เปิด 10 มาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยประชาชน 40 ล้านคนในเวลา 3 เดือน | ทันข่าว Today

เปิด 10 มาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยประชาชน 40 ล้านคนในเวลา 3 เดือน

เปิด 10 มาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยประชาชน 40 ล้านคนในเวลา 3 เดือน
Highlight

สงครามก่อให้เกิดผลกระทบทั่วโลก เนื่องจากราคาน้ำมันสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเวลานาน ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้นมาก รัฐบาลจัดมาตรการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน เป็นเวลา 3 เดือน เริ่ม พ.ค-ก.ค. รัฐบาลจัดงบ 5 หมื่นล้านบาทครอบคลุมมาตรการด้านค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมันดีเซล NGV การแก้ไขปัญหาหนี้สินต่างๆ เป็นต้น


โฆษกรัฐบาลแจง 10 มาตรการลดค่าครองชีพ คาดมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน ใช้วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท กระทรวงพลังงาน นำทีมเศรษฐกิจแถลงแพ็กเกจช่วยผู้มีรายได้น้อยฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบความลำบากของประชาชนที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน จากความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ ทำให้ค่าครองชีพมีการปรับตัวสูงขึ้น 

จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน เพิ่มเติมจากนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกไปแล้วและยังใช้อยู่ โดยมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน ใช้วงเงินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ดังนี้ 

1. ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วย จำนวน 20 ล้านหลังคาเรือน ได้รับส่วนลดค่า FT เป็นเวลา 4 เดือน 

2. นายจ้างและผู้ประกันตนในมาตรา 33 จำนวน 11.2 ล้านคน ได้รับการลดเงินนำส่งจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 1 งวดค่าจ้าง พ.ค.-ก.ค. 

3.เกษตรกร 9 ล้านคน จะได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหาปุ๋ยแพงและปุ๋ยขาด และแก้ปัญหาอาหารสัตว์

4. ผู้ใช้ก๊าซหุงต้มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.6 ล้านคน ได้รับการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือค่าก๊าซหุงต้มเป็น 100 บาท/3 เดือน เป็นเวลา 3 เดือน 

5. ผู้ประกันตนในมาตรา 39 จำนวน 1.9 ล้านคน ได้ลดเงินนำส่งจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 1.9 งวดค่าจ้าง พ.ค.-ก.ค.

6. ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 1.57 แสนคน ได้รับส่วนลดค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 5 บาท/ลิตร จำนวน 50 ลิตร เป็นเวลา 3 เดือน 

7. ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,500 คน ได้รับส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 3 เดือน 

8. ผู้ขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในโครงการลมหายใจเดียวกัน ได้ซื้อก๊าซในราคา 13.62 บาท/กก. ในวงเงิน 10,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน

9. ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร 

10. คงราคาขายปลีก NGV ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม

20220324-a-01.jpg

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย

ต่อจากนี้ไป กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อกฏหมาย และข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและอนุมัติเป็นการเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาล ทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อวางแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนให้ได้มากที่สุด ให้พ้นวิกฤตซ้อนวิกฤตนี้ไปให้ได้ โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเร่งเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูประเทศที่ได้วางไว้ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทั้งเรื่องโอกาสการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวในระยะต่อไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ รวมไปถึงการช่วยลดภาระ แบ่งเบาค่าครองชีพด้วยมาตรการต่างๆ และแก้ปัญหาหนี้สินให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า สำคัญที่สุดคือปัญหารายได้ประเทศของเรา ซึ่งอยู่ในห้วงที่เราได้เริ่มดำเนินการลงทุนมาโดยตลอด หลายปีมาแล้วที่มี โครงการ EEC โครงการอุตสาหกรรมใหม่ โครงการรถไฟฟ้า โครงการลงทุนต่างๆ เกิดขึ้น แต่อยู่ในช่วงดำเนินการ คิดว่า ถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไป เราน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังเพียงใช้เงินอย่างเดียว ซึ่งตนได้ทำเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด ฝากทำความเข้าใจด้วยว่า เศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้าจะเดินหน้าได้อย่างไร

แล้วประชาชนยังเดือดร้อนอยู่มาก วันนี้ที่หารือกันมากคือการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน ที่ยังมีข้อติดค้างกฎหมายต่างๆ มากมาย ปัญหาหลักคือรายได้ คำว่าเหลือมล้ำคือฐานของแต่ละครอบครัว แต่ละอาชีพต่างกัน ซึ่งจะต้องทำอย่างไรให้แต่ละกลุ่มมีรายได้เพียงพอ ในดูแลครอบครัวได้ตามสมควร ตามอัตภาพที่มีอยู่

