กลุ่ม SCB เข้าลงทุนใน Bitkub ตอกย้ำกระแสเงินดิจิตอล มาแน่! | ทันข่าว Today
03 พฤศจิกายน 2564
599

กลุ่ม SCB เข้าลงทุนใน Bitkub ตอกย้ำกระแสเงินดิจิตอล มาแน่!

กลุ่ม SCB เข้าลงทุนใน Bitkub ตอกย้ำกระแสเงินดิจิตอล มาแน่!
Highlight

กลุ่ม SCB ทุ่มซื้อ Bitkub Online มูลค่า 17,850 ล้านบาท เข้าสู่ธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล และเป็นผู้นำตลาดรายใหญ่ทันที ตอกย้ำการเป็นธนาคารผู้นำด้านดิจิตอล เกาะกระแสการเติบโตไปพร้อมกับคนใน Gen ใหม่ที่สนใจสินทรัพย์ดิจิตอล เพราะนี่คือโลกแห่งอนาคตทางการเงิน จากนี้การซื้อขาย crypto และเหรียญต่างๆ จะคึกคักมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก เพราะผู้เล่นรายใหญ่พร้อมลงสู่สนามแล้ว


ข่าวที่ดังกระหึ่ม​โลกโซเชียลในรอบวันนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการเข้าซื้อ Bitkub ของ SCBS บริษัทลูกของ SCBX ด้วยมูลค่าวงเงินขนาดมหึมากว่า 17,850  ล้านบาท ทำให้ดีลนี้กลายเป็นดีลประวัติศาสตร์ทันที

ธนาคารไทยพานิชย์เพิ่งประกาศจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เมื่อไม่นานนี้ และตั้งเป็นผู้นำ Digital Bank ในระดับภูมิภาค 

และการประกาศเข้าซื้อลงทุน 51% ใน Bitkub Online ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่า กว่า 17,000 ล้านบาท ตอกย้ำสู่การเป็นผู้นำธนาคารดิจิตอล

การแข่งขันของกลุ่มธนาคารก้าวไปอีกระดับหนึ่งทันที SCBX จะเกาะกระแสการเติบโตไปพร้อมกับคนใน Gen ใหม่ที่สนใจสินทรัพย์ดิจิตอล เพราะนี่คือโลกแห่งอนาคตทางการเงิน 

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหนึ่งในธุรกิจการเงินแห่งโลกอนาคตมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว การที่ “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์” เข้าไปลงทุนใน “บิทคับ ออนไลน์” (Bitkub Online Co., Ltd.) ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มด้านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยที่มีความน่าเชื่อถือ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยให้ “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์” สามารถสร้างคุณค่าใหม่ที่สามารถเติบโตในระยะยาวไปกับโลกใหม่ได้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ยานแม่ SCBX ในการยกระดับสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงิน สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภค และสามารถเข้าสู่สนามการแข่งขันแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยเร็วในอีก 3-5 ปีข้างหน้า”

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า Bitkub ได้เดินมาถึงจุดที่ได้กลายเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศไทย หรือที่เรียกว่า Digital Economy ต่อจากนี้  Bitkub ไม่ได้เป็นเพียงสตาร์ทอัพอีกต่อไป แต่กำลังจะก้าวมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อวงการการเงิน 3.0 ของประเทศไทย ในตอนนี้เราได้พา Bitkub มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก และเพื่อที่จะนำ Bitkub ให้ก้าวไปสู่ระดับโลก พวกเราต้องการพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งมาเป็นกำลังเสริมให้ไปถึงได้เร็วขึ้นอย่างยั่งยืน นั่นเป็นเหตุผลที่เราจับมือร่วมกับ SCBS

“ในการร่วมมือกันครั้งนี้ การที่ “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์” โดยบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เข้ามาซื้อหุ้นทั้งหมด 51% ของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ที่จำนวน 17,850 ล้านบาท ที่มูลค่าบริษัททั้งหมด 35,000 ล้านบาท จากบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งอันนี้เป็นการประทับตรา “ยูนิคอร์น” อีก 1 ตัวให้คนไทยทุก ๆ คนได้ภาคภูมิใจ” นายจิรายุส กล่าวทิ้งท้าย

นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคริบโทเคอเรนซีมีโอกาสเติบโตสูง

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าใน 9 เดือนแรก Bitkub มีรายได้  3.3 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท ประเมินเป็นกำไรต่อปีราว 2 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรส่วนของ SCB ตามสัดส่วนการถือหุ้นราว 1 พันล้านบาทหรือคิดเป็น 3% ของประมาณกำไรของ SCB ของปี 2565 ขณะที่ในเชิงกลยุทธ์การรวมกับ SCBS น่าจะเข้ามาเสริมพัฒนาระบบของ Bitkub ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเสริมฐานลูกค้าของทั้งคู่

บล.กรุงศรี มองว่าดีลการเข้าซื้อ Bitkub เป็นดีลที่ดี และน่าตื่นเต้นสำหรับ SCB มองเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของ Bitkub ในระดับสูง อีกทั้งยังมีซินเนอร์ยี่ที่จะสร้างให้กับธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจบริหารกองทุนของ SCB ในแง่ valuation มองว่า SCB สามารถเข้าซื้อได้ในราคาที่ดี 
 
ทั้งนี้มองเชิงบวกต่อ SCB  ในการเข้าลงทุนดังกล่าว ถือเป็นทางลัดที่ดีในการเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่ง Bitkub เป็นผู้นำในแพลทฟอร์มตลาดแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 92% ใน 9 เดือนแรกปีนี้ 

เพราะฉะนั้น Fintech และ Blockchain จะมา disrupt ธนาคารจริงไหม ธนาคารจะหายไปหรือไม่โลกการเงินจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไร ก็คงได้เห็นกันแล้วว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าสู่กระแสโลก และมีทุนมากพอที่จะเข้าซื้อกิจการเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นของตัวเองอย่างรวดเร็ว นับเป็นดีลที่สร้างมูลค่าของธุรกิจ Crypto และ Blockchain ว่ามีอยู่จริงและจะเติบโตในอนาคต