เรื่องเล่า ฮาโลวีน “วันปล่อยผี” ปีนี้จะออกไป Trick หรือ Treat ที่ไหนดี | ทันข่าว Today

เรื่องเล่า ฮาโลวีน “วันปล่อยผี” ปีนี้จะออกไป Trick หรือ Treat ที่ไหนดี

เรื่องเล่า ฮาโลวีน “วันปล่อยผี”  ปีนี้จะออกไป Trick หรือ Treat ที่ไหนดี
Highlight

วันฮาโลวีน (Halloween) หรือ วันปล่อยผี ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลอง และสมโภชนักบุญทั้งหลายในศาสนาคริสต์ มีการตกแต่งไฟโทนสีส้ม-ดำ ให้คล้ายกับเมืองภูตผีปีศาจ สัญลักษณ์หนึ่งคือที่ขาดไม่ได้คือ โคมไฟฟักทองแกะสลัก เรียกกันว่า แจ๊ก โอแลนเทิร์น (Jack-o lantern) ซึ่งประเทศที่นิยมจัดงานในวันฮาโลวีนได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหรราชอาณาจักร (อังกฤษ) แคนาดา และชาติต่างๆ อีกมากมาย ในปีนี้มีกิจกรรมที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯหลายที่ แต่ยังคงต้องร่วมฉลองด้วยความระมัดระวังแม้ได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม


เรื่องเล่า “วันฮาโลวีน”

คำว่า Halloween เพี้ยนมาจากคำว่า All Hallows Eves ซึ่งแปลว่า วันก่อนสมโภชนักบุญ เป็นวันที่เหล่าคริสต์ศาสนิกชนจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญทั้งหลาย โดยในวันนั้นจะมีการจัดงานรื่นเริงและพิธีกรรมทางศาสนา  ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเทศกาลของชาวเซลติคโบราณ ที่รู้จักในชื่อ Samhain มีที่มาจากชาวไอริชโบราณ ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน เทศกาล Samhain มีขึ้นเพื่อฉลองจุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี ทั้งยังถือกันว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวเซลติคอีกด้วย

20211031-b-01.jpeg

ทำไมต้องแต่งตัวเป็นผี..!!!

จุดเริ่มต้นของวันฮาโลวีนมากจากวันเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celts) ชาวพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ซึ่งชาวเซลท์ถือว่าวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ โดยทุกวันที่ 31 ตุลาคมชาวเซลท์เชื่อว่าเป็นวันที่มิติของคนเป็นกับคนตายจะถูกเชื่อมโยงกัน และวิญญาณของผู้เสียชีวิตจะหาร่างคนเข้าสิงสู่เพื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้ชาวเซลท์ต้องปิดไฟทุกดวงในบ้านและทำให้อากาศหนาวเพื่อไม่ให้เป็นที่ปรารถนาของผีร้าย พร้อมทั้งยังแต่งตัวให้ประหลาด ปลอมเป็นผีและส่งเสียงดังเพื่อให้ผีตัวจริงตกใจ นอกจากคืนดังกล่าวยังเป็นการเฉลิมฉลองยังเป็นคืนแห่งการเก็บเกี่ยว โดยมีการนำสัตว์และผักผลไม้มาบูชาให้กับเหล่าภูตผีปีศาจและวิญญาณ

ต่อมาในสมัยที่ชาวโรมันคาทอลิกต้องการยุติพิธีเฉลิมฉลองของชาวเซลท์ที่เป็นกลุ่มนอกศาสนาคริสต์ พระสันตะปาปาที่ 4 จึงได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นวัน All Saints' Day หรือ All Hallows' Day สำหรับชาวคริสต์ เพื่อระลึกถึงนักบุญและผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเฉลิมฉลองในคืนวัน “Halloween" วันที่ 31 ตุลาคมยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

20211031-b-02.png

ตำนานหัวฟักทอง 

หัวฟักทองหรือที่รู้จักกันในชื่อ แจ๊ก-โอ’-แลนเทิร์น jack-o’-lantern สำหรับเทศกาลฮาโลวีน สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือหัวฟักทองแกะสลักจุดเทียนไว้ด้านใน ที่ผู้คนใช้สำหรับตกแต่งเอาไว้หน้าบ้านของตัวเองในยามค่ำคืน ซึ่งที่มาของประเพณีนี้คือเรื่องเล่าตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช กล่าวถึงที่มาของชาวนาจอมเจ้าเล่ห์ชื่อ “แจ็ค” ที่ในยุคนั้น ปีศาจจะออกตระเวนขอพืชผลจากชาวบ้าน ซึ่งไม่มีบ้านไหนที่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวต้องคำสาป แต่แจ็คไม่กลัวและไม่เคยหยิบยื่นอะไรให้ปีศาจเลย 

วันหนึ่งปีศาจจึงแอบมาสำแดงตนให้แจ็กเห็น หวังจะให้เขาเปลี่ยนใจหันมาเกรงกลัว แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าแจ็คหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ และเขียนกากบาทกางเขนไว้ที่โคนต้น จนปีศาจติดกับดักหนีไปไหนไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจว่าห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีกและห้ามพาเขาตกนรก เขาจึงปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ็คตายลงด้วยความเป็นคนชั่วเขาจึงไม่ได้ไปสวรรค์ แต่ก็ไม่อาจตกนรก ทำให้แจ็คกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่มีที่ไปตลอดกาล ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุกรุ่นแก่เขา เพื่อเอาไว้ปัดเป่าความหนาวเย็นท่ามกลางความมืดมิด และแจ็คได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอนิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น ชาวไอริชจึงทำตามแกะสลักหัวผักกาดเทอนิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีนเพื่อระลึกถึง การหยุดยั้งความชั่ว แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกาพบว่า ฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน และกลายเป็นหัวฟักทองจนมาถึงปัจจุบัน

