รวมนักกีฬา E-Sport ที่ทำรายได้สูงสุดของ Dota 2 | ทันข่าว Today

รวมนักกีฬา E-Sport ที่ทำรายได้สูงสุดของ Dota 2

รวมนักกีฬา E-Sport ที่ทำรายได้สูงสุดของ Dota 2
Highlight
“อย่ามัวแต่เล่นเกมเดี๋ยวเสียการเรียน” “โตไปจะทำมาหากินอะไร เอาแต่เล่นเกมทั้งวัน” เด็กบ้านเราอาจโตขึ้นมากับคำพูดเหล่านี้ (ซึ่งแน่นอนว่าพูดด้วยความหวังดี) แต่โลกทุกวันนี้ กลับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถ้าทำอะไรเก่งจริง แล้วไปให้สุด ก็สามารถหาเงินได้ และหาได้มากด้วย ไม่เว้นแม้แต่วงการเกม ที่กลายมาเป็นกีฬา E-Sport ซึ่งนักกีฬาบางคน หาเงินได้รวมกันมากกว่า 200 ล้านบาท จากการเล่นเกม Dota 2

(ข้อมูลเหล่านี้ เรานำมาจากเพจ Len.game) เอ่ยถึงอีสปอร์ต ชื่อของ Dota 2 มักถูกนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ในฐานะ เกมที่มีการชิงเงินรางวัลสูงที่สุดในโลก กับ The International ศึกชิงแชมป์โลกของเกมนี้ ซึ่งเป็นอีเวนท์ที่ชิงเงินรางวัลมากกว่าเกมไหนๆ ที่เคยมี

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่โปรเพลเยอร์ของเกม Dota 2 จึงเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตที่ทำเงินสูงสุดด้วย โดยจากข้อมูลของ Esports Earnings พบว่า 11 อันดับแรกของผู้ที่ทำเงินจากการแข่งขันมากที่สุด มี Dota 2 เป็นเกมเมนของพวกเขา

แต่ใครกันที่รับทรัพย์จากการแข่งเกม Dota 2 สูงสุด และโปรเพลเยอร์ของไทยอยู่ตรงไหน ? ... ก่อนที่ TI 10 จะเปิดฉาก Len.game ขอพาไปดูให้รู้กัน

โดยตัวเลขที่เห็นนี้ มาจากการแข่งขันเกม Dota 2 เพียงอย่างเดียว ทำให้ตัวเลขของบางคนอาจจะน้อยกว่ารายได้ทั้งหมดจากการแข่งขันอีสปอร์ตอยู่บ้าง ซึ่งดูไม่ใช่สาระสำคัญมากเท่าใดนัก เพราะแม้บางคนอาจมีช่วงเวลาที่เป็นโปรเพลเยอร์ของเกมอื่น แต่ Dota 2 คือเกมเมนที่พวกเขาโกยเงินมากที่สุดอยู่ดี

20211010-a-01.jpeg

OG ยืนหนึ่ง มาถึง 5

เอ่ยถึง Dota 2 และ TI ทีมแรกที่ถูกนึกถึงย่อมหนีไม่พ้น OG หนึ่งเดียวที่สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 2 สมัย ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็น 2 สมัยซ้อน ด้วยผู้เล่นชุดเดิมอีกด้วย

จากที่กล่าวมา จึงไม่แปลกที่สมาชิกยุคทองของ OG ทั้ง Johan "N0tail" Sundstein, Jesse "JerAx" Vainikka, Anathan "ana" Pham, Sébastien "Ceb" Debs และ Topias "Topson" Taavitsainen จะยืนหนึ่ง ยึดหัวหาดผู้ทำเงินสูงสุดตั้งแต่อันดับ 1-5 ไปครอง จะแตกต่างก็ตรงจำนวนเงินรางวัลที่ไม่เท่ากันเท่านั้น

ความแตกต่างนั้นมาจากไหน ? ตอบแบบง่าย ๆ ก็คือ ใครเข้าสู่เส้นทางการแข่งขันก่อน ก็ได้เงินเยอะสุด ด้วยเหตุนี้ The One Above All ของวงการ Dota 2 และอีสปอร์ตจึงหนีไม่พ้น พ่อใหญ่ N0tail ผู้ทำเงินสูงสุดจาก Dota 2 กว่า 235 ล้านบาท ที่เข้าสู่โลกของ Dota 2 ก่อนใครในปี 2012 หลังเริ่มต้นชีวิตโปรเพลเยอร์ด้วยเกม Heroes of Newerth หรือ HoN ซึ่งตัวของพ่อใหญ่ พลาดการแข่ง TI 2 ครั้งแรก เพราะตอนนั้น ยังแข่ง HoN อยู่ เพิ่งแข่ง Dota 2 อย่างจริงจังก็ก่อนที่ TI 2 จะเริ่มได้ไม่นาน