“ส่วนการที่จะยกขึ้นมาเป็นคนมีฐานะดี อีกขั้นตอนหนึ่ง วันนี้เห็นมีคนรวยขึ้นมาเยอะ จากเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งพวกนี้ต้องระวังอีกเหมือนกัน รัฐบาลพยายามสนับสนุนเรื่องนี้ แต่ต้องมีมาตรการเพื่อจะป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นระยะยาวด้วย ใครที่สนใจขอให้ไปศึกษา ไม่ว่าการใช้สกุลเงิน บรอดแบนด์ เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยก็ขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด วันนี้ที่อยากเน้นคือการสร้างการรับรู้กับประชาชนอย่าถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่าไปรับ ถ้าจริงเจ้าหน้าที่ต้องมาหาเอง ไม่ใช่โทรมาเคลียร์ค่าเสียหาย ขอบันทึกหลักฐานเข้าแจ้งความ ต้องกวาดล้างให้หมด ทุจริตทางออนไลน์แบบนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า “ใกล้สงกรานต์แล้ว จะก็ทำอย่างไรบ้านเมืองจะดีขึ้น สงบสุขขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็อยู่ที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน อะไรที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญก็อย่าเพิ่งเอามาทะเลาะกันตอนนี้เลย ผมก็เต็มที่แล้วล่ะ พยายามทำให้เต็มที่”

มาตรการช่วยเหลือด้านหนี้สิน

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือนว่า หลังมีการดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม 

นอกจากนี้จะเร่งสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะให้มากขึ้นอีก เพื่อประชาชนที่มีปัญหาหนี้สินจะได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ คณะกรรมการติดตามการดำเนินนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 และรายงานความคืบหน้าให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อ 22 มี.ค. ดังนี้

1.การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่ง กยศ.ได้ให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไปแล้ว 6.15 ล้านราย วงเงินรวม 6.75 แสนล้านบาท พร้อมออกมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินช่วยผู้กู้ยืม เช่น ลดเบี้ยปรับร้อยละ 100 กรณีปิดบัญชีคราวเดียว 58,286 ราย และลดเบี้ยปรับร้อยละ 80 กรณีชำระหนี้ทันงวด 325,231 ราย 2.กำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ ซึ่งเน้นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFls) และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้จัดโครงการพักชำระหนี้ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ ซึ่งมีกองทุนเข้าร่วม 413 กองทุน สมาชิกรวม 32,055 ราย รวมวงเงินกู้ที่พักชำระหนี้จำนวน 901 ล้านบาท

3.การแก้ปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กระทรวงยุติธรรมได้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยช่วยเหลือลูกหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และพักชำระหนี้ ประมาณ 5,000 คัน 4.การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไม่น้อยกว่า 10 แห่ง ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงเหลือไม่เกินร้อยละ 5 และขยายผลการแก้ไขหนี้ครูผ่านสหกรณ์ต้นแบบ สำหรับข้าราชการตำรวจได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สินแล้วหลายพันราย

ส่วนกรณีการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบนั้น ได้มีการดำเนินการ อาทิ จับกุมเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวน 10,375 คน กระทรวงการคลังได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับลูกหนี้นอกระบบและประชาชนทั่วไป เช่น สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ โดยมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 1,029 ราย ใน 75 จังหวัด และอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยแล้ว 1.24 ล้านบัญชี วงเงินรวม 1.69 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

สรุปความคืบหน้า แก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนและปัญหาฉ้อโกง แชร์ลกูโซ่ 

ครม. (22 มี.ค. 65) รับทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ได้แก่ 

  • หนี้ กยศ. ลดเบี้ยปรับ 100% ไป 58,286 ราย ลด 80% 325,231 ราย 

  • พักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 413 กองทุน สมาชิก 32,055 ราย รวม 901 ล้านบาท

  • ทำโครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน เป็นเว็บไซต์และไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาลูกหนี้

  • ปรับโครงสร้างและพักชำระหนี้เช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน 

  • แก้ปัญหาหนี้ข้าราชการ ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า 10 แห่ง ลดดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 5% ส่วนตำรวจได้รับการแก้ไขแล้วหลายพันราย

  • หนี้นอกระบบ จับกุมเจ้าหนี้ที่ทำผิดกฎหมาย 10,375 คน เพิ่มสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ 1,029 รายใน 75 จังหวัด อนุมัติสินเชื่อแล้ว 1.24 ล้านบัญชี วงเงินรวม 1.69 หมื่นล้านบาท

  • ตั้งศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชน ช่วยเหลือแล้ว 219 เรื่อง ทุนทรัพย์รวม 125.56 ล้านบาท

  • แก้ปัญหาฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน และแชร์ลูกโซ่ สืบสวนอยู่ 10 เรื่อง เป็นคดีพิเศษ 17 เรื่อง

นายกฯ ย้ำให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ไม่ให้เสียโอกาสในการบรรเทาภาระหนี้สิน 

อ้างอิง : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/52834
เฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้า

ติดต่อโฆษณา!