20211031-b-03.jpeg

การเล่น Trick or Treat

จุดเริ่มต้นของการเล่น Trick or Treat เริ่มต้นขึ้นโดยชาวยุโรปเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยถือว่าวันที่ 2 พฤศจิกายนเป็นวัน “All Souls” บรรดาผู้เล่นจะเดินขอขนมจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อว่ายิ่งให้ขนมมากเท่าไหร่ วิญญาณของญาติผู้บริจาคจะได้รับบุญทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์มากยิ่งขึ้น

ประเพณี Trick or Treat “หลอก หรือ เลี้ยง” ในสหรัฐอเมริกาถือเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็ก ๆ เฝ้ารอในวันฮาโลวีน ซึ่งตามบ้านต่าง ๆ ประดับประดาไปด้วย ฟักทอง โคมไฟฟักทอง ตุ๊กตาหุ่นฟาง พร้อมกับเตรียมขนมหวานที่เป็นรูปข้าวโพดสีๆ

ทั้งนี้ กิจกรรม Trick or Treat เจ้าของบ้านที่ถูกเคาะประตูเพื่อขอขนมมีสิทธิที่จะตอบว่า Treat หมายถึงการยอมแพ้ มอบขนมให้แก่เด็ก ๆ หรือจะตอบว่า Trick เพื่อเป็นการท้าทายให้โดนเหล่าภูตผีเด็กอาละวาด

ฮาโลวีน’ 64 จะออกไป “Trick or Treat” ที่ไหนดี

การเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนปัจจุบันนิยมจัดกันในประเทศสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอณาจักร แคนาดา รวมถึงประเทศอื่นในทวีปยุโรปอีกมากมาย ซึ่งในวันนี้จะมีการแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันออกไปเฉลิมฉลองเพื่อความสนุกสนาน โดยมีกิจกรรมที่ชื่อว่า Trick or Treat ซึ่งจะเป็นการเดินไปเคาะประตูตามบ้านต่าง ๆ เพื่อขอขนมนั่นเอง

สำหรับประเทศไทย ในทุกๆปีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและบรรดาห้างสรรพสินค้า ต่างก็ร่วมสร้างบรรยากาศการร่วมฉลองในเทศกาลฮาโลวีน เพื่อดึงดูดผู้คนมีส่วนร่วม ทั้งการตกแต่งสถานที่ การจัดปาร์ตี้ และผู้เข้าร่วมงานต่างแต่งหน้า แต่งกาย แนวผี ปีศาจ แม่มด หรือแต่งเป็นตัวสัตว์ต่างๆ อย่างสนุกสนาน ในปีนี้บรรยากาศอาจจะไม่คึกคักเท่าปีก่อนๆ เนื่องจากสถานการณ์โควิด 

แม้ความนิยมเทศกาลฮาโลวีนจะไม่เท่าเทศกาลคริสมาสต์หรือวาเลนไทน์เท่าไหร่ แต่ก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากสนุกไปกับบรรยากาศเทศกาล การแต่งตัวแต่งหน้าสุดแฟนซี แล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกแบบไม่ต้องสนใจใคร พร้อมถือถุงขนมในมือไว้ trick-or-treat กับคนที่เดินสวนกัน ฟังดูแล้วก็ออกไป ‘Trick or Treat’ ในบรรยากาศที่ทุกคนชอบได้เลย ซึ่งมีทั้งอีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจประจำเทศกาลฮาโลวีน ปี 2021 หลายที่เลยทีเดียว “ทันข่าว” ได้รวบรวมมาบางส่วน เช่น

20211031-b-04.jpeg

สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพฯ ก็ไม่พลาดโอกาสนี้ และได้เชิญชวนผู้คนปลดปล่อยอารมณ์สนุกรับเทศกาลฮาโลวีน 2021 ยกทัพขบวนความหลอนเกินต้านกับไอเท็มเด็ดที่จะมาสร้างบรรยากาศความสนุกปนความสะพรึงตะลึงไปทั่วสยามต้อนรับค่ำคืนวันปล่อยผี!! 31-ตุลาคม นี้ 

The Commons Thonglor &Saladaeng, ศูนย์การค้า K-Village ในซอยสุขุมวิท 26,  ‘เอล เมอร์กาโด’ ร้านชำสไตล์ยุโรปที่หลายคนชอบแวะไปนั่งชิล ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ ซอยไผ่สิงห์โต, ตึกเอ็ม ทาวเวอร์ และ สวนพลู, Mojjo รูฟท็อปบาร์บนชั้น 32 ของโรงแรมสกายวิว จัดอีเวนต์พิเศษที่จะชวนทุกคนแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศฮาโลวีน แล้วขึ้นมาชมวิวบนดาดฟ้าพร้อมสั่งเครื่องดื่มและอาหารมานั่งชิล ชมวิวไปด้วยกันได้แบบ free-flow ในราคา 990 บาทสุทธิต่อคน โดยมีเวลาจำกัด 1 ชั่วโมง 30 นาที, Jump Master Skate Haus-ลานสเก็ตเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ในย่านเจริญกรุง กับกิจกรรม “แต่งตัวจัดเต็มมาโลดแล่นกัน” ใครแต่งได้หลอนสุด รับรางวัลกลับบ้านกันไปเลย, และที่ “Bambini Villa Halloween -Trick or Treat”ในซอยสุขุมวิท 26 

ท้ายสุดไม่ว่าจะออกไปแฮงเอาท์ที่ไหนก็ขอให้สนุกและมีความปลอดภัย และยังคงต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง เพราะโรคระบาดโควิดกันยังไม่หายไปไหน

ที่มา : wikipedia, Timeout