เบอร์รองจาก N0tail ก็ไล่อันดับเงินเยอะตามประสบการณ์ เริ่มจาก JerAx, ana ผู้ลงแข่ง TI หาเงินไปเรียนเพื่อเป็นเชฟ (ฮา) ต่อด้วย Ceb (อย่าลืมว่าช่วงแรกที่ OG เจ้าตัวเป็นโค้ช แต่ต้องลงมาแข่งเองเพื่อให้ทีมครบคน หลังสมาชิกของ OG ลาออกกันรัว ๆ ก่อนถึง TI 8 ซึ่งบทสรุปสุดท้ายคงรู้กัน) และ Topson เพชรในตมที่ OG ไปเจอก่อนแข่ง TI 8 ก่อนอัพสู่ร่างเทพในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทีมยุคทองของ OG ได้ปิดฉากไปแล้ว เมื่อ JerAx เลิกแข่ง Dota 2 หันไปสาดกระสุนใน Valorant ก่อนจะกลับสู่วงการอีกครั้งในปัจจุบัน แต่เป็นเพียงแค่การสตรีมเกมเท่านั้น ส่วน ana ก็หันหน้ากลับสู่การเป็นเชฟอย่างเต็มตัว เหลือเพียง N0tail, Topson และ Ceb (ซึ่งจะลงแข่ง TI 10 ด้วยตาข้างเดียว เพราะเพิ่งไปผ่าตาซ้ายมา) ที่หมายเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ พร้อมสร้างยุคทองที่ 2 ของ OG ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 3

20211010-a-02.jpeg

เมื่อ Liquid แตกตัว

ท็อป 5 มีดีกรีแชมป์ TI การันตีถึง 2 สมัย ส่วนอันดับ 6-10 ก็ไม่น้อยหน้า พวกเขาก็มีแชมป์ TI ประดับบารมีเช่นกัน นั่นคือ สมาชิก Team Liquid ชุดแชมป์ TI 7 อย่าง Kuro "KuroKy" Takhasomi, Amer "Miracle-" Al-Barkawi, Ivan "MinD_ContRoL" Ivanov, Maroun "GH" Merhej และ Lasse "MATUMBAMAN" Urpalainen

สิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อดูเงินรางวัลแล้ว พวกเขาตามไม่ห่างท็อป 5 มากนัก สาเหตุคงเป็นเพราะผลงานในการแข่งขันรายการระดับรองที่ค่อนข้างคงเส้นคงวา ต่างจาก OG ยุคทอง ที่บางทัวร์นาเมนต์เล่นแบบพกกาวมาเต็มกระเป๋า แต่พอถึงรายการใหญ่ต้องเอาจริงทีไร องค์ลงทุกที

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 คนที่กล่าวมาข้างต้น ปัจจุบันไม่ได้อยู่กับ Team Liquid อีกแล้ว เริ่มจาก MATUMBAMAN ที่ออกจากทีมก่อนเริ่ม TI 9 ได้ไม่นาน ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ (และ Aliwi "w33" Omar ผู้มาเสียบตำแหน่งแทน ... ที่ปัจจุบันก็โดนดร็อปออกไปเช่นกัน) ต่างขอออกจาก Team Liquid หลังแพ้ OG คว้ารองแชมป์ TI 9 และเดินตามรอย OG กับการตั้ง Team Nigma มาลุยการแข่งต่อ บริหารจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง

ทว่าเงินทองแม้เป็นของนอกกาย ก็ยังสำคัญมากกับการทำอะไรต่าง ๆ อยู่ดี ... ปัจจุบัน Team Nigma จับมือกับ Galaxy Racer ทีมอีสปอร์ตทุนหนาแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลายเป็น Nigma Galaxy และลงแข่งในโซนยุโรป ส่วน Galaxy Racer เดิมที่แข่งในโซน SEA ต้องยอมเป็นทีมรองในชื่อ Galaxy Racer SEA

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ Nigma Galaxy ตกรอบคัดเลือก ไม่ได้มาแข่ง TI 10 ทำให้อันดับผู้ทำเงินสูงสุด อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงใน TI ครั้งนี้ เมื่อ MATUMBAMAN จะลงสนามกับ Team Secret ส่วนอันดับ 11 อย่าง Sumail "SumaiL" Hassan ก็จะลงเป็นตำแหน่ง 1 คนใหม่ของ OG

ผลงานโปรเพลเยอร์ไทย

จากท็อป 10 หากแยกตามสัญชาติจะเห็นว่า มีนักกีฬาจากฟินแลนด์ติดทำเนียบมากที่สุดถึง 3 คน ได้แก่ JerAx, Topson และ MATUMBAMAN แล้วนักกีฬาสัญชาติไทยอยู่ตรงไหนกัน ?

20211010-a-03.jpeg

เริ่มกันที่ อนุชา "Jabz" จิระวงศ์ รายนี้ยืนหนึ่งแบบไม่มีใครมากั้น ด้วยยอดเงินรางวัลสะสมกว่า 17.7 ล้านบาท จากผลงานก่อนหน้านี้ที่ไปลุย TI ถึง 2 สมัย และยอดเงินเตรียมพุ่งทะยานกว่านี้แน่นอน เมื่อเขากำลังจะลงแข่งสมัย 3 ในฐานะกัปตันทีม Fnatic

20211010-a-05.jpeg

ส่วนอีกคนที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน หนีไม่พ้น หนึ่งนรา "23savage" ธีรมหานนท์ วอนเดอร์คิดแห่งวงการ Dota 2 ของไทย ที่เริ่มเก็บเงินอย่างเป็นกอบเป็นกำในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันทำเงินได้กว่า 3.7 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเชื่อว่า การได้ลงแข่ง TI ครั้งแรกในชีวิต กับ TI 10 จะทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นติดท็อป 10 ของนักกีฬาอีสปอร์ตไทยที่ทำเงินรางวัลสูงสุดได้ไม่ยาก

ที่มา : เพจ Len.game