รัฐบาลพอใจคุมโรคระบาดอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกเปิดประเทศ คาดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเดือนละ 300,000 ราย | ทันข่าว Today
08 พฤศจิกายน 2564
610

รัฐบาลพอใจคุมโรคระบาดอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกเปิดประเทศ คาดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเดือนละ 300,000 ราย

รัฐบาลพอใจคุมโรคระบาดอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกเปิดประเทศ คาดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเดือนละ 300,000 ราย
Highlight

ศบค. เผย "เปิดประเทศ" 1-6 พ.ย. 64 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้วจำนวน 20,092 ราย พบติดเชื้อเพียง 15 ราย คิดเป็น 0.07%  ประเทศที่เดินทางมาเยือนไทยสูงสุดคือ สหรัฐ เยอรมัน และสหราชอาณาจักร ยังไร้วี่แววนักท่องเที่ยวจากจีน คาด 2 เดือนที่เหลือปีนี้  จะมีนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเดือนละ 300,000 ราย


ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 1 – 6 พ.ย. 64 ผู้เดินทาง ประเภท Test and go ไม่กักตัว 11,478 ราย แซนด์บ็อกซ์ 532 ราย กักตัว 7 วัน 248 ราย กักตัว 10 วัน 720 ราย รวมทั้งสิ้น 12,978 ราย ติดเชื้อ 5 ราย คิดเป็น 0.04%

ขณะที่ ผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และ สมุย ประเภท Test and go ไม่กักตัว 12,564 ราย แซนด์บ็อกซ์ 6,538 ราย กักตัว 7 วัน 248 ราย และ กักตัว 10 วัน 720 ราย รวมทั้งสิ้น 20,092 ราย พบติดเชื้อ 15 ราย คิดเป็น 0.07%

20211108-a-01.jpg

สำหรับ 10 ประเทศต้นทางที่เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานทุกแห่ง 1-6 พ.ย. 64 ได้แก่
 
1. สหรัฐอเมริกา 2,465 ราย
2. เยอรมนี 2,334 ราย
3. สหราชอาณาจักร 1,376 ราย
4. ญี่ปุ่น 1,258 ราย
5. เกาหลีใต้ 906 ราย
6. รัสเซีย 905 ราย
7. สวิตเซอร์แลนด์ 838 ราย
8. สวีเดน 724 ราย
9. ฝรั่งเศส 695 ราย
10. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 542 ราย

20211108-a-02.jpg

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า หลังจากเปิดประเทศแล้ว 7 วัน รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์เป็นที่น่าพอใจ โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 20,000 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เพียง 15 คน จึงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 300,000 คน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศและกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศมีมากขึ้นและราคาสินค้าก็จะปรับตัวดีขึ้นอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงคือปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว โดยได้กำชับฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงแรงงานให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 7 วันที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่าวด้าวลักลอบเข้าเมืองได้กว่า 2,800 คน เพราะเมื่อดูจากสถิติก่อนหน้านี้กลุ่มแรงงานต่างด้าวมักเป็นต้นเหตุของการระบาดโควิดโดยเฉพาะในตลาด ไม่ว่าจะเป็น กทม. จ.สมุทรสาคร หรือ จ.เชียงใหม่

ขณะเดียวกันขอให้ผู้ประกอบการและนายจ้างเข้มงวดกับการจ้างแรงงานเพราะเข้าใจดีถึงความจำเป็น แต่จะต้องจ้างแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย มีการกักตัว ลงทะเบียนติดตาม และฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน รวมถึงการกวดขันพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง ในตลาด ชุมชน และโรงงาน ทั้งหมดคือเหตุผลที่รัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมเข้มงวดแม้ว่าหลายอย่างจะผ่อนคลายลงแล้ว แต่จะต้องไม่ประมาท เพราะเราเปิดประเทศจึงต้องยกระดับมาตรการให้สูงขึ้นเพื่อปกป้องชีวิตคนไทย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าชายแดนว่า เมื่อเปิดประเทศทำให้มีงานจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่มีการลักลอบเข้ามาหางานทำ โดยได้สั่งการให้คุมเข้มจนสามารถดำเนินการจับกุมได้ทั้งหมดส่วนผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ก็ได้คัดกรองแยกเข้าสู่ระบบ โดยยืนยันว่า ขณะนี้สามารถจับกุมที่ลักลอบเข้ามาได้ในทุกพื้นที่