดท้องช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งช้าง พาคุณย้อนยุคนั่งพาหนะโบราณ ควบคุมโดยควาญช้างมืออาชีพ มีการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับช้างและควาญช้าง เพื่อเข้าถึงอดีต น้องช้างจะเดินพาคุณชมโบราณสถาน, ศาลหลักเมือง, วัดพระราม, คุ้มขุนแผน, วิหารพระมงคลบพิตร, อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง, และบึงพระราม สำหรับราคาแบ่งตามระยะเวลา เริ่มต้น 100 – 300 บาท

20220506-a-08.jpg

8. วัดไชยวัฒนาราม วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปราสาททอง ในปี พ.ศ. 2173 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวก เป็นวัดที่มีงดงามมาก โดดเด่นด้วยพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ ปรางค์ประธานตั้งตระหง่านสูงเด่น มีการผสมผสานศิลปะเขมรเข้าไปด้วย ส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด ได้รับการปฎิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เนื่องจากเป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในสมัยนั้น ด้านหน้าพระปรางค์มีพระอุโบสถ ประดิษฐานซากพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างจากหินทราย ด้านหน้าพระอุโบสถมีเจดีย์ 2 องค์ สูง 12 เมตร อีกทั้งวัดไชยวัฒนารามยังเป็นโบราณสถานของชาติ หากมีโอกาส ควรไปเที่ยวชมสักครั้ง และเนื่องจากวัดอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ทัศนียภาพรอบวัดมีความสวยงามมาก ยิ่งยามเย็นจะได้บรรยากาศสุดๆ

20220506-a-09.jpg

9. วัดนักบุญยอแซฟ ถ่ายรูปสวยที่โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีความสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2205 มีจุดเด่นที่โบสถ์หลังสีเหลือง ตัวโบสถ์หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ มีหอระฆัง 1 หอ ภายในมีการตกแต่งอย่างงดงาม ประดับประดาด้วยกระจกสี มีรูปปูนปั้น แท่นพิธี ภาพของเหล่านักบุญ และอื่นๆ โดยมีคุณพ่อแปร์โร (อธิการโบสถ์ในสมัยนั้น) และโจอาคิม แกรซี สถาปนิกชาวอิตาลีร่วมกันออกแบบ ปัจจุบันโบสถ์หลังนี้ มีอายุราวๆ 140 ปีแล้ว เป็นโบสถ์หลังที่ 4 ที่มีการบูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน บริเวณวัดมีความสะอาดสะอ้าน และยังสามารถเห็นแกะ-แพะ ซึ่งน้องๆ จะแทะเล็มหญ้ารอบๆ วัด ช่วยสร้างบรรยากาศเสมือนมาพักผ่อน ธรรมชาติมาก

20220506-a-10.jpg

10. ปิดท้ายกันที่พระราชวังบางปะอิน พระราชวังโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ใน ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากใจกลางเมืองมา 18 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หลังจากนั้นได้ถูกปล่อยให้รกร้างเป็นเวลานาน จนกระทั่งรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้างพระที่นั่งเป็นที่ประทับ ต่อมารัชกาลที่ 5 ได้บูรณะครั้งใหญ่ สร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก และตำหนักต่างๆ เพื่อรองรับพระราชอาคันตุกะ และพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ โดยพื้นที่ของพระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอก ใช้ออกมหาสมาคมและประกอบพระราชพิธีต่างๆ ประกอบไปด้วย หอเหมมณเฑียรเทวราช, พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์, พระที่นั่งวโรภาษพิมาน, สภาคารราชประยูร, กระโจมแตร และเรือนแพพระที่นั่ง ส่วนที่สองเป็นเขตพระราชฐานชั้นใน ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์  ประกอบไปด้วย พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร, พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ, พระตำหนักฝ่ายใน, หอวิฑูรทัศนา, เก๋งบุปผาประพาส, อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และอนุสาวรีย์ราชานุสรณ์

ปัจจุบัน พระราชวังบางปะอิน อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง และยังเป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ แต่มีการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม สามารถชมความสวยงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยได้

ยังมีอีกหลายสถานที่ ที่สวยงามมาก และหากไม่สามารถจัดการเดินทางแบบ One Day Trip ให้จบทุกที่ได้ ก็สามารถพักค้างคืน ชมความงามทางประวัติศาสตร์ให้เต็มอิ่ม อยุธยาใกล้กรุงเทพนิดเดียว หรือจะไปแบบ เช้า-เย็นกลับ ตามสะดวกได้เลย เรามีของดีอยู่ใกล้ตัว ไม่ควรพลาดโอกาสว่าไหม…

ขอบคุณภาพ : checkinchill.com

ติดต่อโฆษณา!